วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ตอนที่สอง

เช้าวันต่อมาผมมาเรียนตามปกติ ผมเจอไอ้เจตน์ที่หน้ามหาวิทยาลัย

"เฟย์ เมื่อวานเป็นไงมั่ง เลิกเรียนแล้วไปไหนวะ กูโทรไปที่บ้านมึง แม่มึงบอกว่ามึงยังไม่กลับ"

"อ้อ พอดีกูไปหาหนังสือในตลาดอ่านก่อนกลับบ้านว่ะ" ผมโกหกไป ทั้งๆที่เหตุผลจริงๆมันไม่ใช่แบบนั้น

"รักเรียนจริงนะมึง ...เออ ว่าแต่กูเห็นมีคนมองมึงมาพักหนึ่งแล้วว่ะ นั่นน่ะ" ไอ้เจตน์พูดพลางพยักพเยิดให้ผมมองไปตามทิศทาง

แววตาคู่นั้นจ้องผมตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ผมรู้สึกหนาวๆร้อนๆ อย่างบอกไม่ถูก

"พี่ธโณทัยเขาโกรธแค้นอะไรมึงป่ะวะ ทำไมเขาจ้องมึงอย่างกับมึงเป็นศัตรูแต่ชาติปางไหน"ไอ้เจตน์ยังไม่เลิกสงสัย

พี่ซันหรือพี่ธโณทัยนั้น เป็นคนดังที่ใครๆก็รู้จัก ทั้งการเป็นนักกีฬา ความร่ำรวย รวมทั้งเป็นเสือผู้หญิง (และเสือผู้ชายโดยที่ไม่มีใครรู้) ถึงผมจะกุมความลับของเขาอยู่ แต่ผมเลือกที่จะปิดปากเงียบมากกว่าที่จะไปกระจายข่าวให้ใครๆรู้  ผมหันไปมองแว่บหนึ่งและประสานตากับเขาเข้าอย่างจัง ผมรีบหลบสายตาหันกลับมามองหน้าเพื่อน

"รึว่าเขาสนใจมึงวะไอ้เฟย์ ก็มึงน่ะหน้าว๊านนนน หวานนนน คิ้วเข้ม ตาก็หวาน น่ามองกว่าสาวๆอีกนะเว้ย"ไอ้เจตน์มันชม

ผมหันไปมองไอ้เจตน์นึกขอบใจที่มันชื่นชมผมเสียขนาดนี้ ทั้งๆที่ตั้งแต่รู้จักกันมา มันยังไม่เคยชมผมสักครั้ง รึอยู่ดีๆมันมาคิดมิดีมิร้ายกับผมรึเปล่านะ

"เลิกสนใจเขาเหอะไอ้เจตน์ กูว่าเรารีบเข้ามหาวิทยาลัยกันเหอะ เดี๋ยวไม่ทันเรียนคาบแรกว่ะ"

ผมตอบพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายหาบัตรนักศึกษา เพื่อแสดงตนเข้ามาหวิทยาลัย แต่....มันหายไปไหน?  ผมหาไม่เจอ ก็เมื่อวาน หลังจากเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้วผมก็ยังเก็บมันไว้ในกระเป๋าสะพายใบนี้อยู่เลย

"เจอไหมวะเฟย์ กูช่วยหานะ" ไอ้เจตน์ทำท่าจะเข้ามาช่วยผมรือกระเป๋าสะพายใบเก่งหลังจากมองผมง่วนอยู่กับกระเป๋าหลายนาที

"เจตน์ มึงเข้าไปก่อนเหอะ คาบแรกมึงมีเรียนนี่นา กูน่ะมีเรียนอีกทีตอนคาบสามโน่น มึงไปก่อนเลย ไม่ต้องห่วงกู" ผมบอกมัน

ไอ้เจตน์แสดงท่าทีลังเล "เอางั้นเหรอวะ กูไม่อยากทิ้งมึงไว้คนเดียวว่ะ"

"มึงไปเหอะ วิชานี้มึงยิ่งอ่อนๆอยู่ มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวเรียนไม่รู้เรื่องพอดี ไม่ต้องห่วงกูหรอก" ผมไล่มันไปเพราะความเป็นห่วง

" งั้นกูเข้าไปก่อนนะเว้ย มึงนึกดีๆนะ ลืมไว้ที่บ้านเปล่า ลองกลับไปดูอีกครั้งนะ"ท่าทางไอ้เจตน์มันดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผม นั่นแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันจะไม่ยอมห่างผมแน่ ถ้าผมไม่บอกให้มันไป
ไอ้เจตน์เดินเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว ผมก็ยังคงง่วนอยู่กับกระเป๋า

และบัตรใบหนึ่งก็ถูกยื่นเข้ามาตรงหน้าผม มันคือบัตรนักศึกษาของผมเอง ผมเงยหน้ามองคนที่นำบัตรมาให้ผม และมันก็ทำให้ผม ตะลึง ตะลึง ตะลึงตึงๆๆๆๆๆ

พี่ธโณทัย หรือพี่ซันเป็นคนยื่นบัตรให้ผม ตอนนี้เองทำให้ผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆ เพราะสายตาของพี่เขามันแลดูอำมหิตมากๆ

"พี่เจอมันที่ข้างห้องพักนักกีฬาเมื่อวานเย็น ก่อนจะได้ยินเสียงล้มของเก้าอี้ ซึ่งดูจากสภาพเก้าอี้แล้ว มันไม่น่าจะพังลงมาเอง....พี่ว่า เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ" พี่ซันบอกยิ้มๆ

"ขอบคุณนะครับ ที่เก็บบัตรไว้ให้ผม ผมต้องรีบไปเรียนแล้วครับพี่" ผมกล่าว พร้อมทั้งยื่นมือจะไปรับบัตรคืน

แต่พี่เขากลับริบบัตรของผมไว้ "เมื่อครู่พี่ได้ยินว่าน้องมีเรียนตอนคาบสามไม่ใช่เหรอ ไปคุยกับพี่แป๊บเดียว"

"พี่ครับ...ผม...ผมมีธุระน่ะครับพี่" ผมยังหาข้ออ้างต่อไปอีก

"น้องจะไปกับพี่ดีๆหรือต้องให้พี่อุ้มไปครับ" พี่ซันถามยิ้มๆ แต่น้ำเสียงบีบคั้นผมอย่างแรง

ผมรู้ รู้ถึงอำนาจอันใหญ่โตของพ่อเขา ผมสูดหายใจลึกๆ "แล้ว เราจะไปคุยกันที่ไหนครับ"

"ขึ้นรถสิ พี่มีที่ที่ไม่มีใครจะแอบฟังเรื่องที่เราจะคุยกันได้" เขายิ้มและเดินนำผมขึ้นรถเก๋งสีขาวที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นตอนนี้

รถจอดที่คอนโดหรูหรา จริงๆผมไม่ค่อยแปลกใจหรอกที่พี่ซันจะมีคอนโดหรูแบบนี้ เขาหันมามองผมและพยักหน้าให้เดินตามไป

ลิฟท์พาเราไปจอดที่ชั้นหก เขาเดินนำไปโดยหันมามองผมเป็นระยะ

เรามาหยุดยืนที่หน้าประตูห้อง คีย์การ์ดถูกเสียบลงและประตูก็เปิดออก

"นั่งสิ เดี๋ยวไปเอาน้ำเย็นมาให้"

ผมเดินไปนั่งที่โซฟาตัวหนึ่งมันเป็นกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มแลดูสวยงาม

แก้วน้ำถูกวางไว้ข้างหน้าผม แต่ผมไม่ได้คิดแม้จะแตะต้องมัน แม้ภายในลำคอตอนนี้จะแห้งผาก เพราะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานนี้

ทั้งห้องตอนนี้เงียบ ไม่มีใครพูดอะไร และผมไม่ชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้เลย

"พี่ครับ กรุณาคืนบัตรให้ผมเถอะครับ ผมจะได้รีบเข้าไปเรียน" ผมทำลายความเงียบขึ้น

"ใจเย็นๆสิน้อง เหลือเวลาอีกตั้งนาน เรามาคุยเรื่องที่พี่เจอบัตรก่อนดีไหม"

ผมนิ่ง เขานั่งจ้องผมเหมือนกำลังจับผิด

"ทำไมบัตรของน้องไปหล่นตรงนั้นนะ เมื่อวานน้องไปทำธุระอะไรแถวนั้น" เขายิงคำถาม

"ผมคงเดินผ่านแล้วทำมันหล่นน่ะครับ" ผมรีบหาข้อแก้ตัว

"แปลกจริงนะนะ ที่มันบังเอิญไปหล่นอยู่ใต้ซากเก้าอี้พังๆ ของที่หล่นทั่วไป ก็ไม่น่าจะแทรกเข้าไปใต้ซากเก้าอี้พังๆนั่นได้นะ" เขาาเริ่มปิดทางออกของผม

ผมมอง มองลึกเข้าไปในแววตาเขา ก่อนจะตอบออกไป "ผมไม่รู้ครับว่าทำไมบัตรของผมถึงไปอยู่ใต้ซากเก้าอี้นั่น แต่พี่ช่วยคืนบัตรให้ผมสักทีเถอะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าเรียนไม่ทัน"

พี่ซันลุกขึ้นยืน และเดินอ้อมมาข้างหลัง "แน่ใจเหรอว่าไม่เห็นอะไร กูว่ามึงยอมรับมาเหอะ" เขาเริ่มใช้สรรพนามเปลี่ยนไป

ผมเริ่มวิตกว่าเขาจะรู้ว่าผมรู้ความลับของเขาแล้ว แต่ถ้าผมยอมรับ ผมต้องตายแน่

"ผมไม่เห็นครับพี่ แล้วถึงพี่จะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผม ผมไม่เอาไปเล่าให้ใครฟังหรอก" ผมพูดไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือการยอมรับกลายๆ

"มึงพูดแบบนี้แสดงว่ามึงเห็น มึงเห็นอะไรมั่ง" เขาเริ่มเสียงดัง

ผมเงียบ ในใจเต้นโครมคราม กลัวเขาจะฆ่าผมปิดปากที่คอนโดนี้ แต่พี่เขาไม่หยุด เขาเริ่มรุกผมหนักขึ้น เขาตรงเข้ามากระชากคอเสื้อผม "บอกกูมา มึงเห็นกูทำอะไร"

ผมเริ่มทนไม่ไหวแล้ว ทำไมเขาต้องทำกับผมแบบนี้  แต่ผมก็บอกตัวเองให้อดทัน ให้ผ่านเวลานี้ไปให้ได้

เขาจ้องหน้าผม ในขณะที่ผมหลบตาเขา และโดยไม่คาดคิด เขาจับหน้าผมเงยขึ้นและประกบปากผมอย่างรวดเร็ว ผมตกใจมาก เพราะลิ้นของเขาตอนนี้ดันเข้ามาควานอยู่ในปากของผมแล้ว ผมดิ้นแรงๆ เพื่อให้หลุดจากมือใหญ่นั้น

และสำเร็จ ผมดิ้นหลุดออกมา

เขายิ้ม "ไงล่ะ ชอบไหม อยากได้อีกไหมแบบนี้ เมื่อวานเห็นอะไรแบบนี้หรือเปล่า" คำพูดของเขาและการกระทำ มันทำให้สติของผมขาดผึงเลยทีเดียว

เขาล้ำเส้นมากไปแล้ว และผมก็สุดจะกลั้นอารมณ์ "ผมเห็น เห็นพี่เอากับไอ้แม็กซ์  พอใจยัง"

เขาจ้องหน้าผมนิ่ง "มึงยอมรับจนได้"

ผมพยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง และปรับเปลี่ยนน้ำเสียง "ผมจะไม่บอกใคร มันไม่ใช่กงการอะไรของผม"

เขาเดินเข้ามาใกล้ผม ร่างสูงกว่าผม (เกือบสิบเซ็นต์) ยืนนิ่งแววตาคู่สวยนั้นจับจ้องใบหน้าของผม

"กูจะไว้ใจมึงได้ไงว่ามึงจะไม่บอกเรื่องของกูกับใคร" เขาถาม

"งั้นก็แล้วแต่พี่เถอะครับ ผมคงช่วยอะไรพี่ไม่ได้แล้ว...บัตรผมไม่เอาแล้ว ผมจะไปแจ้งบัตรหาย แล้วทำใหม่ ถ้าพี่อยากได้บัตรของผมนัก พี่ก็เก็บไว้เหอะ" ผมพูดพลางลุกขึ้นและจะเดินจากไป

แต่...ข้อมือของผมถูกคว้าไว้อย่างรวดเร็ว "กูหาวิธีที่จะทำให้มั่นใจได้แล้ว ว่าจะทำยังไงให้มึงไม่เอาเรื่องของกูไปบอกคนอื่น" พูดจบเขาก็พยายามลากผมเข้าไปอีกห้องหนึ่ง

ห้องนี้มีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่ แม้ผมจะตัวใหญ่ (สูงตั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ด) แต่ก็ต้านทานพี่ซันที่สูงเกือบร้อยเก้าสิบไม่ได้

ผมถูกเขาโยนลงบนที่นอน ผมพยายามลุกขึ้น แต่ร่างใหญ่นั้นก็โถมทับเข้ามาทันที สองมือของผมถูกรวบไว้ด้านบน ผมพยายามดิ้นให้หลุด ไม่ให้ตัวเองเป็นเป้านิ่ง เพราะเริ่มจะรู้ชะตากรรมตัวเองแล้ว

พี่ซันใช้มือใหญ่ข้างหนึ่ง (ซึ่งใหญ่มากๆ)รวบข้อมือทั้งสองของผมไว้ หลังจากนั้นเนคไทน์ของเขาก็ถูกนำมารัดไว้ที่ข้อมือทั้งสองข้างของผมพร้อมกับโยงไว้ที่หัวเตียง

"พี่ซันจะทำอะไร ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมแจ้งความแน่" ผมขู่เขาออกไป

เขายิ้ม "แจ้งความ...แจ้งความว่าถูกข่มขืนหรือไง ไม่อายเขาหรือ" เขานั่งมองผม ยิ้มเยาะๆ

มือใหญ่นั้น ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดจนหมด เผยให้เห็นร่างแกร่ง กล้ามสวย แน่ล่ะ เขาเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยด้วยนี่นา หล่อ รวย เพอร์เฟ็กซ์ทุกอย่าง รวมถึงป่าเถื่อน

ผมเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ในลำคอมันเหนอะเหนียวไปหมด

"พี่ซันครับ ผมว่าเราคุยกันได้นะพี่ ผมสาบานว่าผมจะไม่บอกเรื่องพี่กับไอ้แม็กซ์ให้ใครรู้" ผมละล่ำละลัก เริ่มกลัวไปหมด ผมไม่เคยคิดจะมีอะไรกับคนคนนี้ ผมไม่ได้รัก ไม่ได้มีความต้องการใดๆทั้งสิ้น

"กูไม่มั่นใจ กูจะมั่นใจก็ต่อเมื่อมึงเป็นเมียกู" พูดจบเขาก็โถมเข้าหาผม ริมฝีปากบางของเขาโลมไล้ใบทั่วใบหน้า ติ่งหู ลงไปถึงซอกคอ สาละวันอยู่แถวนั้นเหมือนกับมันมีรสชาติเอร็ดอร่อย

ก่อนจะหันมามองหน้าผม "มึงรู้ตัวไหมว่ามึงน่ะ หน้าตาดีนะ ตาหวานๆของมึงน่ะ ทำให้กูละสายตาไม่ได้เลย" พูดจบเขาก็ค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อของผมออก เผยให้เห็นยอดอกของผม เขาใช้นิ้วบีบมัน

"อ๊ะ".....ผมเผลอร้องออกมา มันเจ็บแต่ก็เสียวซ่านอยู่ในขณะเดียวกัน

พี่ซันเงยหน้ามามองผมยิ้มๆ "แค่นี้ก็ครางแล้วเหรอครับ ยังมีเรื่องให้ทำแล้วสนุกกว่านี้ตั้งเยอะ" ลิ้นสากๆของเขาลากไล้วนอยู่รอบเนินอกของผมและค่อยๆต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงสะดือ

เขาค่อยๆปลดเข็มขัดของผมออก ผมบิดตัว เพื่อไม่ให้เขาแกะมันออกง่ายๆ แต่พี่ซันก็จับขาผมไว้ ก่อนจะปลดเข็มขัดเส้นนั้นออกได้ เขารูซิปกางเกงของผมลง  ผมจนใจแล้ว สิ้นหวังที่จะรอดไปได้ วันนี้ผมคงเสร็จพี่ซันแน่

หลายๆคนอาจจะปลื้มใจ ภูมิใจที่ได้มีอะไรกับเขา แต่ไม่ใช่ผม ผมไม่เคยสนใจใยดีพี่ซัน รู้จักเขาจากคำบอกเล่าของเพื่อนๆ ไม่เคยหวังอยากใกล้ชิด ได้ยินถึงความเก่งกล้าสามารถ แต่ตอนนี้ผมได้พบเจอแต่ความเถื่อนดิบ ผมหลับตาปล่อยน้ำตารินไหล ปลงกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น  แต่แล้ว....

ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ.......เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรัวๆ พี่ซันหยุดมือ แล้วหันไปมองโทรศัพท์ "ใครแม่งเป็นมารวะ" เขาเดินไปมองโทรศัพท์ก่อนจะกดรับ

"ว่าไงแม็กซ์.." ผมไม่รู้หรอกว่าเขาคุยอะไรกัน แต่ผมกำลังพยายามเอาตัวรอดอยู่ "แม็กซ์พี่ว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะว่าเราไม่มีอะไรผูกพันกัน แม็กซ์อย่าพยายามเข้ามาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ กับพี่นะ"

ผมพยายามเบียดข้อมือออกมาจากการผูกของเนคไทน์ เจ็บ แต่ต้องทำให้ได้ รู้สึกแสบๆเพราะการรัดนั้นและการบิดข้อมือเพื่อให้หลุดออก

จังหวะหนึ่งที่พี่ซันหันมามองผม ผมหยุดการกระทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาสังเกตุเห็น เขาหันมามองผมก่อนถือโทรศัพท์เดินเข้าห้องน้ำไป อาจกลัวว่าผมจะได้ยินเรื่องอะไรต่างๆนานา แต่กลายเป็นเปิดโอกาสให้ผมได้ใช้เวลาปลดตัวเองออกจากเครื่องพันธนาการนั้น ผมบิดข้อมือแรงๆ จนในที่สุดมือผมก็หลุดออกมาจากการเนคไทน์ที่มัดอยู่จนได้ ผมเหลือบมองพี่ซัน ประตูห้องน้ำยังคงปิด ผมรีบคว้าเสื้อที่ถูกปลดเมื่อกี้และวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว

"แกร๊ก......."เสียงเปิดประตูดัง และแน่นอนคนในห้องน้ำต้องได้ยินแน่ ผมรีบวิ่งอย่างเร็วที่สุด ในขณะที่พี่ซันออกมาจากห้องน้ำ

"มึงหนีกูไม่พ้นหรอก" เขาตะโนไล่หลังมา ถ้าไม่ติดว่าถอดเสื้อเขาคงวิ่งตามมาแล้ว แต่ผมไม่รอให้เขาตามทัน

ผมไม่รอลิฟท์ แต่วิ่งลงบันไดมาเรื่อยๆ จนมาถึงชั้นล่าง ผมเห็นถนนอยู่ข้างหน้า เลยใส่เกียร์วิ่งเต็มที่ ในขณะที่ด้านหลังพี่ซันที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ไล่กวดมาห่างๆ ผมหันไปมองเขา ก่อนจะหันมาข้างหน้า และจังหวะนั้นเองรถคันหนึ่งก็ขับสวนมา "ตุ้บ....."

แน่นอนผมโดนรถชน แต่ไม่รุนแรง พี่ซันวิ่งเข้ามาใกล้ ผมพยายามพยุงร่างกายลุกขึ้น แต่แล้วก็ทรุดลงฮวบ ผมขยับขาไม่ได้ ผมต้องนั่งอยู่กับพื้นในขณะที่พี่ซันมาถึงพอดี

คนขับรถลงมาด่าผมว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ซันได้แต่ยิ้มเหมือนสมน้ำหน้าผม

"ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีเราทะเลาะกันนิดหน่อย แฟนผมเขาขี้งอนน่ะครับ เขาเลยวิ่งหนีผมมา" เขาอ้างไปหน้าด้านๆ

เจ้าของรถหันมามองเราสองคน "ผมไม่อยากจะยุ่งเรื่องผัวเมียหรอกนะ  แต่ถ้าทะเลาะกันก็อย่าทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนสิ แล้วบอกเลยนะ ผมไม่จ่ายค่ารักษาใดๆทั้งสิ้น เพราะนี่มันทางวันเวย์ และเมียคุณวิ่งมาไม่ดูตาม้าตาเรือเอง" พูดจบเจ้าของรถก็ขึ้นรถขับออกไปโดยที่ไม่สนใจผมเลย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น