วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ตอนที่สิบสาม


กว่าเราจะได้ฤกษ์กลับบ้านกันก็เกือบสองทุ่ม ระหว่างทางเราก็เดินคุยเรื่องสัพเพเหระกันมาเรื่อยๆ บางทีก็หัวเราะขบขันเมื่อนึกถึงเรื่องตลกๆออกมาเล่าให้กันฟัง

ผม กำลังเดินไปส่งไอ้เจตน์ ทางเข้าซอยบ้านมันมีบ้านห่างกันเป็นช่วงๆ (แต่กิจการของบ้านมันก็ไม่เจ๊งแฮะ สงสัยพ่อมันจะทำอาหารอร่อยจนใครๆก็ต้องแห่กันมากิน) บรรยากาศเงียบสงัด แต่เราก็ยังเดินคุยกันไปเรื่อยโดยไม่ได้เฉลียวใจอะไรเลย

"น้องครับน้อง" เสียงเรียกดังขึ้นด้านหลังของเรา ผมกับไอ้เจตน์หันไปมอง

ผู้ชายร่างกำยำสามคนยืนอยู่กับเรา มองจากชุดที่แต่งก็คงเป็นนักศึกษาที่ไหนสักที่

"มีอะไรเหรอครับ" ไอ้เจตน์เอ่ยถามออกไป

"พอดีพวกพี่กำลังตามหาบ้านป้าสอนน่ะครับ น้องพอจะรู้จักไหม" หนึ่งในนั้นเอ่ยถามขึ้น

ผมมองหน้าไอ้เจตน์ ในขณะที่ไอ้เจตน์ก็มองหน้าผม

"ไม่รู้น่ะครับพี่ แต่ที่แน่ๆ ซอยนี้ไม่มีบ้านของคนชื่อป้าสอนนะครับ ผมว่าพี่เข้าซอยผิดแล้วล่ะครับ" ไอ้เจตน์ตอบออกไป

"ถ้ายังงั้น น้องไปเป็นเพื่อนพวกพี่ตามหาบ้านป้าสอนหน่อยได้ไหม" พวกนั้นเอ่ยถามขึ้น

"คง จะไม่สะดวกน่ะครับพี่ เพราะนี่มันก็มืดค่ำแล้ว ผมกับเพื่อนต้องรีบกลับบ้านน่ะครับ เพราะเราไม่ได้บอกที่บ้านไว้ว่าจะกลับดึก" ผมบอกออกไป และสบตากับไอ้เจตน์

"งั้นก็ดีสิ ที่ไม่ได้บอกที่บ้านว่าจะกลับเวลาไหน พวกพี่จะได้สนุกกับน้องๆนานๆหน่อย" หนึ่งในสามคนนั้นแสยะยิ้ม

"วิ่งเร็วไอ้เฟย์" พูดจบไอ้เจตน์ก็กระชากแขนผมให้วิ่งตามมันไป

"จะหนีไปไหนวะ" ไอ้สามคนนั้นพากันกรูวิ่งตามผมกับไอ้เจตน์

และในไม่ช้ามันก็ตามทันพวกเรา มันกระชากร่างผมได้ก่อน "ไอ้เจตน์" ผมตะโกนออกไป

นั่นทำให้ไอ้เจตน์ชะงัก จังหวะนั้นไอ้เวรสองคนนั่นก็เข้ามาล็อกตัวไอ้เจตน์ไว้

ตอน นี้ผมอยู่ในเงื้อมมือไอ้เลวคนหนึ่ง มันตะโกนบอกเพื่อน "ไอ้รุจ ไอ้คม มึงจับตัวไอ้ตาโตนั่นไว้ก่อน เดี๋ยวกูจัดการไอ้หน้าหวานนี่เอง"

แต่ เสียงของเพื่อนมันก็ขัดขึ้น "ไอ้ปิง มึงอย่าเพิ่งสิวะ คนที่สั่งเขาบอกว่าจะมาดูความย่อยยับของไอ้สองคนนี้ด้วยนะ มึงต้องรอก่อนสิวะ"

"แม่งเอ้ยยย ให้รอทำห่าไรวะ กูอยากจะให้มันจบเร็วๆ เดี่ยวพ่อมึงก็มาลากคอเข้าตะรางหรอก"ไอ้ปิงหงุดหงิด

"พวกมึงเป็นใคร มึงจะทำอะไรพวกกู" ไอ้เจตน์ถาม ตอนนี้หน้าตามันมอมแมมมาก

"พวกพี่น่ะหรือ พวกพี่ก็เป็นคนที่จะพาน้องขึ้นสวรรค์ไงครับ น้องเฟย์ ปัญจมิตร กับน้องพอเจตน์" ไอ้รุจตอบ

"กูรอไม่ไหวแล้วว่ะ น้องเฟย์เนี่ย

ตอนที่สิบสอง

ตอนที่สิบเอ็ด

พี่ซันขับรถมาส่งผมที่บ้านโดยที่ระหว่างทางเขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลย จนกระทั่งรถจอดที่หน้าบ้านของผม

"พี่ซันครับ เข้าบ้านก่อนไหมครับ อยากกินอะไรก่อนกลับไหม ของที่ซื้อมาวันนั้นยังทำไม่หมดเลย" ผมเอ่ยถามยิ้มๆ เพื่อลองเชิงว่า เขาอารมณ์ปกติหรือยัง

"พี่กินไม่ลงน่ะเฟย์" เขาตอบเสียงราบเรียบ "พี่เป็นห่วงเฟย์ พี่รู้นิสัยโตมร มันไม่หยุดแค่นี้แน่ วันนี้โชคดีที่เอราวัตรไปเจอเฟย์เข้า เฟย์ถึงรอดมาได้ แต่ถ้าไม่มีใครเจอ วันนี้เฟย์จะเป็นยังไง"

"ผมไม่เป็นไรหรอกครับพี่ ยังไงถ้าอยู่ในมหาวิทยาลัยพี่โตมรเขาคงทำอะไรไม่สะดวกหรอกครับ" ผมบอกแล้วจับมือพี่ซัน "ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมดูแลตัวเองได้"

พี่ซันหันมามองหน้าผม แววตาห่วงใยนั้นถ่ายทอดความรู้สึกเข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม
"อย่าประมาทนะเฟย์ เราต้องระวังตัวหน่อย โตมรมันเป็นคนฉลาด ถ้าเราพลาดจะเสียทีมันง่ายๆ"

"เสียทียังไงล่ะ ก็ทั้งตัวทั้งใจผมก็เป็นของพี่ไปหมดแล้วนี่" ผมพูดเขินๆ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองหน้าตาร้อนผ่าวเพราะความอาย

แต่นั่น ทำให้พี่ซันยิ้มออกมาได้ "พี่รู้ว่าเฟย์ของพี่เป็นคนดี น่ารัก เพราะแบบนี้ไงพี่ถึงรัก อยากอยู่กับเฟย์นะ แต่วันนี้ต้นเดือน ธรรมดาแล้วลูกค้าจะเยอะ พี่ต้องรีบกลับไปช่วยไอ้โก้กับไอ้เทนก่อนนะ ยังไงเฟย์ก็อยู่บ้านแล้วดูแลตัวเองดีๆนะ"

ผมยิ้มแล้วเปิดประตูรถก้าวลงมา

พี่ซันออกรถไปแล้ว ผมเดินเข้าไปภายในบ้าน พี่เทนบอกว่าจะมาส่งไอ้เจตน์ที่บ้าน แต่จนป่านนี้ไอ้เจตน์ก็ยังไม่ถึงบ้าน บางทีพี่เทนอาจจะพาไอ้เจตน์ไปแวะหาอะไรกินกันก่อนแวะกลับเข้าบ้านก็ได้

นั่งคิดอะไรเพลินๆ เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น "กริ๊งงงงงงงงง"

ผมเปิดประตูและเดินออกไป ส่งสายตามองออกไปนอกรั้ว แต่ไม่พบเจอร่างใคร อาจจะเป็นเด็กที่ไหนมากดออดเล่น เมื่อมองจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครผมจึงเดินกลับเข้าบ้าน

ผมกลับขึ้นไปบนห้อง รู้สึกเพลียจึงเผลอหลับไป มาตื่นอีกครั้งเมื่อเสียงไอ้เจตน์ดังขึ้นมา

"เฟย์ กินข้าวยังวะ กูซื้อของอร่อยมาฝากมึงว่ะ"

ผมดีดตัวลุกจากที่นอนแล้วรีบเดินลงไป

ไอ้เพื่อนวายร้ายยืนยิ้มแฉ่ง ผมมองมันแล้วยิ้มตอบ

"รู้ใจกูจริงนะมึง กูยังไม่ได้กินอะไรเลย" ผมบอกแล้วหยิบน่องไก่ทอดขึ้นมา แล้วเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย

"พอดีว่าพี่เทนพากูไปร้านกาแฟที่เขาหุ้นกันน่ะ กูไปนั่งแป๊บนึงพี่ซันก็แวะไป ดูหน้าตาเขาไม่สบายเลยว่ะ เกิดอะไรขึ้นวะ หรือพวกมึงทะเลาะกันอีกแล้ว"

ผมมองหน้าไอ้เจตน์ "กูไม่ได้ทะเลาะกันหรอก แต่...." ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมให้ไอ้เจตน์ฟัง ตั้งแต่วันที่เจอกับพี่โตมรครั้งแรก จนมาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

ไอ้เจตน์ฟังแล้วสีหน้าของมันเกิดความเครียดขึ้นมาทันที "กูว่านะ พี่โตมรคนนี้ท่าทางจะไม่ธรรมดาว่ะ มึงต้องระวังตัวไว้ให้ดีนะเฟย์"

"กูว่าเขาคงไม่มายุ่มย่ามกับกูอีกแล้วล่ะ อย่างน้อยเขาต้องไว้หน้าญาติเขาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยของเรามั่งแหละว่ะ" ผมบอกมัน

ไอ้เจตน์มองหน้าผม "คนเลวน่ะ มันเลวไม่เลือกสถานที่หรอกนะเฟย์ มึงดูแบบไอ้แม็กซ์สิมันเลวแคร์สถานที่ซะที่ไหน"

ผมมองหน้าเพื่อน ในใจพลางวิตก กลัวกับสิ่งที่ไอ้เจตน์พูดจะเป็นจริงขึ้นมา

-----------------------------------------------------

พี่ซันมารับผมกับไอ้เจตน์ไปมหาวิทยาลัยเหมือนทุกวัน

"เฟย์วันนี้พี่อาจจะไปส่งเฟย์ไม่ได้นะ เพราะว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งมาจองร้านไว้จัดงานวันเกิดน่ะ ก็เลยต้องระดมคนที่มีไปช่วยกัน" พี่ซันหันมาบอกผมหลังจากลงจากรถ

"ให้ผมกับเจตน์ไปช่วยไหมครับ พวกเราว่างๆอยู่พอดี" ผมเสนอ แล้วหันไปมองหน้าไอ้เจตน์ มันยิ้มเห็นด้วย

"แล้วจะไหวหรือ เรียนเสร็จก็คงจะเหนื่อยกันแล้ว" พี่ซันถาม

"วันนี้ผมมีเรียนแค่สามคาบเองครับ" ผมบอก

"ผมก็เรียนแค่สามคาบเหมือนกันครับ" ไอ้เจตน์พูดขึ้น

พี่ซันยิ้ม "งั้น  เดี่ยวเลิกเรียนมาเจอกันตรงนี้นะ

พวกเราตกลงกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปเรียน

ออดคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมรีบเก็บข้าวของแล้วก้าวเท้าลงมายังชั้นล่างของตึก ร่างของใครสักคนหนึ่งที่คุ้นตายืนมองแล้วยิ้มมาที่ผม

"พี่โตมร...." ผมอุทานขึ้นในใจเมื่อพบว่าบุคคลที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้พบอีก กำลังใช้สายตาจับจ้องผมอยู่

ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็นเขา แล้วเสเดินออกไปอีกทางหนึ่ง

"น้องเฟย์...น้องเฟย์ "เสียงดังไล่หลังมา  ผมเร่งก้าวเท้าให้เร็วขึ้น แต่แล้ว แขนกำยำนั้นก็คว้าหมับเข้ากับร่างผม ผมหันไปเผชิญหน้ากับเขา พยายามรักษาระยะห่างไว้

"เดินหนีพี่ทำไมครับ" เขาถามเสียงเข้ม

ผมก้มหน้า "ไม่ได้หนี ผมไม่ทันมองว่าพี่ยืนอยู่" ผมโกหกออกไป

พี่โตมรมองหน้าผม ผมคิดว่าเขารู้ว่าผมโกหก

"ปล่อยผมได้รึยัง ผมมีธุระ" 

"จะรีบไปไหนล่ะครับ ไหนพี่จับตัวเฟย์แรงไปรึเปล่า เจ็บรึเปล่าครับ" เขาพูดแล้วพยายามลูบคลำไปทั่วตัวผม

"ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เจ็บอะไร" ผมบอกพร้อมพยายามปัดป้อง เพราะผมรู้ว่าเจตนาจริงๆของเขาไม่ได้ดูว่าผมเจ็บอะไรตรงไหน แต่เขาต้องการหาทางทำอะไรไม่ดีกับผมมากกว่า

เขายิ้มเจ้าเล่ แววตากรุ้มกริ่มนั้นจับจ้องผมไม่วางเว้น ผมจ้องเขาตอบ แววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่เขาทำแบบนี้

ผมผลักตัวเขาออก แล้วถอยห่างออกมาสองสามก้าว เขาก้าวตามเข้ามากะประชิดตัวผม

"อย่าเข้ามานะมึง ไม่งั้นเจ็บตัว" ผมบอกพร้อมชี้หน้า ตั้งท่าพร้อมจะรบเต็มที่อยู่แล้ว

"ดุจริงนะ พี่แค่เป็นห่วงว่าน้องเฟย์จะเป็นอะไรไหมน่ะครับ" เขายังไม่วาย หาเหตุผลมาอ้างข้างๆคูๆ

"ผมก็บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไร พี่ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก"

"โอเค พี่เชื่อแล้วว่าน้องเฟย์ไม่เป็นอะไร  เอาเป็นว่าพี่ขอโทษละกันที่ทำให้น้องเฟย์โกรธ"

"ไม่เป็นไร ขอแค่พี่อย่ามายุ่งกับผมอีกก็พอ ผมมีธุระต้องรีบไป" พูดจบผมก็หันหลังแล้วรีบจำเดินจากมา

"พยศแบบนี้สิ น่าสนุกจริง" โตมรเอ่ยออกมาเบาๆกับตัวเอง

"โห.....ไอ้เฟย์ มึงหายไปไหนมาวะ กูกับพี่ซันรอมึงตั้งนานแน่ะ" ไอ้เจตน์ตัดพ้อ หลังจากเห็นผมเดินเข้ามา

ฝ่ายพี่ซัน หันมายิ้มให้ผม

ผมไม่ได้ตอบอะไร เพราะกลัวว่าถ้าพี่ซันรู้ เรื่องจะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ ผมรีบชวนไอ้เจตน์ขึ้นรถแล้วเราก็มุ่งตรงไปสู่ร้านกาแฟของพี่ซันกับเพื่อนๆ

บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยไม้สนสะอาดตา กลิ่นหอมของไม้ละมุนอบอวลด้วยกรุ่นกลิ่นกาแฟกับเพลงฟังสบายๆ

ผมกับเจตน์ช่วยกันประดับไฟหลากสีตามมุมต่างๆของร้าน ติดป้ายคำว่า HAPPY BIRTHDAY เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของงานวันเกิด

ร้านดูสวยงามขึ้นและอบอุ่น ผมใส่ผ้ากันเปื้อนลายตารางสีน้ำตาลทับชุดนักศึกษา

"โอ้โฮ เฟย์ใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วน่ารักจัง  ไอ้ซันแฟนมึงน่ารักว่ะ" พี่โก้แซวหลังจากเห็นผม ผมได้แต่ยิ้มอายๆ

"พอๆเลยไอ้โก้ มึงอย่ามายุ่งกับแฟนกู โน่นเด็กมึงอ่ะกูเห็นปีนติดป้ายอะไยงโย่ยงหยกอยู่นั่นนานแล้ว ไปช่วยเขาหน่อยสิ" พี่ซันพูดพร้อมโบ้ยหน้าโบ้ยตาไปทางไอ้พี ที่ตอนนี้กำลังปีนป่ายจะติดป้ายไฟไว้บนที่สูง

พี่โก้รีบเดินเข้าไปหาไอ้พี เขาเรียกมันลงมาแล้วเอาป้ายไฟขึ้นไปติดให้แทน

แขกเริ่มทยอยมากันเรื่อยๆ พวกเราสนุกสนานกับการบริการแขกในงานอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ขณะที่กำลังเสิร์ฟพันช์อยู่นั้น

"ขอสักแก้วสิครับ" เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

ผมหันไปแล้วยื่นถาดใส่พันช์ให้เขา แล้วก็ตะลึงเมื่อคนคนนั้นคือ

"พี่โตมร" ผมอุทาน

"โลกกลมจริงๆนะครับ เราได้เจอกันอีกแล้ว" เขายิ้มแล้วหยิบแก้วพันช์ไปจากถาดใส่เครื่องดื่ม

พี่ซันเดินตรงมาที่ผม ที่ตอนนี้ยืนเผชิญหน้ากับพี่โตมรอยู่

"โต นายมาทำไมที่นี่" พี่ซันเอ่ยถาม น้ำเสียงไม่พอใจ

"ใจเย็นน่าซัน ก็นี่มันวันเกิดเพื่อนเรานี่นา พอดีเพื่อนเราเชิญน่ะ ไม่นึกว่าจะมาเจอนายกับเฟย์ที่นี่" พี่โตมรตอบ

พี่ซันยังคงจ้องพี่โตมร เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ "อย่ายุ่งกับเฟย์"

พี่โตมรมองหน้าพี่ซัน เขายิ้ม "ของแบบนี้ ใครดีใครได้ไม่ใช่เหรอวะ"

ขาดคำ หมัดพี่ซันก็ฟาดเข้าบนใบหน้าพี่โตมร

ฝ่ายที่โดนต่อยล้มคว่ำลงบนพื้น น้ำันช์จากแก้วหกกระจายเลอะเทอะตามตัวพี่โตมร แขกในงานพากันตกใจ

"ต่อยผมทำไมเนี่ย ผมแค่ขอเหล้าสักแก้ว ถ้าไม่มีก็ตอบผมดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องทำร้ายกันแบบนี้เลย" พี่โตมรโวยวาย มือข้างหนึ่งของเขากุมใบหน้าด้านที่ถูกต่อย

"ไอ้ตอแหล มึงตายแน่" พี่ซันตวาดแล้วถลาจะเข้าไปซ้ำ แต่ถูกพี่เทนกับพี่โก้รั้งเอาไว้

"ซันใจเย็นๆสิวะ" พี่โก้บอก

"ซัน ถ้ามึงใจร้อน ไม่รู้จักระงับอารมณ์แบบนี้ พากันเจ๊งหมดแน่" พี่เทนบอกอีกคน และเหตุผลนั้นก็ทำให้พี่ซันค่อยๆผ่อนคลายอารมณ์ลง

"คุณทำไมต้องทำรุนแรงแบบนี้คะ โตมรเขาเป็นแขกของฉันนะ คุณมาทำร้ายแขกของฉันได้ยังไง อีกอย่างหนึ่งโตมรเขาก็ถามคุณดีๆ ไม่เห็นจะต้องทำร้ายกันเลย " หญิงสาวเจ้าของงานเดินเข้ามาต่อว่าพี่ซัน สีหน้าของเจ้าหล่อนดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก

"ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เอาเป็นว่าค่าจัดงานวันนี้เราลดให้เป็นพิเศษเลยนะครับ" พี่โก้กล่าวขอโทษเจ้าของงานอย่างนอบน้อม

"ซัน แกไปพักก่อนดีไหม ดูเหมือนแกจะเหนื่อยนะ  ส่วนบัญชีส่วนตัว เลิกงานค่อยสะสาง" พี่โก้จับไหล่พี่ซัน แต่ประโยคสุดท้ายเขาจ้องมองพี่โตมรอย่างโกรธแค้น

พี่ซันเดินตามพี่โก้ไป และหันมามองผมอย่างห่วงใย ผมพยักหน้าให้พี่ซัน เพื่อรับรองว่าผมอยู่ได้ไม่ต้องเป็นห่วงผม

"น้องเฟย์ครับ ดูสิครับพี่โดนซันต่อยจนน้ำพันช์เลอะตัวไปหมดเลย ช่วยพาพี่ไปห้องน้ำล้างเนื้อล้างตัวหน่อยสิครับ"

"ดูท่าทางพี่โตมรคงจะไม่ได้เจ็บโอเวอร์อะไรขนาดนั้นนี่ครับ น่าจะเดินไปห้องน้ำเองได้นะครับ ผมต้องให้บริการแขกคนอื่นต่อนะครับ" ผมพูดพร้อมกับจะเดินออกไปจากตรงนั้น

พี่โตมรเดินชิดเข้ามาหาผม เขาดึงผมออกมาให้ห่างจากผู้คน "หมัดไอ้ซันน่ะมันแค่เฉี่ยวพี่ น้องพูดถูก พี่ไม่ได้เจ็บอะไรมากมายหรอก แต่น้องก็เห็นแล้วนี่ว่าพี่ทำอะไรได้มากขนาดไหน พี่จะทำให้ที่นี่ล่มสลายก็ยังได้ถ้าพี่อยากทำ ตามใจพี่หน่อยสิ แล้วไอ้ซันกับเพื่อนของมันจะได้ไม่ลำบาก"

ผมมองหน้าเขา รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาจิตใจของเขาเป็นของซาตาน ผมเดาเอาว่าหัวใจของเขาคงจะเต็มไปด้วยความชั่วช้าสามานย์

"ก็ได้ ผมจะพาพี่ไปล้างตัว แต่พี่ต้องสัญญาว่าพี่จะต้องไม่ก่อเรื่องวุ่นวายในงานนี้อีก" ผมจ้องมองเขารอคำตอบ

"พี่สัญญา ว่าพี่จะไม่ทำให้งานวันนี้วุ่นวายอีก"

ผมมองเขาแล้วเริ่มออกเดินนำ "ตามผมมาสิ ผมจะพาไปห้องน้ำ"

ห้องน้ำของร้านอยู่ทางด้านหลัง ไม่ได้ไกลกับร้านมากนักแต่เสียงดนตรีที่ได้ยินในงานก็ได้ยินเพียงแค่บางเบา

ผมเดินนำพี่โตมรและหยุดที่หน้าห้องน้ำ "เชิญสิครับ ผมจะรออยู่ด้านนอก"

"เข้าไปด้วยกันสิ พี่เข้าไปคนเดียว แล้วที่เลอะด้านหลังพี่จะล้างออกยังไงล่ะ"

ผมยืนลังเล เพราะไม่ไว้ใจเขา

"มาเถอะน่า พี่ไม่ทำอะไรหรอก" เขาบอกท่าทางร้อนรน อาจจะเพราะเขารู้สึกเหนียวตัว และอยากจะรีบกลับเข้าไปในงานก็เป็นได้

ผมเกรงว่าจะเสียเวลามาก จึงตัดสินใจเดินตามเขาเข้าไปในห้องน้ำ

พี่โตมรยืนอยู่หน้ากระจก บริเวณอน่างล้างมือ เขาถอดเสื้อเชิ้ตออก แล้ววักน้ำขึ้นมาล้างบริเวณลำตัว แล้ววักน้ำบางส่วน ลูบบริเวณเสื้อที่เปียกกน้ำพันช์ ผมเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้เขารู้สึกว่า ผมหลงใหลเรือนร่างของเขาที่อยู่ตรงหน้า

"น้องเฟย์ มาช่วยพี่ล้างด้านหลังหน่อยสิ มันเหนียวๆตัว

ผมเดินเข้าไปที่อ่างล้างหน้า แล้ววักน้ำบางส่วนใส่มือ แล้วลูบไปบริเวณด้านหลังของพี่โตมร แล้วสิ่งที่ผมเป็นกังวลก็เกิดขึ้น พี่โตมรหันขวับกลับมาหาผม

โดยไม่ทันตั้งตัว พี่โตมรดันร่างผมให้ชิดผลังด้านหนึ่ง  สองมือของเขากดมือสองข้างของผมติดกำแพงเช่นเดียวกับด้านหลังของผม

"พี่โตมร ทำอะไรวะ ปล่อยผมนะ" ผมตกใจเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัวนี้เกิดขึ้น พี่โตมรรวดเร็วและแข็งแรงมาก

"รู้ไหมเฟย์ พี่เห็นเฟย์ครั้งแรก พี่ก็แค่อยากจะแย่ง..แย่งเฟย์มาจากไอ้ซัน แต่เมื่อพบกันหลายๆครั้ง ตอนนี้พี่บอกได้เลยว่าพี่ชักจะชอบเฟย์ขึ้นมาจริงๆแล้ว" เขาพูดขณะที่ปลายจมูกของเขาจ่อมาจนเกือบจะชนกับปลายจมูกของผม

"พี่โตมร พี่อย่าทำแบบนี้ ปล่อยผมไปเถอะ ถ้าคนในร้านรู้ว่าผมหายมานานๆ เขาต้องสงสัยแล้วออกมาตามหา มันจะเป็นเรื่องใหญ่โตนะพี่"

"ไม่มีใครสนใจหรอก ตอนนี้เขามัวแต่ยุ่งกับงาน ส่วนไอ้ซันตอนนี้ก็ไม่รู้มันไปไหนแล้ว"

ผมพยายามสะบัดตัวให้หลุด แต่ไม่ไหวจริงๆ พี่โตมรยิ้มแล้วก้มหน้าเข้าซุกไซ้บริเวณใบหน้า ข้างแก้มของผม

ผมสะบัดหน้าหนี "ปล่อยสิวะ ปล่อยกู" ผมพร่ำพรรณาอยู่อย่างนั้น แต่ไม่มีผล พี่โตมรพยายามรวบร่างผมไว้ จังหวะหนึ่งผมหลุดออกมาจากวงแขนของเขา ผมสะบัดตัว แล้ววาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเขา

"เพียะ.." เสียงฝ่ามือของผมกระทบใบหน้าพี่โตมร




ตอนที่สิบ

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นไอ้แม็กซ์ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย (มีบ้างที่เห็นมันแว้บๆ แต่พอมันรู้ว่าพวกเราเห็น มันจะรีบหลบลี้หนีหายไปทันที) มันคงกลัวเรื่องที่มันทำระยำตำบอนไว้จะแพร่ขยายกระจายออกมา

ไอ้เจตน์บอกป๊ามันว่าจะหอบผ้าผ่อนมาอยู่กับผมสักระยะ ป๊าไม่ว่าอะไร แต่แกกำชับผมว่าให้ดูแลไอ้เจตน์ดีๆด้วย(เลยไม่รู้ว่าใครน่าเป็นห่วงมากกว่ากัน)

พี่ซันถูกพาไปตรวจร่างกาย ผลปรากฎว่ามีแต่รอยฟกช้ำจากการต่อสู้เท่านั้น ไม่มีอะไรหนักหนา น่าเป็นห่วง

รอยแดงจากฝีมือของไอ้แม็กซ์ที่ประทับไว้บนใบหน้าของผมเลือนหายไปหมดแล้ว ผมจึงมาที่มหาลัยได้ตามปกติ

วันนี้โต๊ะกินข้าวของผมมีสมาชิกอยู่สามคน ไอ้เจตน์กำลังซัดก๋วยเตี๋ยวด้วยความหิวโหย (ไม่รู้มันไปอดอยากมาจากไหน) ไอ้พีสวมแว่นตาหนาเตอะหมกมุ่นอยู่กับหนังสือเล่มหนึ่ง หลังจากมันกินอิ่มเรียบร้อยแล้ว

"น้องเฟย์ ไม่เจอกันตั้งหลายวันแน่ะ เป็นยังไงบ้างครับสบายดีไหม" เสียงคุ้นหูทักขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองดวงตาหยีคู่นั้น

"สบายดีครับ แล้วพี่เอล่ะครับ หายไปไหนมา" ผมย้อนถาม หลังจากส่งยิ้มกลับไปหาเขา

พี่เอนั่งลงข้างๆผม "ช่วงนี้ยุ่งๆน่ะครับ ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องกิจกรรม เยอะแยะไปหมด เหนื่อยจังเลยครับ" เขาตอบพร้อมกับจ้องเข้ามาในแววตาของผม

ผมยิ้ม แล้วเอื้อมมือไปจับมือเขาเพื่อเป็นการให้กำลังใจ "อดทนหน่อยนะครับ บางทีการทำอะไรเพื่อคนอื่นมันก็เหนื่อยและหนักใจแบบนี้ แต่สุดท้าย เมื่อเราได้รับคำขอบคุณจากพวกเขา เราจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากๆที่เราได้ทำ"

พี่เอเอาอีกมือของเขามากุมมือผมไว้ "ขอบคุณครับ ที่ให้กำลังใจพี่ แต่..มันจะเป็นการดีมาก ถ้าน้องเฟย์จะเป็นกำลังใจให้พี่ตลอดไป....ได้ไหมครับ.?"

ผมนั่งนิ่ง ไอ้เจตน์หยุดสวาปามก๋วยเตี๋ยวโดยฉับพลัน ไอ้พีขยับแว่นแล้วลดหนังสือลง พวกมันกำลังลุ้นอยู่ว่าคำตอบของผมจะออกมาเป็นแบบไหน

"ขอบคุณนะครับ ที่พี่เอ ให้เกียรติผมขนาดนี้ แต่ผมคงจะรับมันไว้ไม่ได้"ผมก้มหน้าตอบ รู้สึกผิด ทั้งๆที่พี่เอเป็นคนดี และคอยปลอบใจ ให้กำลังใจผมอยู่เสมอ แต่ผมกลับสนองตอบความรู้สึกของเขาไม่ได้

พี่เอามือมาจับไหล่ผม ผมเงยหน้าขึ้นและพบกับรอยยิ้มของพี่เขา รอยยิ้มที่อบอุ่นและเป็นมิตร "ไม่เป็นไรครับน้องเฟย์ น้องเฟยNไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้นนะครับ เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้ ...แต่ไม่ว่ายังไง เราก็ยังคงเป็นพี่น้องกันอยู่ใช่ไหมครับ...ถ้าน้องเฟย์มีปัญหาอะไร อยากปรึกษา หรือขอความช่วยเหลือ บอกพี่ได้นะครับ พี่ยินดีและเต็มใจครับ"

ผมมองพี่เอ ผมซาบซึ้งกับคำพูดของเขามันตื้นตันอยู่ในอก

"เดี่ยวพี่ไปเตรียมตัวเข้าเรียนก่อนนะครับ น้องเฟย์ก็ดูแลตัวเองดีๆนะครับ" เขาทิ้งรอยยิ้มไว้ให้ผม ก่อนจะเดินหันหลังจากไป

"อกหักแล้วสินะไอ้เอ ทั้งๆที่ห้ามใจตัวเองไว้แล้วแท้ๆ" พี่เอรำพึงกับตัวเองเบาๆ หลังเดินจากโต๊ะเฟย์มา รอยยิ้มเมื่อสักครู่จางหายไปแววตาเศร้าสร้อยผุดเข้ามาแทน

----------------------------------

ออดเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมรีบเดินออกมาจากห้องเรียน จนเกือบชนเข้ากับใครคนหนึ่ง

"พี่ซัน....."

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น "มารอรับเฟย์กลับบ้านน่ะ รึจะแวะกินอะไรก่อนดี เฟย์หิวไหมล่ะ" เสียงทุ้มนั้นถามขึ้นด้วยความห่วงใย

"อืม.." ผมพยักหน้า

"อะไรวะไอ้เฟย์ มึงจะสวีทหวานกันไปถึงไหนวะ กูยืนโด่อยู่นี่แท้ๆ ไม่สนใจกูมั่งเลยนะ" เสียงไอ้เจตน์พูดประชดขึ้นมา

"น้องเจตย์ครับ ไอ้เทนฝากมาบอกว่ามันรอที่โรงรถมันว่าจะไปร้านอาหารป๊าน้องเจตน์ ซื้อปลาสามรสไปฝากเจ้าสัวน่ะ" พี่ซันบอก

"นึกอะไรขึ้นมาอีกล่ะนี่ ไอ้พี่เทน" ไอ้เจตน์กลอกตาไปมาเหมือนมันกำลังประมวลผลข้อมูล

"สงสัยอยากเอาใจพ่อตามั้งครับ" พี่ซันแซวยิ้มๆ

"โหย..พี่ซัน  อย่างไอ้พี่เทนอ่ะนะ จะดูซิว่าจะอดทนได้กี่วันจะแกล้งแผลงฤทธิ์ให้น่าดูเชียว งั้นกูไปก่อนนะไอ้เฟย์..พี่ซันฝากดูแลเพื่อนผมด้วยนะ" ไอ้เจตน์ว่าแล้วเร่งเดินจากไป

สวนกับไอ้พีที่เดินตรงเข้ามาหาผม "อ้าว เฟย์ กูกะจะมาชวนมึงกลับบ้านเสียหน่อย แต่มึงมีสารถีส่วนตัวแล้วนี่หว่า งั้นกูกลับก่อนละกัน" มันเห็นผมอยู่กับพี่ซัน แล้วทำท่าจะเดินจากไป

"น้องพี..." พี่ซันเรียก  ไอ้พีหยุดแล้วหันกลับมา

"ไอ้โก้บอกว่าถ้าพี่เจอน้องพี ให้พี่บอกน้องพีว่ามันได้หนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหม่มาน่าสนใจมากๆน่ะ ถ้าน้องพีอยากอ่านก็ไปขอยืมมันที่บ้านได้เลยนะ"

"หืม..." ไอ้พีตาโต มันเป็นหนอนหนังสือตัวยง ยิ่งประวัติศาสตรต์นี่มันยิ่งชอบ ทีแรกผมนึกว่าไอ้พีจะลนลานรีบไปขอยืมหนังสือจากพี่โก้ แต่แล้วไอ้พีกลับเปลี่ยนใจทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยออกมา

"ไม่เอาดีก่า ระยะนี้พี่โก้ไม่น่าไว้ใจ ดูแปลกๆ มองพีทีนึงนะ ตาเยิ้มอย่างกะคนเมา ไม่รู้ไปแอบพี้กัญชามารึเปล่า" ไอ้พีทำหน้านิ่ว

พี่ซันยิ้ม "พี่ไม่รู้หรอก พีต้องไปถามไอ้โก้เองสิ ว่ามันเมาอะไร บางทีมันคงจะกำลังเมารักล่ะมั้ง" พี่ซันหยอก แต่ท่าทางจะไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะไอ้พีมันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

"น้ำเน่าน่ะ...ช่างพี่โก้เหอะ พีจะกลับบ้านละ ยังไงฝากเพื่อนพีด้วยนะพี่ซัน" พูดจบไอ้พีก็ยิ้มแล้วก็เดินจากไป

พี่ซันเอื้อมมือของเขามาสัมผัสมือของผม มันแข็งกระด้าง แต่ก็อบอุ่น ผมมองตาเขา และอีกครั้งที่ดวงตาของเราประสานกัน เขายิ้ม แล้วจูงมือผมไปที่รถ

เราแวะกินข้าวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศในร้านดูสบาย ตบแต่งด้วยไม้สนแห้ง กลิ่นไม้แบบธรรมชาติ พร้อมเสียงเพลงช้าๆเบา ทำให้บรรยากาศน่านั่งขึ้นเป้นทวีคูณ

กับข้าวสามสี่อย่างวางอยู่ระหว่างผมกับพี่ซัน "เราไม่เคยได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้วนะ ตั้งแต่กินข้าวบ้านเฟยืพร้อมพ่อกับแม่วันนั้นน่ะ" เขาเอ่ยขึ้น

ผมมองหน้าเขาแล้วยิ้ม "แล้วที่บ้านพี่กินข้าวพร้อมกันทีละกี่คนล่ะ"

แววตาเขาสลดลง "พี่กินข้าวคนเดียวทุกวันแหละ แม่พี่เสียไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ส่วนพ่อพี่ก็ยุ่งกับงานจนแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลย พี่ชายสองคนตอนนี้เรียนอยู่ต่างประเทศน่ะ" เขาก้มหน้าตอบ

ผมได้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ ค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสมือของเขา "ถ้าอย่างนั้น ....เรากินข้าวด้วยกันทุกวันเลยดีไหม"

จบประโยค พี่ซันเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แววตาเปลี่ยนจากเศร้าสลดมาเปล่งประกายเต็มที่ "ได้เหรอครับ ได้จริงๆนะ เรากินข้าวด้วยกันได้ทุกวันจริงๆนะ" เขาพูดออกมาเสียงดังจนแทบจะเป็นเสียงตะโกน จนคนในร้านเริ่มหันมามอง เมื่อรู้สึกตัวเขาจึงเก็บอาการและนั่งยิ้มอยู่อย่างนั้น...ผมหยักหน้ารับช้าๆ

พี่ซันแลดูเจริญอาหารเป็นพิเศษ เขากินทุกอย่างที่สั่งมาอย่างเอร็ดอร่อย ผมรู้สึกมีความสุขเกิดขึ้นเล็กๆภายในจิตใจ มันอบอุ่นและรู้สึกผูกพันกับเขามากขึ้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร...แต่มันชัดเจนเมื่อตอนที่เขาปกป้องผมจากเรื่องร้ายครั้งนั้น

วันนี้เรามีความสุขมาก เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่าทุกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าเรื่องยุ่งยากเรื่องใหม่กำลังตามเข้ามา

-----------------------------------------------------------------

"ครับท่าน....กำลังรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุขครับ...แต่ผมไม่เคยเห็นคุณซันมีความสุขแบบนี้มานานแล้วนะครับ..ครับ..ผมตามมาตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยแล้วครับ"

--------------------------------------------------------------
 

"นายปัญจมิตร โฆษิตวิริยกานนท์ ขอเชิญที่ห้องรับรองหนึ่งค่ะ" เสียงประกาศตามสายแว่วมาเข้าหู ในขณะที่ผมกับไอ้เจตน์นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินภายในมหาวิทยาลัย

"ไอ้เฟย์ เขาประกาศเรียกมึงแน่ะ มีเรื่องอะไรวะ ร้อยวันพันปีกูไม่เคยเห็นมึงมีธุระอะไรเลยนี่หว่า แล้วห้องรับรองหนึ่งน่ะ มันห้องรับรองแขกระดับวีไอพีเชียวนะ" ไอ้เจตน์ทำท่าสนอกสนใจ

"ไม่รู้ว่ะเจตน์ เดี๋ยวกูไปก่อนนะ มึงมีเรียนคาบต่อไปใช่ป่ะ" ผมถามพร้อมกับลุกขึ้นยืน

"อืม...แล้วยังไงเย็นนี้เจอกันนะ" ไอ้เจตน์ยิ้ม มันลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพาย แล้วเราก็เดินแยกจากกัน

ผมเดินตรงมาที่ห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง มองผ่านกระจกใสเข้าไป พบกับผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัย กำลังนอบน้อมคุยอยู่กับผู้ชายที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง

จังหวะที่ผู้อำนวยการหันมาทางประตูกระจก เขามองเห็นผมและรีบเดินมาเปิดประตูทันที

"ปัญจมิตรใช่ไหม รีบเข้ามาเลย ท่านมารออยู่ครู่หนึ่งแล้ว" ผู้อำนวยการรีบกุลีกุจอ ทำให้ผมรู้สึกเกร็งๆกับผู้ชายคนนั้น เขาคงจะยิ่งใหญ่มาก ถึงขั้นกับที่ผู้อำนวยการจะต้องมารับรองด้วยตัวเอง

"ผอ.ครับ ผมขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวหน่อยนะครับ" ชายคนนั้นบอกยิ้มๆ

"เชิญตามสบายครับท่าน"  ผู้อำนวยการรับคำแล้วเดินออกไป

ในห้องรับรองขณะนี้ เงียบสงบ ผมนั่งก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา แต่ก็รู้สึกได้ว่า เขากำลังมองผมอย่างพินิจพิเคราะห์

"เธอ..ชื่อปัญจมิตรใช่ไหม" เขาถามย้ำ เมื่อความเงียบผ่านไปสักครู่

"ใช่ครับ" ผมตอบและค่อยๆเงยหน้ามองเขา ใบหน้าของเขาคุ้นตา แต่ผมกลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

"เธอคบอยู่กับลูกชายของฉันเหรอ" ประโยคนี้ทำให้ผม งง เป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ลูกชายของผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมเขาถึงถามแบบนี้

เขามองหน้าผม แล้วถอนลมหายใจ "ก็ซันเดย์ นายธโณทัย  รัตนวชิรางกูร ยังไงล่ะ"

เท่านั้นเอง ใจผมแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาเป็นคุณพ่อของพี่ซัน...ท่านรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่

ผมยกมือสวัสดีท่าน ท่านพยักหน้ารับแล้วยิ้มตอบ

"คบกันมานานรึยังล่ะ"

"เอ่อ....ไม่นานครับ" ผมอึกอัก

"แล้วความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ว"

"..........." ผมเงียบได้แต่ก้มหน้า ไม่ได้ตอบอะไร

ท่านหยุดมอง แล้วถอนหายใจอีกครั้ง "ฉันจะพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมนะ ถ้าฉันจะขอร้องเธอ ไม่ให้เธอยุ่งเกี่ยวกับซันเดย์อีก มันพอจะเป็นไปได้ไหม"

เหมือนผมถูกตบหน้าแรงๆ ผมเพิ่งจะรู้สึกดีกับพี่ซัน เมื่อวานก็เพิ่งไปกินข้าวด้วยกันมา แต่วันนี้มีใครคนหนึ่งมาบอกว่า พวกเธอเลิกกันเถอะ นี่มันบ้าไปแล้ว....

"ซันเดย์ควรจะได้ดำเนินการสืบทอดธุรกิจของฉัน เขาเป็นคนฉลาด มีความอดทน แต่เธอ..เธออาจจะทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่ง บอกไว้เลยนะ ถ้าเขายังยืนยันจะคบกับเธอต่อ ฉันจะตัดสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่ง และสืบทอดกิจการของฉันทั้งหมด" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ แต่ก็ทำให้ผมรุ็สึกหวาดหวั่นใจอยู่

"ผม....ผม" มันรู้สึกปั่นป่วนในท้องยังไงบอกไม่ถูก

"เธอคงจะลำบากใจมากสินะ"  เขาหันมามองอากัปกิริยาขอิงผมแว่บหนึ่ง...." เอ้านี่...เธอกรอกเลขลงไปได้ตามใจชอบ แลกกับอิสระภาพของลูกชายฉัน" เขายื่นกระดาษให้ผมแผ่นหนึ่ง...เช็คใบนั้นลงชื่อเขาไว้เรียบร้อย เว้นว่างไว้แต่จำนวนเงินที่ยังไม่ได้กรอกลงไป

ผมเคยได้ยินการใช้เงินซื้อคน และคิดว่า ผมไม่จำเป็นต้องได้มัน แต่วันนี้เงินจำนวนเท่าไรก็ได้ ถูกหยิบยื่นมาตรงหน้าผม แค่เพียงผมตัดสินใจหยิบมันมาและกรอกตัวเลขที่จะทำให้ผมมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายไปทั้งชาติได้ 

ผมมองกระดาษเช็คตรงหน้า ...หยิบมันขึ้นมา แล้วส่งคืนให้ชายสูงอายุ "เก็บมันไว้เถอะครับ ผมไม่ต้องการมันหรอก...ถ้าการที่ผมจะต้องเลิกกับพี่ซัน เพื่อให้เขามีอนาคตที่ดีกว่า..ผมจะเป็นฝ่ายไปเอง ท่านสบายใจได้ครับ ต่อแต่นี้ผมกับพี่ซัน...พี่ธโณทัย เราจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก" ผมบอก พร้อมๆกับปาดน้ำตาที่มันเริ่มรินไหลออกมา

"ฉันขอบใจ...ขอบใจเธอมาก ฉันหวังว่าการมาของฉันมันคงไม่สูญเปล่านะ" เขาพูดจบก็เดินออกไปจากห้องรับรองนั้น

ผมยืนทื่อ เหมือนไร้ชีวิต น้ำตาเจ้ากรรมมันรินไหล "ทำไม...ทำไมวะ...ไอ้เฟย์ ไอ้หน้าโง่ มึงรักเขารึไงวะ มึงเสียใจทำไมวะ โฮๆๆๆๆๆ"  ผมสุดจะกลั้นอารมณ์ไว้ได้ น้ำตาเจ้ากรรมมันไหลออกมาเป็นสาย หัวใจผมแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ออดคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะม้าหิน ไอ้เจตน์เดินออกมาจากตึก

"ไงไอ้เฟย์ มีเรื่องดีๆป่ะวะ ใครจะให้ทุนมึง รึว่ามาทาบทามมึงไปเป็นดาราวะ" ไอ้เพื่อนหน้าทะเล่้นมันถามผม เมื่อผมหันไปมองมัน แล้วมันก็ผงะ

"ไอ้เฟย์ ทำไมมึงตาแดงแบบนี้ อย่างกะคนร้องไห้มาตลอดแน่ะ ใครทำอะไรมึงวะ ไอ้แม็กซ์รึว่าพี่ซัน" ไอ้เจตน์หน้าตาถมึงทึง กระฟัดกระเฟียด

ผมส่ายหน้า "เปล่า ไม่มีอะไรหรอกไอ้เจตน์"

ไอ้เจตน์มองผมแบบไม่เชื่อ มันจ้อง..จ้อง แล้วเอ่ยถาม "ไอ้เฟย์ กูเป็นเพื่อนมึงใช่ไหม เมื่อก่อนมึงมีอะไรมึงก็บอกกูทุกอย่าง แต่ตอนนี้มึงทำเหมือนไม่ไว้ใจกู มึงปิดบังอะไรกูอยู่ มันร้ายแรงถึงขั้นมึงเจ็บปวดแบบนี้ มึงจะให้กูเฉยได้ยังไง"

ผมยังไม่ทันตอบอะไรน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง "ไอ้เจตน์..วันนี้พ่อพี่ซันมาหากู"

ไอ้เจตน์ทำตาโต หน้ามันเหวอ "ท่านรัฐมนตรีอ่ะนะ"

ผมพยักหน้า "เขามาขอให้กูเลิกคบกับพี่ซัน"

"บ้าไปแล้ว...กูต้องไปคุยกับพี่ซันให้รู้เรื่อง ไป ไอ้เฟย์มึงลุก" ไอ้เจตน์ฉุดกระชากลากแขนผม แต่ผมไม่ยอมลุก

"ไอ้เจตน์ฟังกูก่อน กูว่าพ่อพี่ซันพูดถูกแล้ว พี่ซันควรจะได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ กูไม่คู่ควรกับเขา เขาบอกว่าถ้ากูกับพี่ซันไม่เลิกคบกัน เขาจะตัดสิทธิ์การดำเนินกิจการของพี่ซันออกจากมรดกด้วย"

"ไม่ยุติธรรมเลย เขาเป็นพ่อก็จริง แต่ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินการดำเนินชีวิตของใครแบบนี้นะ"

"พ่อแม่ทุกคนรักลูกทั้งนั้นแหละเจตน์...กูตัดสินใจแล้ว กูจะเลิกคบกับพี่ซัน"

"กูว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นแล้วสิ...พี่ซันไม่มีทางเลิกกับมึงหรอก ยิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมาด้วยกัน กูยิ่งแน่ใจว่าเขารักมึงมากแค่ไหน"

"เจตน์ มึงห้ามบอกพี่ซันเรื่องนี้นะ กูจะพยายามหาทางออกให้ดีที่สุด" ผมกำชับไอ้เจตน์ ยังไม่ทันที่มันจะรับปาก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

"ทำอะไรกันอยู่ครับน้องๆ"

"พี่เอ....." ผมกับไอ้เจตน์ อุทานขึ้นพร้อมกัน

ผมมองพี่เอ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้  "พี่เอครับ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม..." ผมเอ่ยขึ้น

"เฮ้ยไอเฟย์ มึงจะทำอะไรวะ" ไอ้เจตน์ขัดขึ้น ผมว่ามันพอจะเดาได้ว่าผมจะทำอะไร

"พี่เอครับ...ผมเป็นน้องพี่รึเปล่าครับ" ผมเอ่ยถามเสียงออดอ้อน

พี่เอพยักหน้า "ใช่ครับ มีอะไรหรือ" พี่เอมองหน้าผมสลับกับไอ้เจตน์

"พี่เอ เป็นแฟนกับผมนะ" ผมโพล่งออกไป

พี่เอทำท่าตกใจ "น้องเฟย์...ก็น้องเฟย์กับซัน..." เขาหันไปหาไอ้เจตน์เหมือนขอคำตอบ แต่ไอ้เจตน์เบือนหน้าไปทางอื่น

"พี่เอครับ...ผมจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟัง แต่พี่ต้องช่วยผมนะครับ เรื่องนี้จะมีแค่เราสามคนที่รู้คือ พี่ ผม แล้วก็ไอ้เจตน์ ถ้าไม่ใช่พี่เอ ผมคงลำบากแน่" ผมพูดเชิงขอร้อง

พี่เอพยักหน้า ผมจึงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้พี่เอฟัง

 "พี่เห็นใจทั้งเฟย์แล้วก็ซันนะ แต่ทำแบบนี้ เฟย์เองก็ไม่มีความสุข ซันเองก็เป้นทุกข์ แล้วจะทนกันไหวไหมนี่" พี่เอถาม

"ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้ เมื่อเวลาผ่านไป พี่ซันคงจะค่อยๆลืมผมไปเอง" ผมบอก

"ไม่มีทางหรอกครับ ยิ่งผ่านเรื่องร้ายๆด้วยกันมา แบบที่น้องเฟย์เล่าเมื่อกี้ พี่ว่าอย่างไรซันก็ไม่มีทางลืมน้องเฟย์ได้ พี่ว่าเล่าเรื่องนี้ให้ซันฟัง แล้วให้ซันไปเคลียร์กับพ่อเขาดีกว่านะครับ"

"ไม่ได้นะครับพี่เอ ถ้าทำแบบนั้น มันจะยิ่งเป็นการเร่งให้พี่ซันโดนตัดอนาคตเร็วขึ้น ผมรู้นิสัยพี่ซันดี เขาเป้นคนมุทะลุ และใจร้อน ถึงเขาจะเป็นคนมีความอดทนสูง  แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องนี้แน่ วิธีของผมน่าจะดีต่อทุกฝ่ายแล้ว ช่วยผมเถอะครับพี่ นะครับพี่ ช่วยผมด้วย" ผมขอร้องอ้อนวอน

พี่เอ พยักหน้า "เอาก็เอา...รับศึกใหญ่แน่งานนี้ ไอ้เอ เอ้ยยยยยยยย"

-------------------------------------------------

"เฟย์ พี่มารอเฟย์พักหนึ่งแล้ว วันนี้เราแวะซื้ออาหารทะเลตรงร้านที่เฟย์ชอบไปกินกันที่บ้านนะ" พี่ซันเดินยิ้มเข้ามาหาผม แววตาเขามีความสุข ผมเองก็รู้สึกมีความสุขที่เขาทำดีกับผมขนาดนี้ แต่มันคงถึงเวลาต้องหักดิบเสียที...

"พี่ซันครับ พอดีว่าผมนัดกับพี่เอไว้ว่าจะไปติวหนังสือก่อนสอบน่ะครับ อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้วก็ปิดเทอม ผมไม่อยากเสียโอกาสน่ะครับ เพราะช่วงนี้พี่เอว่างอยู่"

พี่ซันหน้าเจื่อน "เหรอครับ งั้นไม่เป็นไรนะ พรุ่งนี้เราค่อยกินข้าวด้วยกันก็ได้นะครับ"

ผมยิ้ม แล้วพยักหน้าตอบ ในใจของผมมันบอกว่า "คงไม่มีวันที่เราสองคนจะได้กินข้าวด้วยกันอีกแล้ว"

"เฟย์ ไปกันรึยังครับ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวกลับบ้านมืดนะ" เสียงพี่เอดังขึ้น พี่ซันกับผมหันไปทางเสียงนั้น พี่เอยืนคอยผมอยู่ ใบหน้าของเขาระบายไปด้วยรอยยิ้มเช่นเคย

"ผมไปก่อนนะครับพี่ซัน" ผมพูดพร้อมกับเดินห่างออกมาจากพี่ซัน

"น้องเฟย์ครับ....ดูแลตัวเองดีๆนะครับ " ใบหน้าคมคายนั้นส่งรอยยิ้มมาให้ผม แต่แววตาของเขาก็บ่งบอกถึงความผิดหวัง  แน่ล่ะ เมื่อวานผมให้ความหวังเขาตั้งมากมาย

ผมเดินมากับพี่เอ จนห่างสายตาของพี่ซันพอสมควร "พี่เอครับ เราแยกกันตรงนี้นะครับ ไอ้เจตน์มันรอผมอยู่"

"อ้าว น้องเฟย์ไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้านหรือครับ ให้พ่วงน้องเจตน์ไปอีกคนก็ได้นะ"

"ขอบคุณนะครับพี่เอ แต่ผมขอกลับกับไอ้เจตน์สองคนเถอะนะครับ" แววตาผมจ้องมองเขา พยายามเว้าวอน

พี่เอเผยรอยยิ้มบางๆ "ตามใจน้องเฟย์นะครับ กลับบ้านดีๆนะครับ แล้วอย่าคิดมากล่ะ"

พี่เอ เดินจากไปแล้ว ส่วนผมเดินแยกมาอีกทางหนึ่งที่นัดไอ้เจตน์ไว้  น้ำตาของผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมรู้สึกอึดอัดใจ มันทรมานเมื่อคิดว่าต่อแต่นี้ ผมคงไม่ได้เจอพี่ซันอีก เรื่องของเรากำลังไปได้สวย สิ่งดีๆ กำลังก่อตัวขึ้น แต่ผม...ผมกลับกำลังใช้เท้าลบมันทิ้งไป

"ไอ้เฟย์..กูรอ...เฮ้ย มึงเป็นอะไรเนี่ย ใครทำอะไรมึงอีกล่ะ" ไอ้เจตน์ตกใจเมื่อเห็นสภาพของผม ผมในตอนนี้คงเหมือนคนหมดสภาพ ไร้เรี่ยวแรง ไอ้เจตน์จับจ้องใบหน้าของผม แล้วแววตาโมโหของมันก็เปลี่ยนไป แววตาของมันแสดงออกถึงความเวทนา และเป็นห่วง มันจับไหล่ผมเบาๆ เมื่อมันพอจะเดาเรื่องราวออกได้

"เฟย์...มึงแน่ใจเหรอที่ทำแบบนี้ มึงรู้ตัวไหมว่าการที่มึงทำแบบนี้ มึงไม่ได้เจ็บคนเดียวหรอกนะ มึงคอยดูสิ เมื่อไรที่เรื่องแดงขึ้นมา พี่ซันเขาก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย ทำไมมึงถึงไม่แสดงความเห็นแก่ตัวออกมาบ้างวะ..มึงแบกรับความทุกข์อยู่คนเดียวทำไม  มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก"

ผมเงยหน้ามองไอ้เจตน์ นัยน์ตาของผมเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ ผมห้ามมันไม่ได้ และผมไม่แคร์ถ้าไอ้เจตน์หรือใครจะมองเห็น "กูทำไม่ได้หรอกเจตน์ ในเมื่อกูรู้ว่าอนาคตเลวร้ายมันจะต้องเกิดขึ้นถ้ากูยังคบกับพี่ซัน กูก็จะต้องหยุดมันให้ได้ เจ็บปวดวันนี้ก็ยังดีกว่าเจ็บปวดตลอดไปนะ"

ไอ้เจตน์ส่ายหน้า "มึงน่ะมันดื้อรั้นเสียจริง กูหมดปัญญาจะเกลี้ยกล่อมมึงละ ไป..กลับบ้านกันเหอะ เดี๋ยวกูทำกับข้าวให้มึงกินเอง ท่าทางถ้าให้มึงทำ กูว่าต้องพามึงไปหาหมอด้วยแหงๆ"

ไอ้เจตน์โอบไหล่ผม เดินออกจากมหาวิทยาลัยไป

ผมเข้าห้องปิดประตู แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยให้ไอ้เจตน์แสดงฝีมือทำกับข้าวของมันไป

ในห้องเงียบๆ ผมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเป็นอิสระ "ฮือๆๆ ...." ผมได้ยินเสียงตัวเองร่ำไห้ ร้องไห้เสียให้พอ ร้องออกมามากๆ ให้สาสมกับความทุกข์ที่มันทิ่มตำอยู่ในอก  ผมระบายความทุกข์ระทมอยู่เพียงคนเดียว จนรู้สึกเหนื่อยอ่อน และเผลอหลับไป

"เฟย์  ลงมากินข้าวกัน มึงจะนอนไปถึงไหนวะ" เสียงไอ้เจตน์เคาะห้องผม  ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น

"เฟย์..เฟย์  มึงเป็นอะไรเปล่าวะ มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิดกูจะถีบประตูให้พังเชียว" เสียงมันดังขึ้น และจังหวะการทุบประตูก็ถี่ขึ้น

"กูตื่นแล้ว...รอแป๊บนึงนะ กูล้างหน้าก่อน" ผมส่งเสียงตอบมันออกไป นั่นทำให้มันหยุดการกระทำที่เริ่มจะรุนแรง

"งั้นกูไปรอข้างล่างนะ รีบลงมานะมึง ไม่งั้นกูกินหมดคนเดียวไม่รู้ด้วย"

ผมฟังมันพูดแล้วอมยิ้ม บางทีการมีเพื่อนอยู่ด้วยในยามที่เราเป็นทุกข์แบบนี้มันก็ดีไปอย่าง ถึงไอ้เจตน์จะดูบ้าๆบอๆ แต่มันเป็นคนจริงใจ พร้อมลุยทุกสถานการณ์  มันไม่เคยปฏิเสธการร้องขอความช่วยเหลือจากผม บางครั้งในความโชคร้ายผมก็ยังมีเพื่อนดีๆอยู่บ้าง.....

ผมนั่งกินข้าวกับไอ้เจตน์ มันทำกับข้าวอร่อยมากสมกับเป็นลูกเจ้าของร้านอาหาร ระหว่างกินข้าวมันก็ชวนผมคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางครั้งก็ยิงมุขตลกบ้าๆบอๆ ทำให้ผมคลายเครียดไปได้บ้าง

"เฟย์ คืนนี้กูนอนกับมึงนะ" มันหันมาบอกผม ในขณะที่เรากำลังนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน

ผมหันไปมองมัน ก่อนจะแซว "มึงคิดอะไรกะกูป่ะเนี่ย"

มันยิ้ม "คิด.."

ผมหันไปมองมันอีกครั้งเหมือนเป็นเชิงถามว่า...เมิงคิดอะไรของเมิงวะ

"คิดว่า..มึงอาจจะแอบทำอะไรบ้าๆ เช่น แอบเอายางหนังสติ๊กมารัดคอตัวเอง หรือเอาตะเกียบแทงจมูกให้หายใจไม่ออกตายไปน่ะสิ ฮ่าๆๆๆๆ" มันพูดจบก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา (มึงรู้ไหม กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้าคิดมุขควายๆแบบนี้ได้)

ผมอมยิ้ม แม้มันจะเป็นมุขที่แป้กนิดหน่อย แต่ทำให้ผมไม่เหงา ไม่ต้องโดดเดี่ยว แล้วไอ้เจตน์ก็เปลี่ยนโหมดมาพูดอะไรซึ้งๆ "เฟย์ กูเคารพการตัดสินใจของมึงนะ ไม่ว่ายังไงกูก็อยู่ข้างมึงเสมอ  จำไว้นะเพื่อน"

"ขอบใจมากนะเจตน์" ผมหันไปมองมัน แล้วยิ้ม

ไอ้เจตน์จัดการหอบที่หลับที่นอนเข้ามาในห้องผม โชคดีที่เตียงในห้องของผมใหญ่ขนาดนอนได้ตั้งสาม คน  ไอ้เจตน์เลยโยนตัวเองลงบนที่นอนอย่างลิงโลด เรานอนคุยกันไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องสาระและไร้สาระมากมาย จนต่างคนต่างผล็อยหลับไป

วันรุ่งขึ้น...ผมกับไอ้เจตน์กำลังเดินเข้ามหาวิทยาลัย

"เฟย์ เดี๋ยวเย็นนี้พี่รอกลับบ้านพร้อมเฟย์นะ" พี่ซันวิ่งกระหืดกระหอบมาจากไหนไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นเปื้อนยิ้มเต็มที่

"ผม...เอ่อ...ผมนัดพี่เอไว้น่ะครับ พอดีเมื่อวานยังติวไม่จบเลย ผมสมองทื่อน่ะครับ เลยใช้เวลาอธิบายแต่ละเรื่องกันนานมาก" ผมหาทางปฏิเสธออกไป

รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายนั้นค่อยๆจางหายไป "ว้า...แล้วเมื่อไรจะเสร็จเรื่องราวล่ะเนี่ย พี่ไม่อยากกินข้าวคนเดียวเลย"

ผมก้มหน้าต่ำลง พยายามซ่อนแววตารวดร้าวนั้น ผมรู้สึกผิด จนไม่อาจทนมองหน้าเขาได้

"โห...พี่ซัน อีกไม่นานหรอกน่า เดี่ยวไอ้เฟย์กับพี่เอก็ติวจบแล้ว คราวนี้พี่จะนั่งกินข้าวกับมันทั้งวันทั้งคืนก็ตามใจพี่เหอะ" ไอ้เจตน์ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น

พี่ซันยิ้มออกมา "อืม ก็ได้ ทนเหงาอีกพักเดียวเนอะ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ ไอ้โก้ กับไอ้เทนมันก็ไปหาชีทข้อสอบเก่าๆมาแบ่งให้พี่ด้วย" เขาเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

"มึงเห็นเขาไหม เห็นรอยยิ้มเขาไหม เฟย์...มึงคิดจะยื้อเวลาไปนานเท่าไรวะ กูว่าเลิกเหอะ กูจะไปบอกพี่ซันเองว่าเกิดอะไรขึ้น" ไอ้เจตน์ทำท่าจะเดินไป ผมรีบจับแขนมันไว้

"อย่านะไอ้เจตน์...ถ้ามึงทำแบบนั้น มึงเลิกคบกับกูไปเลย ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกับกูอีก" ผมตวาด แววตาผมแข็งขืน

"โธ่เว้ย....." ไอ้เจตน์ทำท่ากระฟัดกระเฟียด เหมือนเด็กโดนขัดใจ

"เจตน์มึงใจเย็นๆ ต่อไปนี้กูจะพยายามหลบหน้าเขา คนเสน่ห์แรงอย่างเขามีคนชอบเยอะ เดี่ยวเขาก็จะลืมกูไปเองแหละ" ผมบอกเพื่อน

ไอ้เจตน์หันมามอง "ตามใจมึงละกัน...แต่อย่าให้กูหมดความอดทนล่ะ" พูดจบมันก็เดินลิ่วเข้ามหาวิทยาลัยไป ผมได้แต่มองตามหลังเพื่อน ก่อนจะก้มหน้าก้าวเท้าเดินตามมันเข้าไปเช่นกัน

หลายวันแล้วที่ผมพยายามหลบหน้าพี่ซัน เขามาหาผมที่ห้องเรียน ผมก็หลบ เขาดักเจอผมหน้ามหาวิทยาลัย ผมก็ออกอีกทางหนึ่ง เขาโทรศัพท์มา ผมก็ไม่รับ จนบางทีผมเห็นเขาขับรถมาหาที่บ้าน แต่ดีที่ไอ้เจตน์ช่วยโกหกเขาว่าผมไปติวหนังสือกับพี่เอ ยังไม่กลับมา

เย็นนี้ผมกำลังเดินเพลินๆ อยู่ เมื่อเลี้ยวตรงมุมตึก มือหนึ่งก็กระชากผมอย่างแรง

"พี่ซัน..." ผมอุทาน

เขาลากผมมาบริเวณที่ลับตาคน "เฟย์...ทำไมเฟย์ต้องหลบหน้าพี่ด้วย พี่ทำอะไรผิดหรือเปล่า "แววตาของเขามองมาเชิงคำถาม ผมปั้นหน้ายิ้มให้

"ไม่ได้หลบนี่ครับ ผมแค่ยุ่งๆเรื่องเตรียมตัวสอบ แถมต้องติวกับพี่เอบ่อยๆด้วย"

พี่ซันมองหน้าผม "พี่ว่า เฟย์กำลังหาข้ออ้างเพื่อหลบหน้าพี่มากกว่า...เอางี้นะ มาติวกับพี่ วิชาอะไรพี่ก็ติวให้ได้"

ผมรู้...พี่ซันเองก็เป็นคนที่เรียนดี ติดอันดับท็อปของรุ่นเสียด้วย ผมคิดไม่ออกจริงๆว่าจะยกเหตุผลข้อไหนมาหักล้างเขาได้

"หรือที่เฟย์ไม่อยากติวกับพี่ เพราะว่าเฟย์ชอบไอ้เอ" เขาเริ่มทำเสียงแข็ง

ผมนิ่ง...บางทีนี่อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็ได้

"ใช่...ผมชอบพี่เอ  ผมกับพี่เอแอบคบกัน  สมน้ำหน้าแล้วที่พี่โดนสวมเขา" ผมพูดไปแถมยิ้มเยาะออกมาให้เห็นจังๆ ทั้งที่ใจผมมันท่วมน้ำตาไปหมด

"เฟย์ พูดอะไรออกมานี่ รู้ตัวไหม" น้ำเสียงเขาตกใจมาก เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากผม

"รู้ตัวสิ ก็ผมเบื่อพี่แล้วไง พี่มาตามเอาใจผมทำไม ผมรำคาญ" ผมเริ่มเสียงดังใส่เขา

เขายืนมองผมนิ่ง "พี่ทำอะไรให้เฟย์โกรธหรือครับ พี่ทำอะไรไม่ดีหรือครับ เฟย์บอกพี่มาสิ พี่สัญญาว่าพี่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ที่ผ่านมาพี่รู้ว่าพี่ทำไม่ดีกับเฟย์หลายอย่าง พี่นึกว่าเฟย์จะให้อภัยพี่"

"พี่อย่ามาเรื่องเยอะได้ไหมครับ ผมก็บอกไปแล้วว่าผมรำคาญ เลิกตามรังควานผมเสียทีเถอะ" ผมพูดแล้วแสดงอาการหงุดหงิดให้เขาเห็น

"เฟย์ พี่ไม่เข้าใจก็เมื่อวันก่อนเรายังไปกินข้าวกัน เฟย์ยังบอกว่าจะกินข้าวกับพี่ เราจะกินข้าวด้วยกันทุกวัน ทำไมวันนี้..." พี่ซันเริ่มเสียงสั่น

"นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ก็คือตอนนี้ รู้ไว้ด้วยว่าพี่เป้นคนที่น่าเบื่อ ไม่รู้ทำไมใครก็มาหลงรักพี่ ต่อแต่นี้อยากจะคบกับใครก็เชิญพี่ตามสบายเลย แต่เลิกทำตัวเป็นหมาไล่ตามผมเสียที ผมเบื่อ ผมรำคาญ" ผมตวาดใส่เขาเสียงดัง

"เลว...ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้..." พี่ซันแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา

"ก็ใช่...ก็ผมมันเป็นคนแบบนี้แหละ ผมมันชอบมั่วกับคนไปทั่ว พี่ก็แค่เหยื่อที่หลงติดกับผม ดีใจไหมครับ ที่ได้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นของผม" ผมยังคงเล่นละครต่อไป ทั้งที่ในใจมันค้านเหลือเกิน...ผมรู้ตัว..รู้ตัวดีว่าผมรักเขา รักพี่ซัน

"เพียะ...." ผมหน้าหันไปตามแรงตบ น้ำตาแห่งความเจ็บปวดของเขาเอ่อท้น แล้วก็รินไหลออกมา เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น หลังจากที่เขาแสดงมันออกมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่เราพบเรื่องร้าย ๆ ด้วยกัน  และทั้งสองครั้ง เขาก็เสียน้ำตา...เพราะผม...

เขาจ้องหน้าผมนิ่ง  "มึงอย่าคิด...อย่าคิดว่าพวกมึงจะเสวยสุขกันได้ กูนี่แหละจะลากพวกมึงลงนรก ให้มึงเจ็บปวดไปตลอดกาลเลย" พูดจบเขาก็เดินจากผมไป

ผมทรุดตัวลง น้ำตาเจ้ากรรมมันไหลออกมาอีกแล้ว เรื่องมันเลวร้ายขึ้นแล้ว และตอนนี้ผมก็ดึงพี่เอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเต็มๆ

"ไอ้เฟย์ กูรอมึงตั้งนาน มัวทำอะไรอยู่วะ" ไอ้เจตน์เอ่ยถาม เมื่อเห็นผมเดินเข้ามาใกล้

ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน "กูเจอกับพี่ซัน" ผมเอ่ยบอกมัน

"แล้วเกิดอะไรขึ้น" ไอ้เจตน์ท่าทางตกใจ

"กูบอกเขาไปว่ากูคบกับพี่เอ" 

ไอ้เจตน์ตะลึงอย่างคาดไม่ถึง "ฉิบหายละไอ้เฟย์ มึงรู้ตัวไหมว่ามึงลากพี่เอเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มๆแล้ว....เรื่องมันชักจะเลยเถิดแล้วนะมึง"

"เจตน์...กูจะทำยังไงดีวะ กูจะทำยังไงดี..."ผมทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะม้าหิน

"เล่าความจริงทั้งหมดให้พี่ซันฟัง นั่นแหละเป็นทางออกที่ดีที่สุด" ไอ้เจตน์แนะนำ

ใจผมอยากจะค้านมัน แต่เมื่อนึกถึงว่าพี่เอต้องลำบาก ตอนนี้ผมก็เหมือนกับคนกินไม่เข้าคายไม่ออก

"กูขอเวลาอีกสักพักนะเจตน์ ถ้ามันไม่มีทางออกจริงๆ กูจะเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังเอง" ผมหันไปมองเพื่อน ไอ้เจตน์พยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของผม

"ไป..เฟย์ กลับบ้านกันเหอะ กูหิวข้าวแล้ว"

------------------------------------------------------------

ผมนั่งรอไอ้เจตน์กับไอ้พีที่โต๊ะกินข้าวประจำของเรา เพื่อเป็นการฆ่าเวลาผมก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเรื่อยๆ

"ขอพี่นั่งด้วยคนนะครับ" เสียงทุ้มนั้นดังขั้น ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงแล้วยิ้มรับ

"เชิญสิครับพี่เอ ทำอย่างกับเป็นคนอื่นคนไกลกันไปได้" ผมกล่าว

พี่เอย่อกายลงนั่งตรงข้ามกับผม "น้องเจตน์กับน้องพีกินไปก่อนแล้วเหรอครับ"

"นั่งรอมันจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย ไม่เห็นโผล่มาสักที" ผมตอบยิ้มๆ

"แอบนัดชู้มากินข้าวที่นี่เองเหรอวะ.." เสียงเข้มคุ้นหูอีกเสียงดังขึ้น ผมจำได้ดี

"พี่ซัน...."

เขาเดินอาดๆเข้ามาที่โต๊ะผมกับพี่เอ โดยมีพี่โก้กับพี่เทนเดินตามมาด้วย

"อ้าว ซัน กินข้าวหรือยัง นั่งด้วยกันไหมล่ะ " พี่เอยิ้มทัก แล้วกล่าวชวน

"กูกินไม่ลงหรอก..จะให้กูมานั่งกินข้าวกับ "ของเก่า" พร้อมชู้ กูไม่มีกะจิตกะใจ" เขาพูดจากระแทกแดกดัน จนผมต้องหันไปมองเขาตาขวาง ประสานกับสายตาของพี่ซันอย่างจัง

"มองทำไมครับ..น้องเฟย์ พี่พูดอะไรผิดหรือครับ" เขายื่นหน้าเขามาถามเยาะเย้ย

"...พี่เอครับ เราไปนั่งที่อื่นดีกว่าครับ" ผมชวนพี่เอ พร้อมกับลุกขึ้นยืน เอากระเป๋าสะพายเฉียงร่าง

"รับความจริงไม่ได้ ถึงกับต้องเดินหนีกันเลยเหรอครับ  คุณเอครับ กูจะบอกอะไรให้มึงฟังนะ ไอ้เฟย์น่ะ มันเป็นเมียกู มึงอยากกินของเหลือกากเหลือเดนจากกูหรือไง"

พี่เทนเดินเข้ามาใกล้ๆ แตะไหล่เพื่อน "ไอ้ซัน มึงใจเย็นๆสิวะ พูดกันดีๆก็ได้"

พี่ซันสะบัดตัว แล้วหันไปหาพี่เทน "เรื่องนี้กูจัดการเองไอ้เทน มึงอยู่เฉยๆเหอะ"

แล้วหันมาทางผมกับพี่เอ "มึงจะรีบพากันไปล่อที่ไหนล่ะ รอมืดค่ำหลังเลิกเรียนก่อนสิ"

"ซัน ผมว่าซันใจเย็นก่อนดีไหม แล้วก่อนพูดอะไรช่วยคิดก่อนนะครับว่าทำให้ใครเขาเสียหายบ้าง" พี่เอพูดขึ้น ผมเริ่มรู้สึกว่าพี่เอเองก็มีความโมโหเกิดขึ้นแล้ว

"มึงจะทำไม..มึงลักของกูไปกินแล้วมึงยังพูดแบบนี้อีกเหรอวะ..เสียหายอะไร กูสิ กูที่เสียหาย เมียก็ทรยศ" เขาหันมาทางผม น้ำใสๆคลออยู่ในตาของเขา เขารีบเบือนหน้าไปทางอื่น

"ไปกันเถอะครับพี่เอ พูดอะไรไปเขาก็ไม่เข้าใจหรอก" ผมพูดพร้อมกับจับมือพี่เอ เพื่อเดินออกไปจากตรงนั้น

พี่ซันหันมาพบภาพนั้นพอดี ภาพที่ผมจับมือพี่เอไว้

"เฟย์ มึงมาคุยกับกูให้รู้เรื่อง" เขาตรงดิ่งเข้ามากระชากตัวผมจากพี่เอ

พี่เอ เข้ามาขวางไว้ "ซัน ผมว่านายต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่อง ผมว่านายกลับไปก่อนดีกว่า ไว้ใจเย็นๆแล้วเราค่อยมาคุยกัน"

"กูไม่รอ กูไม่กลับ มึงอย่าแส่ กูจะคุยกับเมียกู" พี่ซันตวาด

ตอนนี้คนรอบๆข้างหันมามองเราบ้างแล้ว

"พี่เอครับ พี่เอไปก่อนก็ได้นะครับ เดี่ยวทางนี้ผมเคลียร์เอง" ผมบอกพี่เอ หลังจากเห็นว่าเรื่องชักจะบานปลายออกไปทุกที

"ไม่ครับ พี่จะอยู่กับเฟย์ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นพี่จะได้ช่วยเหลือเฟย์ได้"

"ไอ้เอ มึงนี่มันหน้าด้าน เมียกูไล่แล้วยังไม่ไปอีก" พี่ซันตะคอกเสียงดัง

"ผมน่ะเหรอหน้าด้าน  ผมว่าคุณน่ะหน้าด้านกว่าอีก  คนเขาหมดรักแล้วยังจะหน้าด้านตามเขาอยู่ได้" ขาดคำพี่เอ พี่ซันก็ปล่อยหมัดเข้าใส่พี่เอด้วยความโมโห

"ไอ้ซัน อย่า...." เสียงพี่โก้กับพี่เทนร้องห้ามดังลั่น

แต่ช้าไปแล้ว หมัดของพี่ซันถูกปล่อยออกมา เพื่อให้เข้าเป้าบนใบหน้าของพี่เอ

ผมตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ...ภาพพี่เอล้มกลิ้งลงไปอยู่บนพื้น ทำให้ผมร้องเสียงหลง

"พี่เอ...." ผมวิ่งเข้าไปประคองพี่เอ ในขณะที่พี่โก้ กับพี่เทนพากันรั้งร่างพี่ซันไว้

"ปล่อยกู ไอ้โก้ ไอ้เทน ปล่อยกู" พี่ซัน พยายามแข็งขืน ดิ้นรนให้หลุดจากการรั้งตัวนั้น

"พอได้แล้ว..." เสียงหนึ่งดังขึ้น ไอ้เจตน์นั่นเอง มันกับไอ้พี รีบเร่งมาหลังจากได้ยินข่าวว่าพี่ซันมีเรื่องกับพี่เอ ใบหน้ามันตกใจเมื่อพบว่าบนพื้นนั้นมีร่างพี่เอกองอยู่ โดยที่ผมเป็นคนประคองร่างพี่เอไว้

ไอ้เจตน์ เดินเข้ามายืนคั่นกลางระหว่างผมกับพี่เอ และพี่ซันกับพวก

"พี่ซัน พี่กำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว" ไอ้เจตน์บอก ผมรู้ว่าไอ้เจตน์กำลังจะพูดอะไร

"ไอ้เจตน์ มึงอย่า....."

"พอทีเหอะเฟย์ มึงก็รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้ว กูว่ามันจะดีกว่า ถ้าพี่ซันได้รู้ความจริง แล้วมันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเขาจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเองด้วย ที่ผ่านมามึงเป็นฝ่ายตัดสินใจแทนทุกคน แล้วดูสิ ผลลัพธ์มันเป็นยังไง มันแย่ลงเรื่อยๆแล้วนะ มึงจะปล่อยให้มันสายเกินที่จะแก้ไขอะไรได้เหรอ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพี่เอ พี่ซันก็พลอยแย่ไปด้วย มึงรับผิดชอบไหวไหม" ไอ้เจตน์หันมาบอกผม..

ผมนิ่ง  ไม่ได้โต้ตอบอะไร ในเมื่อสิ่งที่ไอ้เจตน์พูดนั้นมันทิ่มแทงอยู่ในหัวใจของผม

พี่ซันเริ่มใจเย็นลง เขามองหน้าผมกับไอ้เจตน์ เหมือนต้องการคำอธิบาย

"ฟังให้ดีนะพี่ซัน  ไอ้เฟย์กับพี่เอ ไม่ได้มีอะไรกันแบบนั้น เรื่องทั้งหมด มันเป็นการเล่นละครเท่านั้น" ไอ้เจตน์เริ่มอธิบาย

พี่ซันหันมามองผมกับพี่เอ สีหน้าของเขาดีขึ้น แทบจะเปลี่ยนจากบึ้งตึงเมื่อสักครู่ มาเป็นยิ้มได้ในทันที

"พี่รู้ไหม เฟย์มันแอบทุกข์ใจอยู่คนเดียวมานานแล้ว  เพราะคุณพ่อของพี่มาขอพบมัน แล้วขอให้มันเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่ ไม่อย่างนั้นเขาจะตัดสิทธิ์ในการดำเนินงานของพี่ในทางธุรกิจทั้งหมด นั่นหมายความว่า ถ้าเฟย์ไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่ พี่จะไม่ได้อะไรเลย  เฟย์มันไม่อยากให้พี่ลำบาก มันเลยจำเป็นต้องเดินออกมาจากชีวิตพี่ และขอร้องให้พี่เอช่วยเล่นละครเป็นแฟนมัน" 

พี่ซันมองผม สายตาที่ดุดันเมื่อกี้กลายเป็นความเศร้าสร้อย เขาเดินเข้ามาหาผมที่กำลังประคองพี่เออยู่

เชาหยุดยืน แล้วย่อตัวลง สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นสำนึกผิด "จริงหรือวะเอ "

พี่เอพยักหน้าเป็นการยอมรับ

"เอ....ผมขอโทษนะ" เขากล่าวพร้อมกับมองหน้าพี่เอ

พี่เอยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอก นายไม่รู้ความจริงนี่นา ยังไงก็...เมื่อรู้ความจริงแล้ว ก็คุยกับน้องเขาให้รู้เรื่องนะ หวังว่าจะได้ยินข่าวดีนะเพื่อน...แต่หมัดนายนี่หนักเป็นบ้าเลย  ขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่านะ" พี่เอพูดจบก็ลุกเดินออกไป แต่ก่อนไป เขาหันมากระซิบผมว่า "พี่คงต้องอกหักเป็นรอบที่สองสินะนี่"

พี่ซันมองหน้าผม ผมนั่งก้มหน้าไม่กล้ามองหน้าเขา เขาเอื้อมมือมาจับมือผม

"ทำไมเฟย์ถึงไม่บอกความจริงกับพี่ล่ะ เฟย์ก็รู้ว่าพี่จะต้องเลือกเฟย์..เลือกหัวใจของพี่โดยไม่ต้องสงสัย"

"ก็เพราะผมรู้น่ะสิ...ผมถึงต้องทำแบบนี้ ผมไม่อยากให้พี่สูญเสียทุกอย่าง" ผมยังก้มหน้าตอบ รู้สึกเหมือนนัยตาร้อนผ่าว กลัวน้ำตามันจะไหลออกมาอีก


ผมเงยหน้ามองเขา น้ำตาเจ้ากรรมไหลพรากออกมา..."ผมขอโทษ ..ขอโทษครับ ที่ทำให้เรื่องมันลุกลามจนเกือบจะสายไปแล้ว เป็นเพราะผมคิดเอง เออเองคนเดียว"

พี่ซันโน้มตัวมาใกล้ผม แล้วเขาก็โอบกอดผมไว้ โดยไม่แคร์สายตาผู้คนที่อยู่รอบข้าง

"ขอบคุณนะครับ ที่ทำเพื่อพี่ขนาดนี้ แต่น้องซันไม่ต้องเป็นห่วงไปนะครับ เพราะเงินที่พี่ใช้จ่ายทุกวันนี้ พี่กับไอ้โก้ ไอ้เทน ร่วมหุ้นกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆขึ้นมา รายได้ดี เลี้ยงตัวเองได้ พี่ไม่ได้ใช้เงินของที่บ้านพี่มานานแล้วนะครับ ถึงพี่จะถูกตัดสิทธิ์อะไรต่อมิอะไร พี่ก็ไม่ได้เสียใจเลย"

ผมกอดตอบเขา พร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลเอ่อออกมา..น้ำตาแห่งความสุข น้ำตาแห่งความรัก

หลายคนในที่นั้นอมยิ้ม เรื่องของเราคงเป็นที่กล่าวขานกันอีกนาน เราโชคดีที่เกิดมาในยุคนี้ ยุคที่ผู้ชายแสดงความรักต่อกันได้อย่างอิสระ มันจึงมิใช่เรื่องที่ใครจะมองว่าแปลกประหลาดอีกต่อไป

---------------------------------------------

พี่เทนไปส่งไอ้เจตน์ที่บ้านผมก่อน คาดว่าพี่เทนคงอบรมไอ้เจตน์เรื่องที่ไม่ยอมบอกความจริงแต่แรกจนไอ้เจตน์หูชาแน่  ส่วนพี่โก้ก็ลากไอ้พีไปช่วยงานที่ร้าน ไอ้พีพอได้ยินว่าจะได้ตังค์จากการช่วยงานก็รีบตามเขาไปเลยเชียว

ส่วนผมพี่ซันลากไปนั่งกินข้าวที่ร้านเดิม บรรยากาศสบายๆ กับเสียงเพลงเบาๆ

"วันนี้แลดูเจริญอาหารจังนะ" ผมแซวหลังจากนั่งมองเขากินอาหารไม่หยุด

"ก็อกขมตรมไหม้มาหลายวันนี่ กินอะไรก็ไม่ลง กลัวภรรยาไปมีชู้" เขาตอบกลับมาหน้าทะเล้น

"เพียะ..." ผมเอื้อมไปตีแขนเข้าให้ "พูดจาอะไรพี่ น่าเกลียด"

พี่ซันอมยิ้ม แล้วก็ตักข้าวกินต่อไป

ผมนั่งนิ่ง นัยตาเหม่อลอยออกไป ผมไม่รู้ว่าจุดจบเรื่องนี้จะเป็นยังไง เมื่อผมไม่ได้ทำตามที่พ่อของพี่ซันขอร้อง

"ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ "เขาพูดขึ้นเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร "พี่จะคุยกับพ่อให้เรียบร้อย ถ้าพ่อไม่ยอมรับเรื่องของเราสองคนพี่ก็จะออกมาดำเนินชีวิตเอง ทำงานหาเงินใช้เอง"

"แล้วใครจะดูแลคุณพ่อของพี่ล่ะ "ผมแย้ง

"อย่าห่วงไปเลย พ่อพี่มีคนคอยดูแล เอาอกเอาใจสารพัด"

"แต่มันไม่เหมือนกันนะพี่ ใครจะมารักพ่อแม่เรา อย่างจริงใจเหมือนเราล่ะ" ผมแย้งอีก

พี่ซันเงียบไป เขาจ้องผมสักครู่แล้วยิ้มออกมา "พ่อเนี่ยนะ ผ่านชีวิตมามากมาย ทำไมพ่อถึงมองไม่เห็นนะว่าพี่น่ะ หยิบเพชรเม็ดงามที่สุดมาไว้ในมือแล้วแท้ๆ ดันมาบอกให้พี่ทิ้งเพชรไปอีก"

ผมมองหน้าพี่เอ..."อะไรเหรอพี่"

"พี่หมายถึงว่า พี่น่ะมีเฟย์ที่แสนดี น่ารักอยู่แบบนี้ด้วยทั้งคน แต่พ่อกลับไม่รู้เลยว่าเฟย์น่ะแสนดีขนาดไหน"เขาตอบยิ้มๆ

ผมหลบสายเขา...ก็มันเขินนี่นา "พี่ซันก็พูดเกินไป ผมไม่ได้ดีเลิศอะไรแบบนั้นหรอกนะ ผมก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้าน่ะพี่"

พี่ซันนั่งมองผมแล้วเขาก็ยิ้มออกมา ผมหลบสายตาเขาอยู่อย่างนั้น คนบ้า...มานั่งจ้องทำไมก็ไม่รู้ เขินจะแย่...

"สัญญากับพี่นะ ว่าต่อไปนี้ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้น เฟย์ต้องบอกพี่ เราต้องตัดสินใจร่วมกัน เฟย์อย่าทุกข์อยู่คนเดียว พี่มีหน้าที่ดูแลและแบ่งเบาความทุกข์ของเฟย์" เขาบอกพร้อมกับจ้องตาของผม

ผมยิ้มแล้วพยักหน้า พี่ซันยิ้มตอบ

"ไง ซัน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สบายดีไหม"

เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นใกล้ๆโต๊ะเรา ผมกับพี่ซันหันไปมอง  ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายยืนอยู่ข้างๆ เราไม่ทันสังเกตว่าเขาเข้ามาปรากฎตัวตั้งแต่เมื่อไร อาจเป็นเพราะเรามัวแต่ตักตวงความรู้สึกแช่มชื่นกันอยู่โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้าง

พี่ซันมองหน้าชายคนนั้นอย่างพินิจ "โตมร...." พี่ซันเอ่ยชื่อของชายคนนั้นออกมา

"น่าดีใจนะ ที่นายยังจำเพื่อนเก่าคนนี้ได้ ในขณะที่เพื่อนใหม่ของนายก็น่ารักมากๆ" เขาพูดพร้อมหันมายิ้มให้ผม แว่บหนึ่งผมเห็นแววตาแปลกๆจากนัยน์ตาของเขา

"จำได้สิ ไม่เคยลืม..ไม่ลืมเลย  แต่ ขอโทษนะ ตอนนี้เราต้องการเวลาส่วนตัว" พี่ซันเอ่ยขึ้น ผมสัมผัสได้เลยว่าเวลานี้ บรรยากาศรอบๆตัวดูอึดอัด ถ้าไม่ทันสังเกตจะรู้สึกว่าทั้งสองคนพูดจาทักทายกันธรรมดา แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรรุนแรงมากกว่านั้น

"แหม..อย่าไปจำเรื่องอดีตอะไรที่มันผ่านไปแล้วเลยน่า ซันจะไม่แนะนำให้เรารู้จัก  เพื่อนใหม่ของนายสักหน่อยเหรอ" เขาพูดพร้อมหันมายิ้มให้ผมแบบเป็นมิตร

"ไม่จำเป็น นายไม่จำเป็นต้องมารู้จักน้องเขา และขอร้อง อย่ามายุ่งกับเรา" พี่ซันพูดจาตัดบท และนั่น แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เริ่มปะทุขึ้น

"น้องครับ พี่ชื่อโตมรนะครับ เป็นเพื่อนเก่าของซัน  แล้วน้องล่ะครับ น้องชื่ออะไรครับ" เขาหันมาถามผมโดยไม่สนใจที่พี่ซันบอกเมื่อสักครู่ แววตาของเขาทะเล้นน่ารัก ดูไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร

พี่ซันลุกพรวด จนผมตกใจ "เฟย์ กลับบ้านกันเถอะ พี่อิ่มแล้ว ถ้าเฟย์ยังไม่อิ่ม เดี๋ยวพี่แวะซื้ออะไรร้านสะดวกซื้อไปกินกันที่บ้านก็ได้" พลางฉุดร่างผมให้ลุกตาม

"ใจร้ายจังเลยนะซัน เจอหน้ากันไม่ชวนร่วมโต๊ะไม่ว่า แต่เล่นเดินหนีไปเลยแบบนี้มันดูไม่ดีนะ" เขาส่งเสียงมาคล้ายจะต่อว่า แต่ผมก็รู้ว่ามันก็แค่การเย้าแหย่ให้พี่ซันหันไปสนใจเท่านั้นเอง

พี่ซันนิ่ง เขายังคงฉุดมือผม ไปยังเคาน์เตอร์คิดเงิน แต่ก่อนจะออกจากร้านผมได้ยินพี่โตพูดตามหลังมาเสียงดัง

"แล้วเจอกันนะ ซัน"

ผมขึ้นนั่งด้านข้างคนขับ โดยที่พี่ซันรีบขับรถออกไปอย่างเร็วจากบริเวณนั้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เหมือนคนกำลังโกรธอะไรมากๆ แววตาของเขานิ่ง แข็งกร้าว

"พี่ซันครับ ขับช้าๆก็ได้ครับ ผมว่าพี่ขับรถเร็วเกินไปแล้วนะครับ" ผมบอก หลังจากรู้สึกว่าพี่ซันขับรถเหมือนคนกำลังหนีอะไรบางอย่าง บางทีอาจจะเป็นเพราะพี่โตมร เพื่อนเก่าที่พี่ซันไม่อยากเจอคนนั้น

ได้ผล  รถนั้นลดความเร็วลงจนเป็นระดับปกติ

การที่เพื่อนเก่าของพี่ซันปรากฎตัวขึ้น และปฏิกิริยาของพี่ซันที่มีต่อเพื่อนคนนั้นมันออกมาในทางลบ ทำให้ผมมั่นใจว่า เขาสองคนคงต้องเคยมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่ไม่ดีต่อกันมาก่อนแน่ ผมอยากจะเอ่ยปากถามพี่ซัน แต่ก็ยั้งใจไว้ คิดว่าเวลานี้คงไม่เหมาะ ถ้าพี่ซันยังอารมณ์คุกรุ่นอยู่ คงได้เป็นเรื่องอีกแน่

"เขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกับพี่" พี่ซันเอ่ยขึ้น หลังจากเรานั่งเงียบกันมาสักครู่ และเขาก็ตอบคำถามที่ในใจผมมันอยากรู้เหลือเกินว่าทำไมพี่ซันถึงได้แสดงความโกรธใส่เพื่อนเก่าคนนี้จนออกนอกหน้าขนาดนั้น (อย่างกับเขาเข้ามานั่งอยู่ในใจของผมอย่างนั้น)

"เราสนิทกันมาก ไปไหนไปกัน เที่ยวด้วยกัน เรียนหนังสือก็คู่คี่กันมาตลอด ตอนนั้นพี่คบกับรุ่นน้องคนหนึ่งอยู่ โตมันก็รู้นะ มันเลยพยายามห่างจากพี่ไป เหมือนมันรู้ว่าพี่ต้องการเวลาส่วนตัวกับ..." เขาหันมามองผมแว่บหนึ่ง

ผมยิ้มให้เขา "ผมไม่ว่าอะไรหรอกน่า..เรื่องแฟนเก่าพี่มันเป็นอดีตไปแล้ว ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผลสักหน่อย"

เขายิ้มออกมาได้ "เฮ้อ...โล่งใจไปเปราะหนึ่ง....งั้นเล่าต่อละกัน พี่กับแฟนพี่ก็มีเวลาอยู่ด้วยกัน  แต่วันหนึ่งพี่ก็ได้รู้ว่า แฟนพี่กับไอ้โตมันแอบคบกันลับหลังพี่ พอพี่ถามไอ้โตก็บอกกับพี่อย่างเจ็บแสบว่า...พี่เป็นควาย มันกับแฟนพี่แอบคบกัน และมีอะไรกันมาตั้งนานแล้ว จริงๆมันเกลียดพี่ แม้พี่กับมันจะหน้าตา  อืม..พอๆกัน เรียนก็ไม่ห่างกัน แต่มันก็ไม่เคยเหนือพี่สักครั้ง แค่แกล้งทำดี แกล้งทำเป็นเพื่อนกับพี่ แล้วแอบคบกับแฟนพี่เพื่อมันจะได้เอาชนะพี่สักเรื่อง แล้วมันก็ทำได้  เท่านั้นล่ะ พี่บอกกับมันไปว่า ตั้งแต่นี้ มันไม่ใช่เพื่อนพี่อีกต่อไป และพี่ก็เลิกกับไอ้แฟนหลายใจของพี่ด้วย ตอนนั้นพี่เสียศูนย์ไปพักหนึ่ง เพื่อนก็ทรยศ แฟนก็หักหลัง  ไงล่ะ น้ำเน่าดีมะ"

"ไม่เลย.. ชีวิตของคนมันน้ำเน่ากันทั้งนั้นแหละพี่ ดูอย่างผมกับพี่สิ ผ่านเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกันมากมาย สุดท้ายเราก้ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ผมเชื่อว่าความเข้มแข็งจะเอาชนะทุกอย่างได้เสมอ" ผมบอกแล้วยิ้ม

"บอกตรงๆนะเฟย์ ตอนที่เฟย์กับเอเล่นละครหลอกพี่น่ะ พี่นึกในใจว่า พี่คงเป็นควายอีกแล้ว ถึงโดนหลอกซ้ำๆซากๆแบบนี้" เขาหันมาบอกผม

ผมยิ้ม แล้วเอื้อมมือไปจับมือพี่ซัน ที่กำพวงมาลัยรถอยู่ เพื่อเป็นการให้กำลังใจ และให้เขามั่นใจว่า ผมจะไม่ไปไหน เขาปล่อยมือออกมาข้างหนึ่งแล้วจับมือผมแน่น

เราแวะซื้ออาหารร้านสะดวกซื้อง่ายๆ แวะร้านเฟรชมาร์ท เพื่อกลับไปทำอาหารเองที่บ้าน

"โอ้โห ไอ้เฟย์ ซื้ออะไรมาเยอะแยะวะเนี่ย "ไอ้เจตน์อุทานหลังจากเห็นผมกับพี่ซันถือถุงอาหารเข้ามาในบ้าน

"ก็รู้ว่าพ่อครัวเจตน์อยู่น่ะสิ เลยซื้อมาเยอะเลย มึงอยากกินอะไรก็เลือกเลยนะ กูกับพี่ซันอิ่มกันมาแล้วล่ะ" ผมบอกมัน

"กูไปกินร้านป๊าดีก่า เพราะเมื่อกี้ป๊าเพิ่งโทรมาบอกว่า คนแน่นร้านเลย คนเดียวทำไม่ทัน เดี๋ยวสักสองสามทุ่มกูจะกลับมานะ ยังไงก็ฝากพี่ซันดูแลเพื่อนผมด้วยนะ" ไอ้เจตน์พูดพร้อมกับทำแววตาเจ้าเล่ห์

"รีบไปเลยครับน้องเจตน์ ไม่ต้องห่วงน้องซันนะ เดี๋ยวพี่จะดูแลอย่างดี" พี่ซันพูดยิ้มๆ เป็นเชิงเข้าใจความหมายของไอ้เจตน์

"แหมๆ รีบไล่เลยนะพี่ งั้นผมไปล่ะ ยังไงก็ดูก่อนนะว่าเตียงแข็งแรงไหม" ไอ้เจตน์พูดจาทะเล้นใส่

"ไอ้เจตน์ "ผมดุมัน พร้อมมองหาของใกล้มือเพื่อขว้างใส่มัน ไอ้เจตน์รู้ทัน รีบวิ่งออกไป พร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก

"กินอะไรดีล่ะพี่ซัน เดี๋ยวผมทำให้กิน" ผมถาม มือพลางหยิบอาหารถุงนั้นถุงนี้

พี่ซันค่อยๆโอบร่างผมไว้ในวงแขน ศรีษะของผมอยู่ใต้คางของเขา แถวๆท้ายทอยปะทะกับแผ่นอกล่ำนั้น

"พี่ซัน จะกินอะไรรึเปล่า เดี่ยวเฟย์ทำให้กิน" ผมยังคงถามต่อไป ทั้งๆที่ใจเต้นตูมตาม

"อยาก..กิน..เฟย์  ได้ไหมล่ะ" พูดพร้อมกับปล่อยลมหายใจอุ่นๆรดบริเวณต้นคอของผม เล่นเอาผมขนลุกขนชัน มือของเขาเลื้อยไปมาบนหน้าอกของผม เขาเขี่ยยอดอกของผมจากด้านนอกเสื้อเชิ้ตนั้น ด้านล่างของเขาสีอยู่กับก้นงอนของผม ผมรับรู้ถึงความแข็งแกร่งเป็นอย่างดี

เขาจับร่างผมให้หันหน้าไปหาเขา เรายืนเผชิญหน้ากัน ดวงตาของพี่ซันชุ่มฉ่ำหวานเยิ้ม ปากบางนั้นเผยอขึ้นด้วยแรงพิศวาส ร่างกายของผมเองก็ร้อนรุ่มไปด้วย เมื่อมือของเขาสัมผัสเข้ากับทุกส่วนของร่างกาย

มือของเขาล้วงเข้ามาในกางเกงของผมทางด้านหลัง ใบหน้าคมคายของพี่ซันซุกไซ้ไปมาบริเวณต้นคอ และซอกหูของผม ไรหนวดที่เพิ่งแทงขึ้นมา ทำให้สัมผัสนั้นยิ่งวาบหวามขึ้นไปอีก

"พี่ซัน หยุดก่อน....ตรงนี้ไม่ได้...ไปบนห้องผม" ผมบอกเสียงกระเส่า ก่อนที่บริเวณด้านล่างจะกลายเป็นสวนสวรรค์ของเราไปเสียก่อน

เขาหยุด แล้วรีบรั้งร่างผมขึ้นไปยังห้องนอนทันที

เมื่อประตูห้องนอนปิด ร่างของเราทั้งคู่ก็ล้มลงบนเตียงหนานุ่ม ปากอุ่นชื้นนั้น ประกบลงมาบนปากของผม "อืม..........." เสียงครางในลำคอ แสดงถึงความอิ่มเอมในรสชาติของจูบนั้น

มือของพี่ซันปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปทีละชิ้นจนร่างของเขาเปลือยเปล่า จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของผมออกจนหมดเช่นกัน

เขาหยุด แล้วจ้องมองร่างเปลือยของผม

"มองอะไรพี่ ผมอายนะนี่" ผมบอกไปแก้เขิน

"ก็ไม่เคยดูชัดๆสักที ขอชื่นชมภรรยาหน่อยไม่ได้เหรอครับ" เขาพูดจาออดอ้อน

"หืม...ใครเป็นภรรยา ผมไม่ได้ยินยอมเสียหน่อย" ผมท้วง

"พี่ขอโทษนะ  ขอโทษที่ข่มเหงเฟย์ โดยที่เฟย์ไม่ได้เต็มใจถึงสองครั้ง งั้น...ครั้งนี้พี่ขอแก้ตัวนะ" พูดจบเขาก็โถมร่างเข้ามาหาผม

ผมไม่ทันพูดอะไร ปากบางสวยนั้นก็ประกบจูบลงมาอีกครั้ง มันนุ่มนวลต่างกับทุกครั้งที่ผ่านมา หวานและดื่มด่ำชุ่มชื่น มือใหญ่นั้นลูบไล้ไปทั่วเรืองร่างของผม โดยเฉพาะบริเวณบั้นท้าย และร่องหลืบนั้น

มือของผม กำอยู่กับน้องชายใหญ่โตของพี่ซัน น้ำใสๆจากเจ้าสิ่งนั้น เหนียวลื่นมืออยู่มากมาย

"อืมมมมมมมมม" เขาคราง พร้อมๆกับซุกไซ้ซอกคอขาวของผม แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาที่ยอดอก

"อาว์ววววววววว" ผมคราง เมื่อริมฝีปากของพี่ซันขบเข้ากับยอดอกของผม ร่างของผมเริ่มสั่น เมื่อความเสียวซ่านนั้นแผ่คลุมไปทั่วร่างกาย

มือของผมก็รูดแก่นกายของพี่เขาไม่หยุด จนพี่เขาต้องจับมือผมให้หยุด ผมมองหน้าเขา ดวงตาฉ่ำเยิ้มนั้นมองตอบกลับมา "อย่าเล่นของพี่เยอะสิครับ เดี่ยวพี่เสร็จก่อนก็แย่สิ" เขากระซิบเบาๆ แล้วหันมาสาละวนอยู่กับร่างกายของผม

ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้ม เหมือนกำลังล่องลอย เมื่อพี่ซันเริ่มใช้บางอย่างทาที่ร่องลับของผม จากนั้น นิ้วใหญ่ของเขาก็สอดเข้ามา

"อ่ะ  พี่ซัน...." ผมร้องขึ้น เมื่อนิ้วนั้นสอดเข้ามาลึกขึ้น และเริ่มผวา

"ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรนะครับเฟย์ พี่ขอทดสอบแป๊บเดียวนะ..นะครับที่รักของพี่ ทนหน่อยนะ เวลาพี่ใส่เข้าไปจะได้ไม่เจ็บมากไง นะครับ..." เขากระซิบ พร้อมกับ ดึงนิ้วที่ยัดเข้ามาในช่องลับนั้นเข้า และออก เป็นจังหวะช้าๆ

ผมรู้สึกเจ็บในครั้งแรก...แต่เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ ผมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

"ดีครับ ดีครับ..ที่รักของพี่ อย่าเกร็งนะครับ ปล่อยตัวตามสบาย" เขาโน้มตัวเข้ามาแทรกกลางหว่างตัวผม และเมื่อเขาสอดแก่นกายกำยำนั้นเข้ามา...

"อึ้ก...พี่ซัน...เจ็บ.." ผมร้อง ฟันของผมกัดลงบนริมฝีปากจนเจ็บไปหมด

พี่ซันกอดผม พร้อมกับเริ่มบรรเลงเพลงพิศวาส เขาไซ้ตามซอกคอ ใบหู ใบหน้า เพื่อให้ผมผ่อนคลายมากขึ้น ในขณะที่เขาก็ค่อยๆดันมันเข้ามาช้าๆ และแช่มันไว้ เพื่อให้ร่างกายของผมยอมรับมัน

ผ่านไปสักครู่ เมื่อเขาเห็นว่าผมรู้สึกดีขึ้น การบรรเลงบทเพลงจริงจังจึงเริ่มขึ้น เขาใช้จังหวะนิ่มนวลและบางครั้งก็ดุดัน รวดเร็วแต่บางครั้งก็เนิบช้า

"เฟย์ครับ..เฟย์..พี่..อาว์....ถึงแล้วครับ  ถึงพร้อมพี่เลยนะ" และในที่สุดเราทั้งสองคนก็ถึงสวรรค์ไปพร้อมๆกัน

พี่ซันซบร่างอยู่บนตัวผม "พี่ซัน ไปล้างตัวกันเถอะ" ผมเขย่าตัวเขา

"อืม....ขอนอนแป๊บนึงนะ" เขางอแงเหมือนเด็ก

"ไม่เอานะพี่...ไปอาบน้ำก่อน มัน....คาว น่ะพี่" ผมรู้สึกอายเมื่อต้องพูดคำนี้ออกมา

พี่ซันผงกหัวขึ้นมายิ้ม แล้วเริ่มเย้าผม "ทำไม กลัวท้องเหรอ พี่รับเป็นพ่อเองนะ" หน้าทะเล้นใส่ผมซะด้วย

"ตามใจ ถ้าไม่ไปอาบน้ำ ..คราวหน้าอด..."

เท่านั้นเอง เหมือนพี่ซันโดนไม้เรียวหวดแรงๆ เขาเด้งตัวขึ้นจากเตียง แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป ก่อนจะปิดประตูเขาหันมาทะเล้นใส่ผมอีก "ต้องรีบว่ะ  เดี๋ยวงวดหน้า อด.." แล้วปิดประตูดัง  ปัง...

ผมเดินไปหน้าห้องน้ำ "พี่ซัน ใจคอจะอาบคนเดียวรึไง" ประตูห้องน้ำเปิดออก เราจึงได้อาบน้ำด้วยกัน (แต่ไม่มีรอบสองนะครับ)

หลังอาบน้ำเสร็จ เราสองคนนั่งดูทีวีสักพัก ..พี่ซันต้องการอยู่เป็นเพื่อนผม จนไอ้เจตน์กลับมา

"ขอบคุณนะครับพี่ซันที่อยู่เป็นเพื่อน เพื่อนของผม ดูแลกันท่าไหนน่ะครับเล่นเอาเพื่อนผมยืนแทบไม่ได้เลย" ไอ้เจตน์พูดพร้อมๆอมยิ้ม

พี่ซันได้แต่ยืนยิ้ม เขินอาย "ก็หลายท่าน่ะครับ" ดูเขาสิ ตอบออกมาได้

ผมน่ะ หน้าแดงแปร๊ดเลยมั้ง ทั้งโมโห ทั้งอายไอ้เจตน์ ในขณะที่ไอ้เจตน์ปล่อยเสียงก๊ากดังลั่น

พี่ซันกล่าวลาผมกับไอ้เจตน์แล้วก็ขับรถกลับคอนโดไป

"เจตน์ นอนกันเหอะ กูง่วงมากเลย" ผมบอกพร้อมกับเดินนำไอ้เจตน์ขึ้นไปห้องนอน

"เพลียเหรอเพื่อน สงสัยจะโดนหนัก เห็นพี่ซันบอกว่า..หลายท่า..." ไอ้เจตน์ล้อผม นี่แหละผมยิ่งอายเข้าไปอีก ผมหันไปหามัน มันยังยืนยิ้มแฉ่ง

"เจตน์ กูมีอะไรจะบอกมึง" ผมหันไปบอกมันยิ้มๆ

"โอ้ยยยย เพื่อน อย่าเล่า...อย่าเล่าเรื่องสิบแปดบวกน่ะ เด็กและเยาวชนไม่ควรฟัง" ไอ้เจตน์ยังหน้าทะเล้น แต่แสร้งทำเป็นยกมือปิดหู ไม่อยากฟังเรื่องแบบนั้น

"แต่กูอยากบอกมึงจริงๆนะ มึงช่วยตั้งใจฟังหน่อยเถอะนะ" ผมอ้อนวอนมัน

ไอ้เจตน์มองผม มันยิ้ม "บอกอะไรวะ บอกมาเลยกูรอฟังอยู่ เห็นไหมหูใหญ่เท่าฝาหม้อแล้ว"

"กูอยากบอกมึงว่า...กูขอเตะมึงสักทีเหอะไอ้เพื่อนเวร" พูดจบผมก็ไล่เตะไอ้เจตน์เป็นพัลวัน มันหลบไปได้หวุดหวิด  คืนนั้นเสียงหัวเราะของผมกับไอ้เจตน์ดังลั่นบ้านไปเลยทีเดียว


----------------------------------------------------

พี่ซันขับรถมารับผมกับไอ้เจตน์ที่บ้าน ไอ้เจตน์กุลีกุจอรีบวิ่งไปขึ้นรถอย่างรวดเร็วเหมือนกับมันไม่เคยนั่งรถมาก่อน

เมื่อถึงมหาวิทยาลัย รถจอดเข้าที่เรียบร้อย ไอ้เจตน์ก็เปิดประตูลงจากรถคนแรก

"สวัสดีครับน้องเจตน์ พี่มารอรับครับ" พี่เทนส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ยืนยิ้มเผล่อยู่

ไอ้เจตน์มองหน้าพี่เทน แล้วทำหน้ามุ่ย "มารับทำไมเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่ยักกะเคยเห็นมายืนรอรับ"

"ก็อยากเห็นหน้าแฟนแต่เช้านี่ครับ เลยมายืนรอ" พี่เทนยังไม่วาย

"งั้น...อ่ะ....พี่ถือกระเป๋าให้หน่อย วันนี้หนังสือหนาด้วยถือไม่ไหวอ่ะ" ไอ้เจตน์บอกพร้อมยื่นกระเป๋าให้พี่เทน พี่เทนรีบรับมาถือ แล้วแสดงอาการออกมาว่ากระเป๋าของไอ้เจตน์หนักจริงๆ

"รีบไปกันเหอะพี่ ผมมีเรียนนะคาบเช้าอ่ะ" พูดจบมันก็เดินลิ่วๆ นำหน้าที่เทนไป พี่เทนรีบก้าวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว

"มันจะไปกันรอดไหมน่ะพี่ซัน" ผมมองไอ้เจตน์กับพี่เทนอย่างเป็นห่วง

"ไม่ต้องห่วงน่าเฟย์ ไอ้เทนน่ะ เห็นมันทะลึ่งทะเล้นแบบนั้น แต่เชื่อเหอะมันรักใครรักจริงนะ ครั้งที่แล้วมันไปตามจีบน้องปีสอง ซื้อคาร์เนชั่นไปให้เขาหอบใหญ่ๆด้วยนะ แต่น้องคนนั้นไปรับรักคนอื่น ไอ้เจตน์ยืนกัดดอกคาร์เนชั่นจนเหลือแต่ก้านทั้งหอบ น่าสงสารก็น่าสงสาร น่ากลัวก็น่ากลัวนะ" พี่ซันพูดพลางยิ้มขำเพื่อนตัวเอง

"พี่ซันครับ งั้นเฟย์ไปก่อนนะ เฟย์มีเรียนคาบแรกเหมือนกัน แล้วยังไงเย็นๆเราค่อยเจอกันนะครับ" ผมบอกพี่ซัน แล้วรีบเดินไปที่ตึกเรียน

ระหว่างเดินอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

"น้องเฟย์ใช่ไหมครับ"

ผมหันไปตามเสียงและก็พบกับผู้ชายคนนั้น พี่โตมร ผู้ชายที่ผมกับพี่ซันเจอที่ร้านอาหาร ผมมองเขาอย่างแปลกใจ ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้

"แปลกใจเหรอที่เห็นพี่อยู่ที่นี่ พอดีว่าญาติลูกพี่ลูกน้องของพี่ทำงานอยู่ที่นี่น่ะ พี่แวะเอาของมาให้เขา แล้วก็เลยเดินเล่นในมหาวิทยาลัยที่นี่เสียหน่อย" เขาอธิบาย

"ครับ" ผมรับคำสั้นๆ ก่อนจะพาร่างเดินออกไปจากตรงนั้น

"เดี่ยวสิครับ" เขารีบวิ่งมาดักข้างหน้าผม ตัวเขาไม่หนาเท่าพี่ซัน แต่ก็สูงกว่าผมอยู่ดี "คุยกับพี่ก่อนสิครับ รีบอะไรนักหนาครับยังไม่ได้เวลาเรียนเสียหน่อย หรือไม่อยากคุยกับพี่ครับ"

ผมมองหน้าเขา อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า ผมรู้สึกรังเกียจเขา แม้สิ่งที่เขาจะทำกับพี่ซันมันจะเป็นอดีตไปแล้ว แต่มันก็คือความผิดอยู่ดี ผมขยะแขยงเขามากจนไม่อยากแม้จะเสวนากับเขาด้วยซ้ำ

"น้องเฟย์นี่ น่ารักจังนะครับ มีใครเคยบอกไหมว่าตาของน้องเฟย์สวยมากๆ แล้วก็ปากบางๆของน้องเฟย์นี่ ถ้าพี่มีวาสนาก็น่า...." เขาทำท่าจะก้มลงมาจูบผม  ผมจึงก้าวถอยหลังหลบเขา

"พี่จะทำอะไร  พี่ให้เกียรติสถานที่หน่อยครับ และกรุณาให้เกียรติผมด้วย" ผมพูดจา เสียงดุดัน

พี่โตมรยิ้ม "พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย แต่ถ้าให้บอกตรงๆล่ะก็ น้องเฟย์เนี่ยดู....ยั่วยวน..ชะมัดเลยล่ะครับ"

ผมเกลียดสายตาของเขาที่มองผมตอนนี้ เขามองผมเหมือนกับจะทะลุเสื้อผ้าให้ได้ยังไงยังงั้น ผมอยากจะเอาหมัดฟาดใส่หน้าเขาสักเปรี้ยงให้เขาได้รู้ว่า คนบางคนก็ไม่ได้ง่ายเหมือนใจเขาคิด

"ผมจะต้องไปเข้าเรียนแล้วครับ ไปช้าเดี๋ยวที่นั่งดีๆไม่มี ขอตัวนะครับ" ผมพูดแล้วเบี่ยงตัวหลบเพื่อเดินออกมา

จังหวะนั้นเองพี่โตมรเอาแขนของเขากระหวัดรัดร่างผมไว้ ผมตะลึงสักครู่ ก่อนที่จะดิ้นให้ตัวหลุดออกมาจากอ้อมแขนของเขา แต่ก่อนหน้านั้น เขากดจมูกของเขาลงบนแก้มของผมไปครั้งหนึ่งแล้ว

ผมยืนจ้องหน้าเขา "มันจะมากไปแล้วนะ ผมไม่ได้ง่ายเหมือน..." ผมชะงัก  เกือบจะหลุดออกไปแล้วว่า ผมไม่ได้ง่ายเหมือนแฟนเก่าพี่ซันนะ แต่เหมือนเขาจะรู้

"ไม่ได้ง่ายเหมือนแฟนเก่าไอ้ซันหรือครับ โอ..น้องเฟย์ครับ คนแบบนั้น ได้ง่ายๆแบบนั้นมันไม่สนุกหรอกครับ ชั่วครู่พี่ก็เบื่อแล้ว  แต่น้องสิน่าสนใจกว่า ยิ่งได้ยาก..พี่ก็ยิ่งอยากได้  ยิ่งเป็นของไอ้ซัน พี่ยิ่งอยากจะแย่ง"

"พี่นี่เลวสุดขั้วนะ แทบจะเรียกว่าชั่วเลยก็ได้  มีดีแค่หน้าตา กรุณารักษานิสัยเลวๆให้ดีเหมือนหน้าตาสักหน่อยเถอะครับ" ผมพูดจบก็เดินหนีเขาไปโดยไม่รู้เลยว่า แววตาของพี่โตมรที่มองผมนั้น เหมือนกับเสือที่หิวเหยื่อพร้อมขย้ำเหยื่อเนื้ออ่อนๆอยู่ตลอดเวลา

"ยิ่งได้ยากก็ยิ่งน่าแย่ง ไอ้ซัน..กูจะแย่งแฟนมึงให้ได้อีกครั้ง กูเกลียดมึง ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนกูก็ยังเกลียดมึง"

ผมรีบเดินเข้าไปยังห้องเรียน ใจนึกเคืองพี่โตมรที่ทำอะไรไม่ให้เกียรติผม พี่ซันอาจจะเป้นคนรุนแรงก็จริง แต่ไม่เคยทำอะไรเลวร้ายโจ่งแจ้งแบบนี้ ผมคงจะต้องระวังพี่โตมรเอาไว้ให้มากเสียแล้ว

ออดคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมเก็บอุปกรณ์การเรียนทั้งหมดลงใส่กระเป๋า เพื่อนๆที่เรียนด้วยกันเดินออกจากห้องไปหมดแล้ว ผมเดินออกมาเป็นคนสุดท้าย และรีบก้าวเท้าให้ไวเพื่อไปยังที่จอดรถของพี่ซัน

"น้องเฟย์ครับ เลิกเรียนแล้วเหรอครับ" เสียงคุ้นหูเสียงเดียวกับเมื่อเช้าดังขึ้น

ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มบนใบหน้านั้นยืนอยู่บริเวณลานกว้างของตึก ถ้าใครหลงไหลรูปหล่อๆกับแววตาขี้เล่นนั้นคงได้กลายเป็นเหยื่อทุกข์ใจไปนานแน่  แต่ผมรู้ธาตุแท้ของเขาแล้ว แน่นอน..ผมจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของเขาเด็ดขาด

ผมทำทีเป็นไม่ได้ยิน รีบเดินออกไปจากตรงนั้น แต่....เขาไวกว่าที่คว้าข้อมือผมไว้ได้

"อย่าเพิ่งไปสิ แค่คุยกับพี่แป๊บเดียวเอง" เขาพูดในขณะที่ผมหันกลับมาเผชิญหน้าเขา

 "พี่โตมร ปล่อยผม...ผมรีบ...ผมมีธุระ" ผมบอกเขาออกไป แต่ไม่ยอมบอกว่าผมจะรีบไปไหน

"รีบ?....มีธุระ?...กับซันเหรอครับ  ไม่เอาน่า น้องเฟย์อย่าทำท่ารังเกียจพี่แบบนั้นสิครับ เราคุยกันแป๊บหนึ่ง เพื่อเราจะได้รู้จักกันได้ดีขึ้นนะครับ" เขาพยามใช้สองแขนดึงร่างผมเข้าไปกอดไว้ แต่ผมแข็งขืนตัวเต็มที่

"เฮ้ย..พี่โตมร พี่จะทำอะไรวะ พี่จะคุยก็คุยดิ แล้วจะมากอดมารัดผมทำไม" ผมใช้มือดันร่างเขาออก ในขณะที่เขาก็พยายามรวบร่างของผมเข้าไปไว้ในอ้อมกอดของเขา

"พี่ไม่อยากพูดตรงนี้น่ะครับ เราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีไหม" เขาค่อยๆคลายวงแขนออกเมื่อผมรับปากว่าผมจะคุยกับเขา

"ไม่เอา..ผมบอกตรงๆว่าผมไม่ไว้ใจพี่ ขนาดคนเยอะแยะพี่ยังทำกับผมขนาดนี้ ถ้าที่ลับตาคนพี่ไม่ทำมากกว่านี้เหรอ"

"น้องเฟย์กลัวพี่จะทำอะไรหรือครับ...พี่ไม่ทำอะไรหรอกครับ มาเถอะครับ" เขาพยามกระชากร่างของผมให้ตามเขาไป ผมเองก็พยายามแข็งขืนสารพัด และเกือบจะสู้แรงเขาไม่ได้

"เฟย์...." พี่เอราวัตรเรียกชื่อผมดัง ทำให้พี่โตมรหยุดการกระทำนั้น ผมเองก็รู้สึกดีใจที่พี่เอมาได้จังหวะเหมาะพอดี  ผมดิ้นออกมาจากพี่โตมรได้สำเร็จ แล้วเดินลิ่วๆตรงไปหาพี่เออย่างเร็ว

"เป็นอะไรหรือเปล่าเฟย์  พี่มองอยู่ครู่หนึ่งแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น" พี่เอถามผม แต่ตาของเขาจ้องตรงไปที่พี่โตมร ที่ตอนนี้ยืนยิ้มมาทางเราเหมือนไม่รู้สึกละอายเลยสักนิด

"ไม่มีอะไรหรอกพี่เอ เราไปจากตรงนี้กันเถอะ ป่านนี้พี่ซันคงรอผมแย่แล้ว" ผมพูดพร้อมกับดึงมือพี่เอให้เดินไปด้วยกัน

พี่เอยอมเดินตามผมมา แต่ก็เหลียวกลับไปมองพี่โตมรเหมือนอยากจะเอาเรื่อง

"มันเกิดอะไรขึ้นน่ะเฟย์ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ดูจากเครื่องแบบก็ไม่ใช่เด็กมหาลัยเดียวกับเรา ทำไมเขามายุ่มย่ามกับเฟย์ได้ล่ะ" พี่เอถาม หลังจากเราเดินมาด้วยกันได้ครู่หนึ่ง

"เพื่อนเก่าพี่ซันน่ะ...ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าศัตรูเก่า" ผมตอบไป

"ศัตรูเก่า...อย่างนี้ก็แย่สิ เขาอาจจะคิดเล่นงานซันผ่านเฟย์ก็ได้นะ" พี่เอบอก

ผมมองหน้าพี่เอ "เขาจะเล่นงานเฟย์ยังไงล่ะพี่เอ"

"ก็ถ้าเขารู้ว่าซันรักเฟย์มาก เขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ซันเจ็บปวดใจน่ะสิ และถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับเฟย์ ซันต้องเจ็บเจียนตายแน่ เพราะการที่เกิดอะไรที่ไม่ดีกับคนที่เรารักน่ะ มันสาหัสยิ่งกว่าเกิดกับตัวเราซะอีก เฟย์ต้องระวังคนคนนั้นให้ดีๆนะ"

เราเดินคุยกันมาเรื่อยๆจนมาถึงที่จอดรถ พี่ซันยืนยิ้มรอผมอยู่

"วันนี้มีคนมาส่งด้วยนะแฟนเรา ไงเอ สบายดีไหม แล้วมาด้วยกันได้ไงเนี่ย"

"ไปเจอลูกแกะ จะถูกหมาป่าขย้ำน่ะสิ"พี่เอบอกพี่ซัน

พี่ซันทำคิ้วขมวด เหมือนไม่เข้าใจ

"พี่โตมรมาที่นี่น่ะพี่ ผมเจอกับเขา แล้วก็...." ผมหยุดเพื่อชั่งใจว่าจะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นดีหรือไม่

"เฟย์เกือบถูกไอ้บ้านั่นรังแกน่ะ" พี่เอราวัตรเป็นคนบอกเสียเอง

พี่ซันจากที่ยิ้มเมื่อกี้เปลี่ยนมาเป็นหน้าบึ้ง และกลายเป็นโกรธทันที "มันอยู่ไหน จะต้องจัดการมันเสียที" พูดจบก็ทำท่าจะเดินไปจากตรงนั้น แต่พี่เอรั้งเขาไว้

"อย่าเลยพี่ซัน อย่ามีเรื่องในมหาลัยนะ เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรหรอก เขาไม่ได้ทำอะไรเฟย์" ผมรีบบอกเขา เพราะกลัวเรื่องจะใหญ่โต

พี่ซันสงบใจลง แล้วหันไปหาพี่เอ "ขอบใจเอมากนะที่ช่วยเฟย์ แล้วพามาหาเรา"

พี่เอยิ้ม "นายต้องดูแลเฟย์ดีๆหน่อยนะ เพราะไม่รู้ว่าไอ้โตมรนั่นจะมาไม้ไหน เป้าหมายของมันตอนนี้คงกะหาทางเล่นงานเฟย์เพื่อทำลายนายแน่ๆ"

"ถ้ามันทำอะไรเฟย์มันตายแน่" พี่ซันพูด แววตาของเขาแข็งกร้าว ดุดัน

"ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกพี่เอ กลับกันเถอะครับ ไอ้เจตน์มันโทรมาบอกว่าเดี๋ยวพี่เทนจะไปส่งมันที่บ้าน" ผมรีบตัดบท เพราะรู้นิสัยพี่ซันดีว่าถ้าพี่ซันโมโหขึ้นมา ใครก็เอาไม่อยู่

"ไม่นะ พี่จะต้องจัดการไอ้โตซะก่อน" พี่ซันยังดึงดัน

"อย่าเลยซัน มีเรื่องในมหาลัยมันไม่ดีหรอก อีกอย่างหนึ่งตอนนี้ไอ้เจ้าโตอะไรนั่นมันคงไปไหนๆแล้วล่ะ เราว่านายรีบพาเฟย์กลับบ้านไปก่อนเถอะ" พี่เอช่วยพูด

นั่นทำให้พี่ซันสงบลง เขาหันมาเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่ง ผมมองพี่เอเป็นการขอบคุณแล้วรีบก้าวขึ้นรถตามพี่ซันไป

อีกมุมหนึ่งโตมรยังจับตามองอยู่อย่างเงียบๆ "นึกหรือว่าจะหนีพี่พ้นน้องเฟย์...ไอ้ซันกูจะทำให้มึงเจ็บมากกว่าครั้งที่ผ่านมาเสียอีก"























ตอนที่เก้า

ผมกับพี่ซันเดินมาถึงชั้นจอดรถใต้ดิน ยามนี้เสียงของโรงจอดรถชั้นใต้ดินเงียบเชียบ พี่ซันยังกุมมือผมไว้ไม่ยอมปล่อย เหมือนกลัวว่าผมจะหนีเขาไป (แน่ล่ะ ปล่อยมือเมื่อไรกูวิ่งแน่)

รถของพี่ซันจอดอยู่ค่อนข้างลึก ระหว่างที่เราเดินมานั้น ผมสังเกตเห็นวัยรุ่นชายสามคนเดินตามเรามา เมื่อผมหันไปมอง เจ้าพวกนั้นก็หันไปคุยอะไรกันบางอย่าง

"พี่ซันผมว่ามีคนตามเรามานะพี่ ผมสังเกตมันมาพักหนึ่งแล้ว" ผมกระซิบบอกพี่ซัน รู้สึกใจคอไม่ดี

เขาหันมามองตามผม และหันมาสบตาผม มือของเขาที่จับมือผมอยู่เมื่อกี้ เลื่อนขึ้นมาโอบที่ไหล่ "ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ทั้งคน พี่ไม่ให้ใครทำอะไรเฟย์หรอก"

เราเดินเข้ามาลึกพอสมควร จนใกล้จะถึงรถพี่ซัน แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น .....

"น้องครับ น้อง" หนึ่งในนั้น ส่งเสียงเรียกมาทางพวกเรา

ผมได้ยิน ผมรู้ว่าพี่ซันเองก็ได้ยินเหมือนกัน แต่พี่ซันกลับหนุนให้ผมเดินเร็วขึ้น เพราะรถจอดอยู่ไม่ไกลนัก

"น้องครับ จะรีบไปไหนครับ" คราวนี้สามคนนั่น เริ่มเสียงดังขึ้น เพราะเขาเดินใกล้เราเข้ามาทุกที

เห็นจวนตัวแล้ว พี่ซันคิดว่า ยังไงเสียคงผ่านไปไม่ได้แน่ จึงหยุดยืน แล้วหันไปหาวัยรุ่นกลุ่มนั้น

"มีอะไรเหรอครับพี่" เขาถาม พร้อมกับดึงผมให้มายืนอยู่ข้างหลังเขา

"พี่จะถามว่า น้องใช่น้องซันไหม แล้วก็นั่นแฟนน้องรึเปล่า" หนึ่งในสามคนพูดขึ้น พร้อมพยักเพยิดมาทางผม

"เฮ้ย ไอ้ปิง มึงไปถามอะไรแบบนั้นวะ เขามาด้วยกันก็ต้องเป็นแฟนกันสิวะ" อีกคนหนึ่งทำท่าเถียงแทนเพื่อน แต่แฝงรอยยิ้มไว้

"พี่มีธุระอะไรกับผมหรือครับ" พี่ซันยังคงยืนนิ่ง แต่ผมรู้ว่าตอนนี้เขาพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติแล้ว

"แล้วน้องใช่น้องซัน กับ น้องเฟย์รึเปล่าล่ะ" ฝ่ายตรงข้ามถามคาดคั้นให้แน่ใจ

"พวกมึงมีอะไรกันแน่ มึงตามกูมาทำไม"พี่ซันชักเหลืออด เขาเปลี่ยนสรรพนามเมื่อความโมโหเดือดดาลเต็มที่

"ก็แค่มาดูว่า จะจับไปไม่ผิดตัวน่ะสิ" พูดจบไอ้สามคนนั่นก็ล้อมพวกเราไว้

"พวกมึงเป็นใคร อยากได้อะไร" พี่ซันหันไปรอบๆ จ้องพวกมันตาไม่กระพริบ

"กูก็อยากจะพามึงไปหาใครสักคนที่อยากเจอมึงสิ เฮ้ยไอ้ชัย มึงลากตัวแฟนมันไป เดี๋ยวไอ้หน้าหล่อนี่กูจัดการเอง" ไอ้ปิงสั่งลูกน้อง

ไอ้ชัยเดินรี่เข้ามาจะจับตัวผม แต่ "พลั่ก..."  ร่างไอ้ชัย กระเด็นออกไป มุนหกล้มคะมำ ก่อนจะเอามือกุมท้อง

พี่ซันหดเท้ากลับหลังจากใช้มันยันร่างไอ้ชัยกระเด็นก่อนถึงตัวผม "มึงอย่ามายุ่งกับเมียกู คนนี้กูหวง" แล้วหันมายักคิ้วพร้อมยิ้มให้ผม (เท่ห์ตายห่าล่ะมึง สถานการณืแบบนี้อ่ะนะ)

"ไม้อ่อนมึง ไม่ชอบ มึงชอบไม้แข็งใช่ไหม งั้นมึงคงไม่ได้ไปสภาพแบบนี้หรอก ไอ้ต้น ไอ้ชัย รุมแม่งเลย" ขาดคำสั่งของไอ้ปิง พวกมันสามคนก็ตรงรี่เข้ามาเล่นงานพวกเรา

ไอ้ชัยตรงปรี่เข้ามาหาผม มันวาดหมัดกะเข้าตรงๆบนหน้าของผม แต่ผมหลบวูบ แล้วเตะเข้าไปกลางลำตัว ไอ้ชัยถึงกับตัวงอ ก่อนเดินทิ้งห่างออกไปตั้งหลัก

ไอ้ปิงกับไอ้ต้น วิ่งเข้าเล่นงานพี่ซัน ไอ้ปิงพุ่งใช้เท้าถีบพี่ซัน แต่พี่ซันเบี่ยงตัวหลบ ก่อนกระแทกหมัดลุ่นๆ เข้าหน้ามันจังๆ ไอ้ต้นวิ่งเข้ามาอีก เจอหมัดขวาเข้าไปถึงกับร่วง

ฝั่งผม ไอ้ชัยพุ่งเข้ามาหา ผมหลบ แต่ไม่พ้น มันล็อกตัวแล้วคว่ำผมลงกับพื้น "พลั่ก" เสียงล้มของผม ดึงดูดสายตาของพี่ซัน เขาพุ่งกระโดดถีบไอ้ชัยกระเด็นไป แต่..."ผัวะ" ร่างพี่ซันล้มลง เมื่อฝ่ามือประสานของไอ้ปิง ฟาดเข้าที่ท้ายทอยพี่ซัน

"พวกมึงอยากเจ็บตัวกันนัก กูบอกดีๆ ไม่ยอมไป  ไอ้ต้น ไอ้ชัย พวกมึงลากตัวพวกมันไปขึ้นรถ นายจ้างของเรารอมันอยู่ หึๆ" ไอ้ปิงสั่งลูกน้อง แล้วแสยะยิ้ม

-----------------------------------------------

"เร็วๆสิพี่เทน เดี๋ยวไอ้เฟย์รอผมแย่" ไอ้เจตน์เร่งพี่เทน เมื่อก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของมัน

"ก็ใครล่ะครับ มัวแต่เล่นละครบ้าๆบอๆ ก็เลยเสียเวลาน่ะแหละ" พี่เทนย้อนให้

ไอ้เจตน์หันขวับ มองพี่เทนตาเขียว "นี่จะหาเรื่องกันเหรอวะพี่ เอาสักหมัดไหม"

ไอ้เจตน์ทำท่าเงื้อหมัดจะวัดพี่เทน แต่ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม (บ้าๆ ) ขึ้นนั้น

รถคันหนึ่งเลี้ยวผ่านหน้าพี่เทนกับไอ้เจตน์ ผมก็มองเห็นมันจากกระจกหน้าต่างของรถ ผมใช้มือเคาะกระจกแรงๆ จนไอ้เจตน์หันมามอง

"เฮ้ย...พี่เทน ไอ้พี่ซันกับไอ้เฟย์ อยู่บนรถคันนั้น..กับใครวะ" ไอ้เจตน์ถาม

"ไม่รู้นะน้องเจตน์ แต่นั่นไม่ใช่รถไอ้ซันนะ" พี่เทนมองตามไปเมื่อไอ้เจตน์บอก

"แปลกนะพี่ เดี๋ยวก่อนนะ เผื่อไอ้เฟย์เปลี่ยนแผน ผมลองโทรหาไอ้เฟย์ก่อน" ไอ้เจตน์บอกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเฟย์

"พี่เทนไอ้เฟย์ไม่ยอมรับสายอ่ะ" ไอ้เจตน์บอกหลังจากพยายามโทรหาเฟย์อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

"พี่ว่ามันไม่ชอบมาพากลเสียแล้วสิน้องเจตน์ ไอ้ซันไม่เคยนั่งรถไปกับคนอื่นเลยนะ นอกจากรถของเพื่อนในกลุ่ม ยิ่งน้องเจตน์เห็นพวกเขา เขาก็น่าจะเห็นเรานะ เรายืนทนโท่แบบนี้ กลับไม่จอดบอกถ้าอยากจะเปลี่ยนแผน  เราลองตามไปห่างๆดีไหม เผื่อมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นจะได้ช่วยมันทัน" พี่เทนบอก

ไอ้เจตน์ครุ่นคิดสักครู่ก่อนพยักหน้าเห็นด้วย มันเองก็เห็นเฟย์ แต่เฟย์ไม่จอดรถ แถมทำแค่เคาะกระจก มันผิดปกติวิสัยแน่ๆ

 "พี่เทนโทรบอกพี่โก้เพื่อนพี่เร็วๆ ผมจะโทรบอกไอ้พีให้มาเป็นกำลังสนับสนุน อ้อ อย่าลืมบอกให้เพื่อนพี่แวะไปรับไอ้พีด้วยละ บ้านมันอยู่ซอยเดียวกับพี่โก้นั่นแหละ แค่ถัดไปอีกสองหลัง  ไอ้พี่มันเคยบอกไว้"

พี่เทนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาพี่โก้ ในขณะที่ไอ้เจตน์ก็กดหาไอ้พี ทั้งสองคนเร่งให้กำลังสนับสนุนรีบมาสมทบกันโดยเร็วที่สุด

-------------------------------------------

ในรถนั้น ไอ้ชัยเป็นคนขับ อยู่ด้านหน้าคนเดียว โดยที่ไอ้ต้นกับไอ้ปิงนั่งขนาบข้างผมกับพี่ซันคนละด้าน ไออุ่นจากมือพี่ซันแผ่ซ่านไปทั่วในขณะเขากุมมือผมไว้

"เฮ้ยไอ้ปิง กุว่าแฟนไอ้น้องซันนี่น่ารักดีว่ะ ถ้าต้องลงมือรุนแรงกูขอสักยกนะเว้ย...น่ากินชิบหาย" ไอ้ต้นเอ่ยขึ้น หลังจากมันจ้องมองผมมาได้สักพักหนึ่งแล้ว

ผมรู้ และสังเกตว่ามันจ้องผมตั้งแต่ขึ้นรถ และพยายามเบียดเขามาชิดตัวผม แตะโน่น จับนี่ แต่พี่ีซันก็คอยกันมันไว้ไม่ให้มายุ่งกับผม มันจึงทำได้แค่ส่งสายตาโลมเลีย จนผมรู้สึกรังเกียจการมองของมัน

"ใจเย็นๆน่า ไอ้ต้น กูว่ายังไงมึงได้แน่ นายจ้างเราก็ดูแค้นไอ้หน้าหวานนั่นอยู่ เดี่ยวเราเวียนเทียนคนละหลายๆรอบยังได้ ฮ่าๆๆๆ" ไอ้ปิงตอบ พร้อมหัวเราะเสียงดัง

"มึงอย่ายุ่งกับเมียกู ถ้าเมียกูเป็นอะไรไป พวกมึงตายแน่" พี่ซันขู่

"ผัวะ..." หมัดของไอ้ปิงฟาดเขากับใบหน้าคมคาย พี่ซันสะบัดไปตามแรงหมัด  ผมรีบกอดพี่เขาไว้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็พูดเพื่อปกป้องผม "ไม่เป็นไรหรอกพี่ซัน มันอยากทำอะไรกับผมก็ให้มันทำ ขอให้เราสองคนมีชีวิตรอดกลับไปก็พอแล้ว" ผมกระซิบบอกพี่เขา แต่น้ำตาเจ้ากรรมมันก็เอ่อคลอ อยู่รอบดวงตา

พี่ซันเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของผม แล้วยิ้ม "ไม่หรอกนะเฟย์ พี่จะไม่ให้ใครทำอะไรเฟย์ เราจะต้องปลอดภัย เราจะกลับไปด้วยกันอย่างปลอดภัย" จบประโยคเขาก็กระชับวงแขนของเขาเพื่อดึงให้ร่างของผมชิดกับร่างกายของเขายิ่งขึ้น

รถแล่นมาสักพักก็หยุด

"เอ้า...พวกมึงลงไปได้แล้ว" ไอ้ปิงบอก พร้อมกับที่ไอ้ต้นเปิดประตูรถ

ไอ้ต้นก้าวลงไป ตามด้วยผม พี่ซัน ไอ้ปิง และสุดท้ายไอ้ชัยก็ตามลงมา

ผมเหลียวมองไปรอบๆตัว สถานที่นี้ไม่คุ้นตา มันเป็นป่าละเมาะริมถนนที่ไม่มีรถวิ่งผ่าน เหมือนเป็นถนนเก่าชำรุด ข้างถนนนั้นมีต้นไม้และหญ้ารกๆ ขึ้นอยู่เต็มไปหมด และเมื่อผมกับพี่ซันเหลียวมองไปจนบรรจบสายตานั้น เราก็พบเข้ากับรถสีแดงสดคันหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่ ข้างๆรถนั้นมีร่างของใครคนหนึ่งที่เราคุ้นตากันดี ...

"ไอ้แม็กซ์..." พี่ซันพูดพร้อมขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ไอ้แม็กซ์เดินตรงมาหาเรา มันเผยรอยยิ้มเยาะออกมาให้เห็น

"แหม..กะจะกอดกันไม่ปล่อยเลยเหรอครับพี่ซัน ไอ้เฟย์...มันบาดตาตำใจจังเลยนะ" มันพูดเย้าเรา แต่ฟังดูก็รู้ว่ามันพูดจากระแทกแดกดัน

"ไอ้แม็กซ์มึงทำเหี้ยอะไร..มึงจับกูกับเฟย์มาทำไม" พี่ซันถามอย่างโมโหโกรธา

ไอ้แม็กซ์เดินยิ้มเข้ามาใกล้เรา "พี่ซันอย่าห่วงเลยนะครับ ผมจับตัวพี่มาแต่ไม่คิดทำร้ายพี่..ที่ผมต้องการทำน่ะ...ไอ้เฟย์ต่างหาก ไอ้มารหัวใจ" มันพูดแล้วชี้มาทางผม

ผมตะลึงกับคำตอบของไอ้แม็กซ์ คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะคิดร้ายกับผมได้ถึงขนาดนี้ "กูไปทำอะไรให้มึง กูอยู่ของกูเฉยๆนะ"

ไอ้วายร้ายเดินเข้ามาหาผม มันเงื้อมือ และตบลงมาบนใบหน้าของผมเต็มแรง "เพียะ...." ผมสะบัดหน้าไปตามแรงตบ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองมันอีกครั้ง

"นี่สำหรับที่มึงแย่งพี่ซันไปจากกู..พูดมาได้ว่าอยู่เฉยๆ ถ้ามึงอยู่เฉยๆ ทำไมพี่ซันถึงเกิดไปรักไปชอบมึงได้ มึงต้องการหักหน้ากู...วันนี้มึงได้ชดใช้อย่างสาสมแน่" ไอ้แม็กซ์พูด เสียงของมันสะใจ หลังจากที่เห็นเลือดซึมออกมาจากมุมปากของผม

"ไอ้เหี้ยแม็กซื มึงทำเขาทำไมวะ" พี่ซันจะเข้ามาเล่นงานไอ้แม็กซ์ แต่ถูกไอ้ปิงกับไอ้ชัยรั้งตัวไว้ เขาพยายามดิ้นเพื่อเข้ามาช่วยเหลือผม

ไอ้แม็กซ์หันไปทางพี่ซัน ยื่นหน้าของมันเข้าไปใกล้ "รักมันมากหรือครับ ยิ่งพี่รักมันมาก...ผมก็ยิ่งสนุก...กับการทรมานมัน"

มันยืนตรงข้ามผม และเงื้อมือฟาดลงมาบนใบหน้าผมอีกครั้ง "เพียะ..."

"นี่สำหรับเรื่องที่มึงกับเพื่อนมึงเล่นงานกูเมื่อวาน" มันตวาดผมหลังจากประเคนฝ่าใือลงมาอีกครั้ง

มันหันไปทางพี่ซัน ที่ตอนนี้ยืนมองผมอย่างสิ้นหนทางช่วย สองแขนของเขาถูกล็อคเอาไว้แน่นจากลูกสมุนของไอ้แม็กซ์

"อยากช่วยมันไหมครับ...เห็นอย่างนี้แล้ว สงสารมันไหมครับพี่...เอาอย่างนี้นะ ผมให้โอกาสพี่อีกครั้งหนึ่งนะครับ...คบกับผม..และพรุ่งนี้พี่ไปประกาศให้ทั่วมหาลัยว่าพี่กับผมเป็นแฟนกัน ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เป็นเพราะไอ้เฟย์มันสร้างสถานการณ์ขึ้นมา เพราะมันหลงรักพี่ อยากได้พี่จนตัวสั่น"

"ถุย...." พี่ซันถ่มน้ำลายใส่ไอ้แม็กซ์ แต่มันก็ไม่ได้แม้แต่จะสะกิดถึงเท้าไอ้แม็กซ์ "กูไม่คิดคบกับคนระยำแบบมึงหรอก มึงปล่อยเมียกู แล้วกูจะไม่เอาเรื่อง" พี่ซันเริ่มขู่

"โถ....พี่ซันครับ...ตอนนี้พี่ก็เหมือนหมาถูกล่ามโซ่ พี่จะทำอะไรได้ครับ ผมรู้ว่าพ่อของพี่มีอิทธิพลมาก เขาอาจจะไม่ยี่หระที่ลูกชายมีเมียเป็นผู้ชายด้วยกัน แต่ถ้าเรื่องนี้...เรื่องลูกสะใภ้ของพ่อพี่ถูกผู้ชายอีกสามคนรุมข่มขืนมันจะเกิดอะไรขึ้น หน้าตาของเขาคงเหมือนถูกเหยีบให้จมมิดดินแน่ ฮ่าๆๆๆ"

พี่ซันหน้าถอดสี เขาตกใจเมื่อได้ยินคำว่า "ข่มขืน" เขาละล่ำละลัก "น้องแม็กซ์ครับ น้องแม็กซ์จะทำอะไรพี่ก็ได้ พี่ยอมทุกอย่าง แต่ ปล่อยเฟย์ไปนะครับ พี่ยอมแล้ว อย่าทำอะไรน้องเฟย์นะครับ" เสียงพี่ซันอ่อนลง แววตาของเขาเศร้าสร้อย ไม่เหลือมาดคนหยิ่งทะนงอีกต่อไป

ผมฟังแล้วรู้สึกแปลกใจ  ทำไม?...พี่ซันถึงปกป้องผม ในเมื่อตลอดเวลาเขาทำร้ายผมสารพัด  แต่เวลานี้...ทำไม....?

ไอ้แม็กซ์เดินยิ้มเข้าไปใกล้พี่ซัน "พูดจาดีๆแบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อยครับ ...ถ้าอย่างนั้นพี่จะยอมทำตามข้อตกลงของผมไหมครับ"

พี่ซันหลุบสายตาต่ำลง เขารู้สึกหนักใจ เขาเหลือบมองผมแว่บหนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา "ถ้าพี่ตกลง น้องแม็กซ์จะไม่ทำอะไรเฟย์ใช่ไหมครับ" เสียงของเขาสั่นเครือ

ผมมองหน้าไอ้แม็กซ์ "มึงทำแบบนี้ทำไม มึงรู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้มีคนรู้เข้า อะไรจะเกิดขึ้นกับมึง มึงคิดดีๆนะแม็กซ์ ถ้ามึงปล่อยพวกเราไป กูสัญญาว่าเราจะไม่เอาเรื่องมึง"


ไอ้แม็กซ์ยิ้ม ก่อนหันมามองหน้าผม "ทำไมกูต้องเชื่อฟังมึงล่ะ....มึงนี่โชคดีจังนะ ที่พี่ซันเขายอมทำเพื่อมึงขนาดนี้  จริงๆกูควรจะดีใจนะที่พี่ซันยอมทำตามข้อเสนอของกู  เพียงแค่กูไม่มั่นใจว่า ถ้ากลับไปมึงกับพี่ซันอาจจะแอบกันไปกินในที่ลับอีกก้ได้..กูเลยตัดสินใจว่ากูจะโยนมึงให้ไอ้พวกกระหายนี่เอาไปปลดปล่อยให้สาแก่ใจมัน...เอ้า พวกมึงน่ะ อยากเอาไอ้มารหัวใจกูไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนก็เอาไป..สนองมันหลายๆรอบหน่อย มันจะได้หายอยาก ไม่มาแอบกินของใครอีก" ขาดคำไอ้แม็กซ์ ไอ้ชัยก็เข้ามารวบร่างของผมจากด้านหลัง

พี่ซันได้ยินไอ้แม็กซ์พูด เขาตวาดไอ้แม็กซ์ออกมาเสียงดัง "ไอ้เหี้ยแม็กซ์ กูยอมมึงแล้วไง มึงสัญญากับกูแล้ว  มึงอย่าทำอะไรเฟย์นะโว้ย..ไอ้เหี้ย ปล่อยเมียกู" พี่ซันดิ้นพร้อมตะโกน เรี่ยวแรงเขามากมาย จนไอ้ต้นกับไอ้ปิงเกือบจะฉุดไม่อยู่

ผมรวบรวมกำลังดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของไอ้ชัยหวังว่าจะหลุดจากอ้อมแขนของไอ้คนชั่วได้ แต่มันไม่วสำเร็จ นั่นส่งผลให้ผมล้มลงไปโดยที่ไอ้ชัยไม่ยอมปล่อยร่างผมให้เป็นอิสระต่อหน้าไอ้แม็กซ์

"มึงไม่ยอมไปเนี่ย เพราะมึงชอบโชว์เหรอวะ...พี่ซันดูเมียพี่สิ มันอยากเล่นหนังโป๊โชว์พี่ว่ะ ฮ่าๆๆๆ" ไอ้แม็กซ์หันไปทางพี่ซัน มันหัวเราะเสียงดัง

ไอ้ชัยจับผมนอนหงาย มันพยายามที่จะรั้งตัวผมไว้ไม่ให้ดิ้น จังหวะหนึ่งมันพลิกตัวผมขึ้นมาแล้วใช้หมัดทุบใส่บริเวณท้องน้อยของผม

"อุ่ก..." ผมร้องก่อนจะทรุดลงนอนงอตัวบนพื้น

ไอ้ชัยยิ้ม ก่อนมองร่างของผม "ยอมดีๆก็ไม่ต้องเจ็บตัวหรอก ไม่ต้องกลัวนะน้องเดี่ยวพี่จัดให้เต็มทุกเม็ดเลย" มันพูดพลางเอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผม  ไอ้ชัยมองร่างขาวนวลของผม แล้วโน้มตัวลงมา

ผมพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเเอามือยันร่างมันไว้ เพื่อไม่ให้มันโถมขึ้นมาบนตัวของผมได้

"มึงนี่ฤทธิ์เยอะจริง" ไอ้ชัยบ่น พร้อมกับรวบมือของผมไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะก้มหน้าลงมาซุกไซ้แถวๆซอกคอของผม

"ไอ้เหี้ยแม็กซ์ มึงสั่งให้มันหยุด  ไอ้แม็กซ์มึงอย่าทำแบบนี้ ก็กูยอมแล้วไง มึงอย่าทำเฟย์ กุขอร้อง โฮๆๆๆๆ" พี่ซันปล่อยโฮออกมาหลังจากเห็นภาพบาดตาตรงหน้านั้น

"รักมันมากเหรอพี่...ถึงกับร้องไห้เลยเหรอ เอ้า ไอ้ชัยฟัดให้หนำใจมึงเลย โชว์ลีลาของมึงให้ผัวมันดูสิ" ไอ้แม็กซ์หันไปสั่ง แววตาของมันแลดูสะใจกับชะตากรรมของเฟย์ตอนนี้

ไอ้แม็กซ์เหมือนคนโรคจิต ยิ่งเห็นความทุกข์ทรมานของผม กับความห่วงใยผมจากพี่ซันมันก็เหมือนยิ่งสะใจ มำไมใจคอมันถึงอำมหิตแบบนี้

มือหยาบกร้านของไอ้ชัยมือหนึ่งลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของผม  ในขณะที่อีกมือก็รวบมือสองข้างของผมไว้..อาการเจ็บปวดของผมไม่ได้ทุเลาลง ผมไม่สามารถปกป้องตัวเองได้

ตอนนี้ผมทำได้แค่มองใบหน้าของพี่ซันที่เปรอะไปด้วยน้ำตา ผมเพิ่งรู้...เพิ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขาที่พยายามปิดซ่อนเอาไว้ในตอนนี้เอง

"ตัวมึงหอมจริงๆว่ะไอ้หน้าหวาน ไหนกูขอชมช่องของมึงหน่อยนะว่า มันยังฟิตอยู่ไหมวะ" ไอ้ชัยกระซิบข้างหูผม ก่อนพยายามจะปลดเข็มขัดผมออก ผมพยายามเค้นเรี่ยวแรงดิ้น เพื่อขัดขวางการกระทำของมัน แต่ดูไม่เป็นผล เข็มขัดของผมกำลังถูกมันปลดออก

"ชมตีนกูก่อนไหม...!.."............"พลั่ก........." เสียงดังลอยมาพร้อมฝ่าเท้าของใครบางคนที่กระทบกับร่างของไอ้ชัยลอยละลิ่วออกไปจากตัวผม

ร่างของไอ้เจตน์เพื่อนซี้ผมปรากฎขึ้น หลังยันร่างไอ้ชัยกระเด็นโดยไม่ได้ตั้งตัว มันรีบเข้ามาพยุงผมที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่โดยที่มีไอ้พีตามมาด้วย "ไอ้เจตน์..ไอ้พี.." ผมยิ้มหลังจากเห็นหน้าพวกมัน

"กูเองเว้ย  กูบอกแล้วว่าใครอย่ามาทำเพื่อนกู ใครทำเพื่อนกูคนนั้นมันก็ต้องเจ็บเหมือนกัน" ไอ้เจตน์พูดพร้อมจ้องไอ้แม็กซ์อย่างเคียดแค้น

"โธ่...ไอ้ลูกหมา..มาแค่ตัวสองตัวคิดว่าจะช่วยเพื่อนมึงได้เหรอวะ ดีแล้ว พวกของกูจะได้มีของเล่นเพิ่มอีกชิ้นหนึ่ง" ไอ้แม็กซ์ด่า พน้อมยิ้มเยาะ เพราะถือว่าตัวมีพวกมากกว่า

"งั้นก็เก็บซากไอ้สองตัวนี้กลับบ้านมึงไปด้วย" พูดจบร่างของไอ้ปิงกับไอ้ต้นก็ถูกกระแทกอย่างแรงด้วยฝีมือของพี่โก้กับพี่เทน  ไอ้สองวายร้าย ถลาออกมา(ด้วยแรงถีบ) แทบชนกับไอ้แม็กซ์ เพียงแต่มันหลบทันเสียก่อน

"น้องเฟย์เป็นไงบ้างวะ"พี่ซันถามหลังจากที่พี่เทนเข้าไปประคองร่างของเขา

" ไม่ต้องห่วง ปลอดภัยดี ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น มึงน่ะเป็นไงบ้าง" พี่เทนตอบ พร้อมกับมองเพื่อน

"กูไม่เป็นไร  พากูไปหาเฟย์หน่อย..พากูไปหาน้องเขาหน่อยนะ" พี่ซันละล่ำละลัก พยายามตะกายมาหาผมทั้งๆที่ตัวเองก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนกัน

"ใจเย็นๆไอ้ซัน เฟย์ไม่เป็นไรหรอก ไอ้โก้กับไอ้ดิวคุมเชิงอยู่  มึงไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพวกกูจัดหนัก ชำระแค้นเอาให้สาแก่ใจมึงเลย" พี่เทนบอกเพื่อน ซึ่งนั่นทำให้พี่ซันยิ้มออกมาได้ ก่อนจะเอ่ยออกมา

"เดี่ยวรอกูฟื้นก่อน งานนี้กูจัดหนักแน่"

ไอ้แม็กซ์ กับพวกยืนเหงื่อแตก เมื่อเรื่องระยำของมันมีคนรู้ และแน่นอนงานนี้มันไม่ง่ายเหมือนที่คิดซะแล้ว

"ไอ้เหี้ยแม็กซ์ มึงนี่มันเหี้ยจริงๆ มึงกล้าทำกับเพื่อนกูขนาดนี้เลยเหรอวะ" ไอ้เจตน์ด่าไอ้แม็กซ์หลังจากพยุงผมไปพิงไว้กับต้นไม้ต้นหนึ่ง โดยมีไอ้พีคอยดูแลผมอยู่ใกล้ๆ  ตอนนี้อาการเจ็บของผมทุเลาขึ้นมากแล้ว

ผมเหลือบไปมองพี่ซัน เหมือนกับนัดกันไว้ พี่ซันอาจจะมองผมอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของผมประสานเข้ากับแววตานั้น ..แววตาที่เคยดุดัน ตอนนี้มันดูอ่อนโยน ห่วงใย บางทีดวงตาคู่นั้นอาจจะเจือปนไปด้วยความรัก....และรอยยิ้มของเขาก็ส่งผ่านมาถึงผม

"พวกมึงนึกเหรอว่ายกพวกมาช่วยเพื่อนแล้วมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ กูจะบอกให้ ถ้าพวกกูกระจอกกูไม่กล้าทำหรอกโว้ยงานนี้ ...ไอ้ปิง ไอ้ชัย ไอ้ต้น พวกมึงลุยแม่งให้เรียบคาตีน" ขาดคำไอ้แม็กซ์ไอ้สามคนนั้นก็ถลาเข้าหากลุ่มของพี่โก้ทันที

ไอ้ต้นเหวี่ยงหมัดเข้าใส่พี่เทน แต่พี่เทนหลบ ไอ้ต้นเหวี่ยงหมัดกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่ก็ทำได้เพียงเฉี่ยวใบหน้าของพี่เทน จังหวะนั้นไอ้เจตน์เข้ามาด้านหลังและเตะเข้าขาพับของไอ้ต้น ไอ้ต้นเสียหลักทรุดลง แล้วก็โดนพี่เทนฟาดหมัดเข้าหน้าจังๆ จนล้มกลิ้งไป ไอ้เจตน์ดิ่งเข้าไปแล้วฟาดหมัดหนักๆเข้าเต็มใบหน้าของไอ้ต้นซ้ำลงไปอีกครั้ง ไอ้ต้นสลบไปทันที

ไอ้ปิงรี่เข้าหาพี่โก้ มีดเล็กที่มันพกมาถูกงัดขึ้นมาใช้ในครั้งนี้  พี่โก้ร้องเสียงหลง " เฮ้ยๆๆๆ มึงผิดกติกานี่หว่า"

"การต่อสู้ไม่มีกติกาเว้ย มีแต่คนแพ้กับคนชนะ และงานนี้คนแพ้อย่างพวกมึงต้องตายกันหมด" พูดจบมันก็พุ่งมีดเข้าใส่พี่โก้ พี่โก้ถอยหลบ ไม่สามารถหาโอกาสเข้าพิชิตตัวไอ้ปิงได้ เมื่อมันวาดมีดรุกเข้าหาพี่โก้ไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง พี่โก้ทำได้แค่หลบไปได้แบบหวุดหวิด

"การต่อสู้ไม่มีกติกาเหรอวะ งั้นกูเล่นด้วย" พูดจบ ไม้ท่อนหนึ่งก็ฟาดลงบนร่างไอ้ปิง มีดกระเด็นหลุดจากมือของมันพร้อมเสียงร้องเจ็บปวด "อั่ก...."

ไอ้พีถือไม้ยืนจังก้าหลังจากฟาดไอ้ปิงไปแล้ว มันเตะมีดออกไปให้ห่างการต่อสู้นั้น

พี่โก้ใช้จังหวะนั้นฟาดหมัดเข้าใส่โหนกแก้มไอ้ปิง มันซวนเซเสียหลักไป ไอ้พีฟาดแข้งเข้าบริเวณหน้าท้องมันอีกครั้ง ไอ้ปิงถึงกับทรุด ..สุดท้ายพี่โก้เข้าประชิดตัวแล้วหมุนตัวก่อนตวัดแข้งเข้าบริเวณก้านคอ  ไอ้ปิงถลาไปตามแรงเตะ ก่อนหมัดหนักของพี่โก้ที่ตามมาจะกระแทกบนใบหน้าของมัน..ไอ้ปิงล้มลงแล้วนอนนิ่งไป


เพื่อนอีกคนของกลุ่มพี่ซันชื่อพี่ดิวกำลังซัดอยู่กับไอ้ชัย แต่มันฝีมือเหนือกว่าเพื่อน เพราะถึงจะโดนหมัดหนักๆของพี่ดิวเข้าไป มันก็แค่เซถลาไปเท่านั้น จังหวะที่พี่ดิวเผลอ ไอ้ชัยก็กระแทกหมัดเข้าปลายคางพี่ดิวไปเต็มๆ ทำให้พี่ดิวเสียหลักล้มลง

ไอ้ชัยเห็นว่ากำลังได้เปรียบ จะเข้าไปซ้ำ แต่แข้งของใครคนหนึ่งก็ประเคนเข้าเต็มหลังมัน..พี่ซันนั่นเอง เขาฟื้นขึ้นมาแล้ว "เมื่อกี้มึงลวนลามเมียกูใช่ไหม กูมาคิดบัญชี ต้นทบดอกกับมึงแล้ว"
 
ไอ้ชัยพุ่งเข้าหาพี่ซัน แต่ด้วยความไว พี่ซันหลบแล้วศอกกลับใส่ไอ้ชัยบริเวณลิ้นปี่ มันเซถลาออกไปด้วยความจุก พี่ซันไม่รอช้าตามเข้าไปใช้หมัดลุ่นๆ ฟาดใส่แก้มขวาและซ้ายสลับกัน  ไอ้ชัยเริ่มเสียหลักซวนเซ มึน งง จากฤทธิ์หมัดนั้น

"ของขวัญ..วัน..ปวด..ใจ..เว้ย" พูดจบเท้าหนักๆของพี่ซันก็ฟาดเข้าสู่ปลายคางไอ้ชัยไปเต็มๆ ร่างของมันทรุดลงบนพื้นนอนนิ่งตามเพื่อนๆวายร้ายของมันไป

ไอ้แม็กซ์เห็นท่าไม่ดี เมื่อสมุนของมันพ่ายให้กับคู่ต่อสู้แบบหมดรูป มันกำลังก้าวเท้าให้เงียบที่สุด เพื่อหนีไปจากที่นี่ก่อนที่ใครจะรู้...แต่....

"มึงจะไปไหน" ไอ้เจตน์จิกผมทรงเกาหลีของไอ้ตัวแสบมาประจันหน้าผม  ไอ้แม็กซ์เหลียวมองไปรอบๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากสมุนของมัน แต่ก็ไร้ร่องรอย เพราะสมุนของมันทั้งหมดสลบเหมือดไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้ว

ผมมองหน้าไอ้แม็กซ์ "เพียะ..." หน้าไอ้แม็กซ์สะบัดไปตามแรงปะทะจากฝ่ามือของผม

"เพียะ...เพียะ...."ผมตอบหน้ามันเบิ้ล จนหน้ามันแดงเป็นปื้น "กูคืนให้ กูเห็นว่ามึงชอบซาดิสม์ ชอบเห็นคนอื่นเจ็บปวด ดังนั้นกูเดาว่ายิ่งเจ็บมึงคงยิ่งชอบ "พูดจบผมก็สาดฝ่ามือใส่หน้ามันอีกไม่ยั้ง

ไอ้แม็กซ์รีบยกมือขึ้นพนมไหว้ผม "พอแล้วๆ ผมขอขอโทษครับ... ผมขอโทษครับ คุณเฟย์.. พี่ซัน ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ อย่าทำร้ายผมเลย ต่อไปผมจะทำตัวดีๆไม่ทำเลวๆแบบนี้อีกแล้วครับ"

ตอนนี้ทุกคนมายืนล้อมไอ้แม็กซ์ไว้ หน้ามันแดงเป็นปื้นเต็มไปหมด ที่มุมปากของมันมีเลือดสีแดงสดๆไหลเปรอะ ท่าทางหยิ่งยะโสของมันเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาหดหายไปสิ้น ผมมองมันด้วยความสมเพช

"ไอ้ซัน มึงจะเอาไงวะ กูว่าลากคอแม่งให้ตำรวจเหอะว่ะ นี่มันคดีลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย เลยนะมึง"พี่โก้เสนอ

"อย่า..อย่านะครับ พี่ๆครับ แม็กซ์สำนึกผิดแล้วนะครับ แม็กซ์สัญญาครับ ว่าต่อไปจะไม่ยุ่ง ไม่ตอแยกับพี่ซันและเฟย์อีกนะครับ อย่าส่งตัวแม็กซ์ให้ตำรวจเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นพ่อแม่ของแม็กซ์ต้องเสียใจมากแน่ๆ" ไอ้แม็กซ์ยกไม้ยกมือไหว้พวกเรารอบทิศ พร้อมกับน้ำตาของมันที่รินไหล

"โห...ไอ้ตอแหล ก่อนทำ ทำไมมึงไม่คิด มึงรู้ไหมว่าถ้าเกิดเรื่องระยำกับเพื่อนกูอย่างที่มึงตั้งใจ อนาคตเพื่อนกูจะเป็นยังไง" ไอ้เจตน์ถามอย่างอารมณ์เสีย

ไอ้แม็กซ์เงยหน้าที่ชุ่มน้ำตาขึ้นมามองผม แววตาของมันอ้อนวอนขอให้ผมช่วย "เฟย์ แม็กซ์สำนึกแล้วครับ แม็กซ์ขอโทษที่ทำให้เฟย์เดือดร้อนตั้งหลายครั้ง ยกโทษให้แม็กซ์นะครับ แม็กซ์ไม่อยากไปนอนในคุก...ช่วยแม็กซ์ด้วยนะครับ"

ผมมองไอ้แม็กซ์ แล้วก็กวาดสายตามองทุกคน ไอ้เจตน์รีบส่ายหน้า ไม่ให้ผมช่วยไอ้แม็กซ์ ผมมองพี่ซัน แต่พี่เขายืนนิ่ง มองมาที่ผมเหมือนกัน

"พี่ซันครับ" ผมเอ่ย "ผมว่าเราให้อภัยแม็กซ์ได้ไหมครับ" (ไม่รู้อารมณ์นางเอกของผมมันผุดขึ้นมาตอนไหน)

"เฮ้ย ไอ้เฟย์ มึงพูดอะไรเนี่ย ไอ้แม็กซ์มันคิดจะทำร้ายมึงนะ มึงยังจะปล่อยมันไปอีกเหรอวะ" ไอ้เจตน์ทำท่าอารมณ์เสีย

ผมมองไปยังทุกคน "ทุกคนครับ ทุกคนสามารถทำผิดพลาดได้ทั้งนั้นนะครับ และการกระทำผิดก็มีเหตุผลต่างกันออกไป แม็กซ์ทำผิด เพราะว่าความรักบังตา ทำให้มันตัดสินใจทำเรื่องเลวร้ายลงไป ผมอยากให้โอกาสแม็กซ์แก้ตัว เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว บางทีเขาอาจจะเปลี่ยนไป ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น"

"ไอ้ซัน มึงว่าไง  มึงกับเฟย์เป็นผู้เสียหาย พวกมึงต้องตัดสินใจกันเอง" พี่โก้หันไปทางพี่ซัน

"เฮ้อ.." พี่ซันถอนหายใจ "ถ้าคนที่กู "รัก" ตัดสินใจยังไง กูก็ยอมรับตามนั้นแหละว่ะ" เขาพูดแล้วหันมาทางผม ถ้ามองไม่ผิดผมเห็นรอยยิ้มเขินๆของเขานะ

ไอ้แม็กซ์ยิ้มออกมา

"ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่กูจะให้อภัยมึง ถ้าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอีกในครั้งหน้า มึงได้เข้าไปนอนในตะรางแน่ ไป...รีบไปให้พ้นจากหน้ากูเดี๋ยวนี้..." พี่ซันบอกไอ้แม็กซ์ แววตาดุดันนั้นฉายขึ้นมาบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง

ไอ้แม็กซ์ลุกลี้ลุกลนรีบลุกขึ้นแล้วเดินลิ่วๆไปยังรถสีแดงคันหรู ก่อนจะสตาร์ทและขับมันออกไปอย่างรวดเร็ว

"ไม่น่าเลยนะพวกมึง ปล่อยเสือเข้าป่าแท้ๆ" พี่เทนหันมาทางผมกับพี่ซัน

"แล้วไอ้สามคนนี่เอาไงล่ะ" พี่โก้ถาม

"ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ กูว่ามันไม่กล้าโผล่ไปให้เราเห็นหน้าแล้วล่ะ ไม่งั้นมันโดนลากคอเข้าตะรางแน่" พี่ซันตอบ

เขามองผมนิ่ง ก่อนจะเดินเข้ามา "เฟย์ เจ็บตรงไหนไหมครับ เป็นอะไรหรือเปล่า" เขาเข้ามาจับตัวผม นัยตาคมนั้นจับจ้องที่ใบหน้าของผม มันอ่อนโยนและแฝงไว้ด้วยความห่วงใย

ผมยิ้ม"ไม่เป็นไรครับ แล้วพี่ซันล่ะครับเป็นยังไงบ้าง เจ็บไหมครับ" ผมถามสวนกลับไป

พี่ซันส่ายหน้า "พี่ไม่เป็นไร พี่เป็นห่วงเฟย์..เป็นห่วงเฟย์มากนะครับ"

"พอๆ มึงอย่าพึ่งมาสวีทหวานกันตอนนี้เลยนะ กูว่าเรารีบกลับกันเหอะว่ะ ไอ้ซันกับเฟย์กับเจตย์ไปรถกูแล้วกัน ส่วนมึงนะไอ้โก้ ไปส่งน้องพีกับไอ้ดิวที่บ้านด้วย" พี่เทนแจงหน้าที่เสร็จสรรพก่อนจะเดินนำหน้าไปที่รถ โดยมีไอ้เจตน์ที่คอยประคองผมเดินตามและรั้งท้ายด้วยพี่ซัน

"แหม เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าแม่ทัพเลยนะมึง" พี่โก้ว่าให้ แล้วหันไปทางไอ้พี "นี่ เพื่อนๆเราเขาเป็นแฟนกัน แล้วแกน่ะพีไม่คิดจีบพี่เหรอวะ"

ไอ้พีมองหน้าพี่โก้ มันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนที่มือบางนิ่มละมุนของมันจะทาบลงบนหน้าผากของพี่โก้

"ตัวก็ไม่ร้อนนี่หว่า เพ้ออะไรวะพี่ กลับบ้านเหอะ อุตส่าห์โกหกที่บ้านว่าจะไปให้พี่โก้ติวหนังสือให้นะเนี่ย" พูดจบมันก็เดินนำหน้าพี่โก้ไปที่รถ

พี่โก้ยิ้ม "แหม กูชักอยากไม่สบายขึ้นมาจริงๆแล้วสิ"

"กูช่วยไหมล่ะ จะซัดให้นอนหยอดน้ำข้าวต้ม น้องพีเขาจะได้มาดูแลมึงไง" พี่ดิวหันมาแซว

พี่โก้ทำหน้าเหวอ "โห ไอ้ดิว มึงคิดได้ไงเนี่ย ไอ้เด็กน้อยพีน่ะเหรอจะมาดูแลกู มันจะซุ่มซ่ามมาเหยียบกูตายสิไม่ว่า...แต่ถ้ากูจีบมันมึงว่าจะดีไหมวะ" เขาหันมาถามพี่ดิว

พี่ดิวยิ้มก่อนตอบ "กูว่ามันคงเหยียบมึงตายจริงๆน่ะแหละ ท่าทางน้องเขาก็แอบร้ายอยู่นะมึง ไม่งั้นไม่ใจกล้าบุกมาช่วยเพื่อนทั้งที่รู้ว่ามันอันตรายแบบนี้หรอก"

"รักเพื่อนแบบนี้สิกูชอบ พอเป็นแฟนกันจะได้รักกูมากๆ" พี่โก้ว่าพลางก็เดินยิ้มตรงไปที่รถ โดยมีเสียงไอ้พีเร่งให้รีบกลับบ้านเพราะกลัวที่บ้านเป็นห่วง

พี่ดิวมองตามพี่โก้แล้วยิ้ม "เรื่องนี้จะมีลุ้นกี่คู่วะเนี่ย ไอ้แก๊งเด็กน้อยนี่แต่ละตัวก็แสบไม่พร่องเล้ยยยย ส่วนไอ้แก๊งเด็กโต กูว่าต้องตั้งฉายาว่าแก๊งล่าเด็กล่ะมั้งเนี่ย"

---------------------------------------------------------------------









ตอนที่ แปด

[size=16pt]ตอนที่ 8 เมื่อความลับถูกเปิดเผย[/size]

"ไอ้แม็ก!...." เสียงเข้มดุดันดังขึ้นด้านหลัง  ๆ ไอ้แม็กซ์หันไปตามเสียงแล้วฉีกยิ้มให้ เมื่อรู้ว่าคนเรียกคือ...

"พี่ซัน" มันขานชื่อยิ้มหวาน แล้วเดินตรงไปหา "คิดถึงแม็กหรือครับ ถึงเรียกแม็กซ์ซะดังลั่นเลย" ไอ้แม็กซ์ยิ้มหวานให้

"เออ...กูคิดถึงมึง..มาก" พูดจบก็ประเคนหมัดรุ่นๆเข้าใส่หน้าไอ้แม็กซ์ "ผัวะ"  ร่างไอ้แม็กซ์ทุดลงไปกองกับพื้น ก้นจ้ำเบ้า

"โอ๊ย" มันร้องเมื่อร่างแตะพื้น

ซันจะเข้าไปซ้ำ แต่พี่เทนรีบรั้งร่างซันไว้

"ไอ้ซัน ใจเย็นๆสิวะ เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก" เทนปราม ในขณะที่ซันค่อยๆผ่อนอารมณ์ลงได้

"พี่ซันต่อยแม็กซ์ทำไมครับ" ไอ้แม็กซ์ทำสำออย มันค่อยๆลุกขึ้นยืน เอามือข้างหนึ่งคลำบนบริเวณใบหน้าที่ถูกต่อย  ในขณะที่นักศึกษาคนอื่นๆ ค่อยๆเดินเข้ามามุงดูเหตุการณ์ หนึ่งในนั้นคือไอ้พี

พี่ซันชี้หน้า "มึงใช่ไหม ที่เอาเรื่องกูไปโพนทะนา มึงใช่ไหมที่บอกคนอื่นว่ากูไปมีอะไรกับมึง" เสียงตงาาดดังลั่น

"อะไรกันครับ แม็กซ์ไม่รู้เรื่อง แม็กซ์จำไม่ได้ครับว่าเคยเอาเรื่อง "เของเรา" ไปพูดให้ใครฟังเมื่อไร" ไอ้แม็กซ์เน้นคำว่าของเรา ให้ทุกคนในที่นั้นได้ยินชัดๆ

"ไอ้ตอแหล มึงมันตอแหล ถ้ามึงไม่ยอมรับความจริง กูจะเลาะฟันมึงออกมาให้หมดปากเลย" พี่ซันจะกระโจนร่างเข้าใส่ไอ้แม็กซ์อีก แต่ดีที่พี่เทนก็ยังยื้อยุดร่างพี่ซันไว้

ไอ้แม็กซ์ทำหน้าตากลัวพี่ซัน มันตีหน้าเศร้า แต่จริงๆแล้วถ้าใครสังเกตจะเห็นว่าแวววตามันเริ่มฉายแววร้าย เจ้าเลห์ "ก็ได้ครับ ในเมื่อพี่เป้นคนบังคับให้แม็กพูด แม็กซ์ก็จะพูด ทั้งๆที่แม็กซ์เองก็เป็นฝ่ายเสียหาย" มันเริ่มปล่อยน้ำตาให้หลริน แล้วมองไปรอบๆไทยมุง เพื่อขอความเห็นใจ

"พี่ซันบังคับแม็กซ์เอง ให้มีอะไรกับพี่ พี่บอกว่ารักแม็กซ์ จะรับผิดชอบแม็กซ์ แล้วพอพี่เจอคนใหม่พี่ก็ทิ้งแม็กซ์ไป แม็กซ์มันไม่ดีเองที่หลงไว้ใจพี่ซัน ฮือๆๆๆ" ไอ้แม็กซ์เริ่มบีบน้ำตาร้องไห้

เสียงคนรอบๆเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ดังขึ้นเรื่อย ๆ

นักศึกษาหญิงบางคนทำตาโต แล้วเอามือปิดปาก ทำท่าเหมือนเรื่องที่ได้ยินมันเป็นเรื่องอะไรที่มหัศจรรย์มาก ผู้ชายบางคนได้แต่ส่ายหน้าเหมือนไม่อยากฟังแต่ก็ไม่เดินหนีไปไหน

ไอ้แม็กซ์รู้สึกสะใจ คนอย่างพี่ซันน่ะเหรอจะกล้ายอมรับ เขาน่ะรักหน้าตาของตัวเองมากกว่าอะไร ขืนยอมรับออกมาคะแนนนิยมได้ตกฮวบ เสียหน้าเสียตาแย่

"เออ..กูยอมรับว่าจริง แต่มึงไม่ใช่เหรอที่มาออดอ้อนกู บอกว่าถ้าไม่ได้เอากับกูแล้วจะทนไม่ไหว [b]ได้ครั้งหนึ่งแล้วมึงจะตั้งใจเรียน[/b]ไง มึงบอกว่าไม่ต้องผูกพัน เพราะมึงแค่อยากสนุก ทุกอย่างจะเป็นความลับระหว่างเรา แล้วมึง...มึงก็หักหลังกู คนอย่างกูน่ะเหรอจะต้องไปขอร้องอ้อนวอนมึง ใครๆก็รู้ว่ามีแต่คนวิ่งเข้ามาหากูทั้งนั้น มึงอย่าสำคัญตัวไปนักไอ้แม็กซ์" ซันย้อนให้ แล้วมองไปยังกลุ่มคนยืนออกันอยู่ ทุกคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยตามที่พี่ซันพูด

ทุกคนในที่นั้นเริ่มมองไอ้แม็กซ์แล้วหัวเราะเยาะ พลางชี้ไม้ชี้มือ เหมือนกำลังดูอะไรสักอย่างในสวนสัตว์

ไอ้แม็กซ์หน้าถอดสี ตอนนี้มันเองที่เป็นฝ่ายเริ่มจะต้องอาย เพื่อนๆที่เรียนห้องเดียวกับมันเบือนหน้าหนี คนที่เคยชื่นชอบไอ้แม็กซ์เริ่มเดินออกไป

พี่ซันมองไอ้แม็กซ์ไม่วางตา "ไง แก้ตัวไม่ออกล่ะสิ มึงรู้ไหม การที่มึงไม่รักษาสัญญา มันทำให้กูต้อง...." เขาพูดแค่นั้นแล้วก็หยุด  ก่อนจะหาคำอื่นมาต่อประโยค   "....ทำให้กูต้อง..เสียหน้ามากแค่ไหน"

"เออ ก็ได้ ผมเป็นคนปล่อยข่าวเอง ก็มันเป็นความจริงนี่ที่เรามีความสัมพันธ์กัน พี่เองก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ถ้าพี่เป็นคนดีจริง ทำไมพี่ถึงไม่ยับยั้งชั่งใจล่ะ ดีแล้วที่มันมีเรื่อง ให้ใครมันรู้ไปเลยว่านายธโณทัยที่ใครๆไฝ่ฝัน มันก็แค่ตัวผู้ชอบผสมพันธุ์แล้วทิ้ง"  ไอ้แม็กซืด่ให้

"ไอ้เหี้ยแม็กซ์ พี่ซันถลันจะเข้าไปหาไอ้แม็กซ์อีก แต่ก็ไม่สามารถปลดอ้อมแขนของพี่เทนที่รั้งตัวเอาไว้ได้

"ถ้าพี่ตัดสินใจยอมคบกับผมแต่แรกเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น มันก็สาสมแล้วที่พี่จะต้องได้รู้สึกอับอายแบบนี้" มันยิ้มเยาะ เพราะตอนนี้ทุกคำพูดของมันกำลังเสียดแทงใจพี่ซัน

"วันนี้แหละที่กูรู้ตัวแล้วว่าตัวเองตัดสินใจถูก ที่ไม่คบกับมึง มึงมันวายร้าย มึงมันสารเลว มึงมันเป็นคนไม่ซื่อสัตย์" พี่ซันตอกกลับไป

"งั้นคนที่พี่ชอบไปไหนล่ะ เห็นไปรับไปส่งกันถึงบ้านถึงห้อง คงจะรักกันมากสินะครับ อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะรักกันดูดดื่มไปอีกนานแค่ไหน เลิกรากันเมื่อไรจะซมซานกลับมาหาผมก็ได้นะพี่ ผมจะเวทนาพี่ให้สุดๆ" ไอ้แม็กซ์ว่า

"กู...กู..ไม่ได้...."เขาขยับปากจะพูด แต่ก็หยุดเพียงแค่นั้น เขาจะบอกว่าเขาไม่รักเฟย์ได้ยังไง ในเมื่อตลอดเวลาที่เขาคิดว่าเขาคอยควบคุมดูแลมัน เขาก็แค่อยากจะปิดปากมันที่มันไปรู้ไปเห็นความลับของเขา แต่จริงๆแล้ว ลึกๆแล้วเขาก็ไม่แน่ใจ ว่าเขารู้สึกยังไงกับไอ้เด็กคนนั้น  แต่เขาพูดตอนนี้ที่นี่ไม่ได้

"เรื่องของกูไอ้แม็กซ์ มึงไม่ต้องเสือก  ต่อไปนี้นะ มึงกับกูถือว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่รู้จักกัน มึงกับกูจบลงแค่นี้" พูดจบเขาก็เดินหันหลังเดินแหวกฝูงชนออกไป

ถ้าเขาจะเพียงหันหลังกลับมาสักแว่บเดียวเขาจะทันสังเกตเห็นแววตาอาฆาตพยาบาทของไอ้แม็กซ์ "พวกมึงคิดเหรอว่ามึงจะมีความสุขกันได้ กูจะไม่ยอมให้พวกมึงมีความสุข แล้วก็ตกอยู่ในห้วงทุกข์คนเดียว"

-------------------------------------------------

"เฮ้ย ไอ้ซัน กูไม่สบายใจเรื่องไอ้เด็กน้อยสองคนนั่นเลยว่ะ เราทำกับมันไปด้วยความเข้าใจผิดและวู่วามเกินไปจริงๆนะ" พี่เทนเอ่ย หลังจากเดินมาด้วยกันสักครู่

พี่ซันนิ่ง เขารู้สึกละอายใจระคนกับเป็นห่วงเฟย์ "เฮ้อ..........." เขาถอนหายใจออกมาดังๆ

"เอาไงดีวะ เราสองคนไปขอโทษน้องเขาดีไหมวะ" ไอ้เทนเสนอความคิดขึ้น

พี่ซันส่ายหน้า "ไม่ทันแล้วว่ะไอ้เทน เราลงมือทำไปแล้ว ไปขอโทษตอนนี้ ยังไงเขาก็ไม่มีทางยกโทษให้เราหรอก"

"แม่งเอ้ยยยย...."พี่เทนระบายอารมณ์ออกมาด้วยการเตะก้อนกรวดก้อนดินก้อนเล็กๆแถวนั้น

พี่ซันเอื้อมมือไปแตะบ่าเพื่อน "ไอ้เทน กูขอโทษที่ทำให้มึงต้องมาพัวพันเรื่องนี้นะเว้ย"

"ช่างมันเหอะ กูไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหรอก กูแค่จะหาทางแก้ตัวยังไงกับน้องเจตน์ เพราะกูว่ากูอาจจะชอบน้องเขา" พี่เทนสารภาพ

"เฮ้ยไอ้เทน มึงเอาจริงเหรอวะ นี่มึงรักไอ้ตาโตนั่นจริงเหรอวะเนี่ย" ซันย้อนถามเพื่อนยิ้มๆ

พี่เทนยิ้มแหยๆ "มึงจะถามซ้ำทำไมวะ กูอายว่ะ"

"มึงไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงกูจะค่อยๆหาวิธีแก้ไขไปเรื่อยๆ กูเองก็ชักไม่แน่ใจ" พี่ซันเอ่ยมาลอยๆ...

พี่เทนทำตาโต "เฮ้ยยย..อย่าบอกนะว่ามึง อ่ะก็เริ่มจะชอบน้องเฟย์..."เขาเริ่มล้อเพื่อน

พี่ซันยิ้ม แล้วหันหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอาย "มึงบ้าป่ะวะ กูนะโว้ย  นายธโณทัย จะมารักเด็กกะโปโลแบบไอ้เฟย์" แล้วเขาก็แอบอมยิ้ม

ที่เทนมองด้านหลังเพื่อน แล้วก็ยิ้มตาม คบกันมาตั้งนานมีหรือจะไม่รู้ใจเพื่อน ว่าเพื่อนคิดอะไร คนอย่างไอ้ซันน่ะเหรอ ถ้ามันเกลียดใครจริงๆมันซัดคนนั้นตายไปแล้ว ปราณีสุดก็โคม่า แต่นี่มันคอยเทียวรับเทียวส่ง แถมพอถึงตอนเข้าใจผิด มันกลับเลือกที่จะ.....ระบาย...ใส่น้องเขา (แบบพิเศษ) เนี่ยนะ...ไม่ชอบ....ปากแข็งจริงๆ

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ตอนที่เจ้ด การกลับมาของไอ้แม็กซ์

ผมนั่งเล่นกับไอ้เจตน์ที่ม้าหินอ่อนภายในมหาวิทยาลัย

"โหยแม่ง ไอ้เฟย์เมื่อคืนมึงดูบอลป่ะวะ กูเชียร์สเปนสุดใจ แต่เสือกแพ้อิตาลี่ได้ไงวะ งานนี้แม่งหมดตูดแน่กู" ไอ้เจตน์บ่นกะปอดกะแปด

ผมมองหน้ามัน "นี่มึงเล่นบอลด้วยเหรอวะ " ผมถาม

"เล่นที่ไหนเล่า กูก็นั่งคุยกะมึงอยู่ตรงนี้แหละ" มันย้อนผมมา แล้วทำหน้าตาบ้องแบ๊ว ไม่รู้ไม่ชี้ว่าผมหมายถึงอะไร

ผมเอามือตบหัวมัน (เบาๆ)ไปทีนึง "มึงเคยสัญญากับกูว่ามึงจะไม่เล่นการพนัน แล้วนี่มึงเล่นทำไมวะ ถ้ามึงยังทำนิสัยแบบนี้ มึงเลิกเป็นเพื่อนของกูไปเลย" ผมว่ามันแรงๆ

ไอ้เจตน์ทำตาละห้อย "เออ กูขอโทษต่อไปกูจะไม่เล่นพนันแล้ว มึงอย่าโกรธกูนะเว้ย"

"งั้นเพื่อเป็นการถ่ายโทษของมึง...ตอนนี้กูหิวน้ำมากเลยว่ะไอ้เจตน์" ผมพูดพลางหันไปมองมัน

มันก็มองผมอยู่ พร้อมกับเอานิ้วชี้ใส่หน้าตัวเอง ผมพยักหน้า...

มันยิ้มเจื่อนๆ "ได้เลย กูไปซื้อเองมึงรอแป๊บเดียว" พูดจบมันก็ลุกพรวดเดินไปซื้อน้ำมาให้ผม  ผมมองตามหลังมัน จมันเดินหายเข้าร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัยไป

ผมรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ผมนั่งตัวตรง แล้วแหงนหน้าขึ้นฟ้า แล้วหลับตาลง ปล่อยให้ใจล่องลอยไปเพื่อนผ่อนคลายความเครียด

ตั้งแต่วันนั้น ผมกับไอ้เจตน์พยายามหลบหน้าไอ้พี่ซันกับไอ้พี่เทน ถ้าเราเป็นฝ่ายเห็นเขา เราจะรีบหลบฉาก ไม่ยอมปะทะกับเขาโดยตรง

มีครั้งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นเขาช้าไป เขาเห็นเราตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เขาเดินมาใกล้จนจะห้าสิบเมตรแล้ว ไอ้เจตน์มันก็ร้องขึ้นว่าไอ้พี่สองคนมาแล้ว แล้ววิ่งปรื๋อไปก่อน ผมรีบก้าวเท้าตามมันไป พี่ซันกับพี่เทนวิ่งไล่เรามา แต่ก็ไม่ทัน เราหาที่หลบไปได้หวุดหวิด จนวันนี้ผมกับไอ้เจตน์ก็ยังต้องทำตัวเป็นนินจา แว่บไปแว่บมาแบบระวังตัว

ผมยังนั่งหลับตาอยู่แบบนั้น จนเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินใกล้เข้ามา

"ไอ้เจตน์ มึงมาเร็วทันใจกูจริงๆ มึงรีบเอาน้ำมาประเคนพ่อมึงไวๆ" ผมพูดทั้งที่ยังลืมตาไม่เต็มที่ แต่แล้วเสียงที่ผมไม่ได้ยินมานานก็ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นอย่างเร็ว

"ท่าทางมึงมีความสุขดีนี่ไอ้เฟย์" เจ้าของเสียงคือ ไอ้แม็กซ์....

ผมนั่งมองมันเหมือนถูกเสกให้เป็นรูปปั้น ใบหน้าของมันจ้องมองมาที่ผม ดูดุดัน แววตานั้นมุ่งร้ายอย่างเห็นได้ชัด

ผมไม่เจอไอ้แม็กซ์อีกเลยตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น (ที่มันโดนผมถีบกระเด็น) มันก็เหมือนหายหน้าหายตาไป แต่วันนี้มันกลับโผล่หน้ามา มันไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว

"มึงมีอะไร" ผมเอ่ยถามคำแรกหลังจากเริ่มตั้งสติได้

"กูไม่มีอะไร กูแค่อยากเห็นหน้าคนที่พี่ซันรักนักรักหนา ว่าตอนนี้มันกำลังสำลักความสุขหรือหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์"

" พี่ซันเขาดูแลกูดีจะตาย เดินตามกูอย่างกับเงาตามตัว ทำไมกูจะต้องมีความทุกข์ด้วย" ผมโกหกมันไป เพราะผมไม่ได้คุยกับไอ้พี่ซันนานแล้ว

"กูจะบอกอะไรมึงให้ พี่ซันเขาก็เคยพูดว่าชอบกู รักกู แต่เขาน่ะไม่เคยพอหรอก เดี๋ยวมึงก็ถูกเขี่ยทิ้ง ไก่อ่อนอย่างมึงน่ะ เขาจะเลี้ยงไว้ดูเล่นอีกกี่วันเชียว" มันพูดจาเยาะเย้ย ผมได้แต่นิ่ง

ผมสิ้นคำจะโต้ตอบกับไอ้แม็กซ์ พี่ซันเป็นคนมีเสน่ห์ล้นเหลือ จนใครๆก็อยากครอบครอง แต่สำหรับผม ผมไม่คิดแม้อยากจะให้เขาแตะเนื้อต้องตัวสักนิด

"กูไม่รู้หรอกนะว่าเพื่อนกูจะถูกเขี่ยทิ้งไหม แต่ที่แน่ๆ หมาหวงก้างบางตัว ก็ไม่ได้แดกว่ะ" เสียงไอ้เจตน์ดังมาจากด้านหลัง ทั้งผมและไอ้แม็กซ์หันไปมองไอ้เจตน์พร้อมกัน ในมือไอ้เจตน์ถือแก้วใส่น้ำอัดลมมาสองใบ มันเดินตรงมาที่ผมกับไอ้แม็กซ์

"ไง...มึงนี่เก่งแต่เรื่องทำร้ายคนอื่นด้วยเสียงเห่านะ แต่ไม่เห็นทำเหี้ยอะไรเก่งไปกว่านี้   กูน่ะสมเพชมึงจริงๆ หน้าตาก็ดี แต่คอยระรานเขาไปทั่ว  ถ้ามึงแน่จริง มึงก็ดึงไอ้พี่ซันกลับไปให้ได้สิ อย่าให้มันมายุ่งกับเพื่อนกูอีก" ไอ้เจตน์ด่าให้อีก ไอ้แม็กซ์ยืนนิ่ง มันขบกรามด้วยความโกรธ

"โมโหเป็นด้วยเหรอวะ เมื่อกี้ยังเห่าใส่เพื่อนกูแหม่บๆ ตอนนี้นิ่งเหมือนหมาโดนยาเบื่อเลยว่ะ ฮ่าๆๆ "ไอ้เจตน์ได้ที ด่าสำทับเข้าให้อีก

"หัวเราะที่เพื่อนมึงทำตัวเป็นกระหรี่หรือไง กูรู้นะว่าเพื่อนมึงน่ะโดนพี่ซันล่อแล้ว กี่รอบแล้ววะไอ้เฟย์ ฮ่าๆๆๆ" คราวนี้ไอ้แม็กซ์เป็นฝ่ายระเบิดเสียงหัวเราะบ้าง

ผมรู้สึกอาย รู้สึกได้ว่าใบหน้าชาไปหมด ผมหาคำมาเถียงมันไม่ได้เลย แต่ยังดีที่ตอนนี้ผมมีไอ้เจตน์อยู่ข้างๆ

"กระหรี่อ่ะได้ตังค๋ว่ะ เพราะพี่ซันน่ะประเคนทุกอย่างถวายหัวให้เพื่อนกูมหาศาล  พาไปกินข้าว ดูหนัง เอาใจสารพัด ไม่ได้ถูกฟันฟรี แล้วก็โยนทิ้งเป็นรองเท้าเก่าๆ เหมือนใครบางคนว่ะ" ผมแทบจะหัวเราะออกมาดังๆเมื่อเห็นสีหน้าไอ้แม็กซ์ มันหน้าแดง หูแดงเพราะโกรธไอ้เจตน์ และแน่นอนที่ไอ้เจตน์พูดนั้นคือความจริง

ทุกคนรู้เรื่องไอ้แม็กซ์มันอยากครอบครองพี่ซันจนถึงขั้นต้องเอาเรื่อง..ความสัมพันธ์ของมันกับพี่ซันมาประจานให้ตัวเองอับอาย แต่กระนั้นมันก็ยังโดนพี่ซันทิ้งจนได้ (คนห่าอะไรวะ โง่ชิบหาย)

"พวกมึง...กล้าลองดีกับกูเหรอ" มันถลันร่างเข้ามาพร้อมหมัดล้วนๆ แต่ช้าไปว่ะ ผมถีบสวนออกไป "อั่ก...." เสียงมันร้อง และแรงถีบก็ส่งผลให้มันถอยหลังไปทางไอ้เจตน์

"ซ่า..... "เสียงน้ำสองแก้วในมือไอ้เจตน์ราดลงทั่วตัวไอ้แม็กซ์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

"โอ๊ะ..โอ...บังเอิญจังที่กูทำน้ำหกใส่มึง อดแดกเลย" ไอ้เจตน์ทำท่าร้องเหมือนคนตกใจ ทั้งที่มันไม่ได้มีอาการตกใจอะไรเลยด้วยซ้ำ

ไอ้แม็กซ์ถลันจะเข้ามาอีก แต่....

"หยุดนะ ทำอะไรกันน่ะ..." เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น....ไม่ใช่...ไม่ใช่พี่ซัน...แต่เป็นพี่เอ

พี่เอเดินเข้ามาหาเราทั้งสามคน เขาเดินเข้ามายืนข้างๆผม

"อ้อ มึงมีพวกปีสามให้ท้ายนี่เอง มึงถึงกล้ากับกู" ไอ้แม็กซ์ตวาด

"น้องแม็กซ์พี่ว่า น้องแม็กซ์เข้าใจผิดแล้ว พี่ยืนอยู่ข้างความถูกต้อง และทั้งหมดก็อยู่ในสายตาพี่ตั้งแต่น้องแม็กซ์เริ่มก่อเรื่องแล้ว" พี่เอตอบเรียบๆ

ไอ้แม็กซ์หันมามองหน้าพี่เอ  "พี่ต้องเข้างมันอยู่แล้ว พี่เองก็คงแอบชอบมันล่ะสิ โธ่เอ้ยยย ทำตัวดีเด่ ที่แท้มึงมันก็ร่านผู้ชาย ไง ตกลงคนไหนตัวจริง รึมึงแบให้ทุกคนที่เข้ามาหามึง " ไอ้แม็กซ์ได้ทีด่าผมฉอดๆ

"ไอ้เหี้ยแม็กซ์" ไอ้เจตน์ตวาด พร้อมเดินปรี่เข้าหาไอ้แม็กซ์ แต่พี่เอ ยกมือห้ามไอ้เจตน์ไว้

"อย่าเลยครับน้องเจตน์ ถ้าน้องแม็กซ์ยังทำตัวไม่เหมาะสม พี่จะรายงานทางมหาวิทยาลัยเอง"

"เอาเลย พี่คิดว่าตำแหน่งประธานนักศึกษาจะมีอำนาจมากมายงั้นเหรอ บอกไว้เลยว่าที่ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะไอ้เฟย์นั่นแหละ ที่มันแย่งพี่ซันจากผมไป"

พี่เอ ดูตกใจเล็กน้อยที่ได้รู้เรื่องนี้ ไอ้เจตน์เดินเข้ามายืนใกล้ผม มันจับมือผมบีบเบาๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจผม

"พวกมึงคอยดูเหอะ กูจะไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่ มึงทำกูเจ็บแสบมากนะไอ้เฟย์ มึงระวังตัวไว้ และกับเพื่อนปากดีของมึงกูจะแถมของฝากไปให้ด้วย"ไอ้แม็กซ์พูดจาอาฆาต ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ผมรู้สึกโล่งใจที่เหตุการณ์นี้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ก็รู้สึกแย่ที่พี่เอรู้เรื่องระหว่างผมกับพี่ซันเข้าจนได้

"น้องเฟย์ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่ไม่เชื่อว่าน้องเฟย์จะเป็นคนแบบนั้น น้องเฟย์คงจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างสินะครับ" พี่เอพูดปลอบใจผม

"ขอบคุณที่เข้าใจผมครับ แต่พี่เออย่ามายุ่งกับผมอีกเลยดีกว่า ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจพี่เอนะครับ แต่ผมกลัวพี่เอจะลำบากตามผมไปด้วย เอาเป็นว่าเราแยกกันตรงนี้นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาช่วยเหลือผม ไม่อย่างงั้นผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันจะลงเอยแบบไหน"

"น้องเฟย์ครับ พี่อยากจะบอกว่าระวังน้องแม็กซ์ด้วยนะครับ เขาค่อนข้างจะเป็นคนมีอิทธิพลแถวนี้เหมือนกัน"

"ขอบคุณครับพี่ ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ"

 พูดจบผมก็เดินจากพี่เอมา ผมไม่กล้าสู้หน้าเขา ผมอาย อายเกินกว่าจะมองหน้าและกลัว...กลัวเขาจะถามอะไรที่ผมตอบไม่ได้

ไอ้เจตน์ก็เดินมาเคียงคู่กับผมด้วย

วันนี้เราทั้งสองคนเลิกเรียนเร็ว เลยชวนกันเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า

"ไอ้เฟย์กูอยากกินไอติมว่ะ ไม่ได้กินนานแล้ว" ไอ้เจตน์เอ่ยขึ้น ขณะที่เราเดินผ่าร้านไอติม มันส่งสายตาอ้อนวอนมาทางผมเป็นเชิงขอร้อง

"แหม มึงไม่ต้องทำสายตาแบบนั้นก็ได้ กูเองก็อยากกินอะไรเย็นๆให้ชื่นใจหน่อย ...ให้ไปซื้อน้ำ เสือกเอาน้ำไปราดหัวหมา" ผมว่าพลางหัวเราะคิกคัก

"ทำไงได้วะ ก็ไอ้หมาตัวนั้นมันเสือกจะมากัดเพื่อนร้ากกกกก กูนี่หว่า"ไอ้เจตน์ลากเสียงยาว หน้าตายิ้มแป้น

ผมขันท่าทางทะเล้นของมัน ดูท่ามันจะลืมเรื่องเลวร้ายระหว่างมันกับพี่เทนลงไปได้เยอะเชียว

เราสองคนสั่งไอติมถ้วยใหญ่ และเริ่มสวาปามกันอย่างเมามันส์

เราเดินเล่นภายในห้างกันอีกสักพัก แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ตะวันกำลังจะตกดินแล้ว จึงเร่งฝีเท้าออกจากห้างเพื่อเดินทางกลับบ้าน

"เฟย์ มึงว่าเราสองคนจะหลบพี่ซันไปได้นานเท่าไรวะ นี่เราก็หลบเขามาได้สี่-ห้าวันแล้วนะ แต่คงหลบต่อไปไม่ได้หรอก" ไอ้เจตน์ถามขณะที่เดินไปด้วยกัน

ผมสีหน้าสลดลง "กูก็ไม่รู้ว่ะ ทุกวันนี้กูกลัวเขาจะพังบ้านเข้ามาหากูจะแย่แล้ว ยิ่งซวยกว่านั้นนะ พ่อกับแม่กูน่ะสิ เพิ่งโทรมาบอกเมื่อเช้าว่าอาจจะถูกดึงตัวให้อยู่ดูงานที่เบลเยี่ยมต่ออีกเกือบเดือน"

"เฮ้ย งั้นทุกวันนี้มึงก็อยู่บ้านคนเดียวสิวะ" ไอ้เจตน์อุทานขึ้น

ผมพยักหน้า "เออ"

"เฟย์ ถึงเราจะโตแล้ว แต่กูว่าการอยู่ตัวคนเดียวมันไม่ปลอดภัยนะเว้ย เอางี้นะ ระหว่างที่พ่อกับแม่มึงไม่อยู่กูจะไปอยู่เป็นเพื่อนมึง" ไอ้เจตน์เสนอความคิด

"อ้าว แล้วป๊าล่ะ มึงจะทิ้งป๊าหรือ"ผมย้อนถาม

"ไอ้เฟย์ มึงลืมรึไง พี่จอม กับพี่จอยก็อยู่ คนบ้านกูเยอะแยะ ขาดกูไปคนหนึ่งร้านป๊าคงไม่เจ๊งหรอกว่ะ" ไอ้เจตน์พูดติดตลก "ไป แวะบ้านกูก่อน กูไปเอาเสื้อผ้ากับของใช้ บอกคนที่บ้านแล้วเราก็ไปลุยบ้านมึงกัน"

"มึงทำอย่างกับจะไปรบเลยนะ ลุยห่าไรของมึง รีบไปกันเหอะ กูไม่อยากกลับบ้านมืด"

"งั้นพวกกูไปส่งไหมล่ะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเราสองคน

"พี่ซัน" ผมอุทาน

"พี่เทน" ไอ้เจตน์อุทานต่อ

"พี่โก้ก็มาครับ " พี่โก้เสริม

ทั้งสามคนยืนจังก้า พี่ซันดูแววตาดุดัน ยืนทำหน้าเข้มจ้องผมตาเขม็ง


"ไปเหอะ ไอ้เจตน์ ผมกระชากแขนไอ้เจตน์เตรียมวิ่งเต็มที่ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว พี่โก้ก้าวมาขวางหน้าผมไว้ ตอนนี้ผมกับไอ้เจตน์ยืนอยู่ในวงล้อมสามเหลี่ยมของสามหนุ่มสามมุมวายร้าย

"มานี่เฟย์ เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ ไอ้เทนมึงพาเมียมึงไปทางโน้นก่อนไป ไอ้โก้มึงกลับไปก่อนก็ได้นะ กูมีเรื่องจะคุยกับเมียกู" พี่ซันสั่ง แค่นั้นเองไอ้เจตน์ก็ถุกพี่เทนลากห่างผมออกไป

"มีอะไรจะคุยก็ว่ามาสิ"ผมบอก แต่ไม่ยอมมองหน้าพี่ซัน

"เฟย์ มึงยังไม่หายโกรธกูอีกเหรอวะ" เสียงออดอ้อนดังออกมา แววตาดุดันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยน

"ไม่ได้โกรธ" ผมตอบทั้งๆที่ไม่ยอมมองหน้าเขา (แต่จริงๆโคตรเกลียด)

"มึงรู้ไหมว่า เวลาที่กูไม่ได้เจอมึง ไม่ได้ใกล้ชิดมึง กู...กู...รู้สึกกระวนกระวายนะ กูมัวแต่คิดว่ามึงจะเป็นอะไรไหม มึงอยู่กับใคร กู...." เขาพูด

"อืม"...แค่นั้นเอง ที่ผมตอบเขา เขายืนนิ่งมองผม แล้วคำหนึ่งก็หลุดออกมา

"อย่าลืมสิว่ามึงเป็นเมียกู กูสั่งเลยนะว่า ต่อไปนี้มึงห้ามไปสนใจผู้ชายคนอื่น ห้ามไปสุงสิง ห้ามไปวอแวกับใครอื่น"

"ไม่ใช่ทาสนะ และทำไมต้องต้องเชื่อพี่ด้ว..." พูดไม่ทันจบ ปากพี่เขาก็ประกบเข้ากับปากของผม เขาจูบดูดดื่ม ก่อนจะถอนปากออก

"พูดมากดีนัก นี่คือการลงโทษ ถ้ามึงไม่เชื่อฟังกู ครั้งหน้ากูจะจูบมึงโชว์กลางมหาวิทยาลัย"

ผมนิ่งเงียบ ไม่ตอบ ทำไมเขาชอบทำแบบนี้ ชอบบังคับ เอาแต่ใจ ไม่คำนึงถึงจิตใจคนอื่นบ้าง

"แน่ะ ไม่ตอบอีก สงสัยกูต้องลงโทษอีกครั้งละมังเนี่ย" พูดจบเขาก็ทำท่าจะจูบผมอีก

"เข้าใจแล้ว...จะไม่ทำแบบที่พี่ไม่อยากให้ทำ" ผมรีบบอกก่อนที่ปากสวยบางนั้นจะประกบลงมาเพียงนิดเดียว

"มึงน่าจะตอบช้ากว่านี้นะ เสียดายว่ะ.."เขาพูดจาล้อผม

"ไป เดี๋ยวกูไปส่ง"เขาพูดจบก็เอื้อมมาดึงข้อมือผมให้ตามไป

"เดี๋ยวก่อนพี่ซัน ผมนัดไอ้เจตน์ไว้ไปค้างที่บ้าน" ผมค้าน

"เดี๋ยวกูโทรบอกให้ไอ้เทนให้พาไอ้เจตน์ไปส่งที่บ้านมึง"

"แต่...." ผมพูดไดเท่านั้นก็ต้องหยุด เพราะพี่ซันหันมามองผมตาดุ ทำให้ผมต้องปิดปากเงียบ และปล่อยให้เขาจับมือเดินไปขึ้นรถ

---------------------------------------

"มึงเป็นอะไรวะ ลากกูมาทำไม ปล่อยกูนะ กูจะกลับไปหาเพื่อนกู" ไอ้เจตน์โวยวายจนคนเริ่มหันมามอง หลังจากที่พี่เทนฉุดกระชากลากถูมันห่างผมออกมา

"เสียงเบาๆสิเจตน์ ไม่อายเขาหรือไง"พี่เทนปราม

แต่นั่นยิ่งกลายเป็นเปิดช่องทางให้ไอ้เจตน์คิดแผนร้ายเอาตัวรอดขึ้นมาได้ มันเริ่มร้องเสียงน่าสงสาร

"พี่ครับ พี่อย่าขูดรีดผมเลยครับ ผมไม่มีเงินให้พี่แล้วนะครับ ผมขอร้องครับ เงินที่มีพี่ก็เอาไปซื้อเหล้า กินจนเมาหัวราน้ำหมดแล้ว บ้านพี่เป็นร้านทองใหญ่ พี่ก็ขโมยทองบ้านตัวเองไปเที่ยวผู้หญิง ทำไมพี่ทำตัวเละเทะแบบนี้ครับ" ไอ้เจตน์แกล้งร้องไห้โฮ แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา (คาดว่าดารานำแสดงชายยอดเยี่ยมปีหน้าต้องมีชื่อมันเข้าชิงแน่ๆ)

พี่เทนหน้าเหวอ ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าไอ้เจตน์จะมามุขนี้ คนเริ่มมามุงกันเยอะ และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

"นั่นลูกเจ้าสัวร้านทองใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี่นา" หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นแล้วหันมาพยักพเยิดทางไอ้เทน ถูกต้องแล้วครับ  บ้านพี่เทนทำกิจการร้านทองใหญ่ที่สุดในจังหวัดจริงๆนั่นแหละ

แต่แล้วไอ้เทนก็นึกหาทางแก้ขึ้นมาได้

"ก็น้องเจตน์ไม่ยอมให้พี่เข้าบ้านนี่ครับ ขับไล่ไสส่งพี่ คิดว่าพี่ไปมีเมียน้อย ทั้งๆที่พี่รักน้องเจตน์คนเดียว พี่คิดถึงน้องเจตน์นะครับ ที่ผ่านมาพี่ผิดไปแล้ว น้องเจตน์ให้อภัยพี่เถอะครับ ทุกคนครับ แฟนผมคนนี้เขาขี้งอนครับ ตอนนี้เขาโกรธผมน่ะครับ เพราะผมหล่อ มีคนมาชอบเยอะ แต่ผมรักเขาคนเดียวครับ ไม่เค๊ยย ไม่เคยนอกลู่นอกทางเลยครับ"

คราวนี้หลายคนเริ่มหันไปมองไอ้เจตน์

"โถ หนู อย่าไปโกรธแฟนเลย เขาสำนึกผิดแล้วก็ให้อภัยกันเถอะนะ" หนึ่งในไทยมุงพูดขึ้น

ไอ้เจตน์จ้องหน้าพี่เทนที่ตอนนี้ยืนยิ้มกริ่มเพราะมีแต้มต่อที่เหนือกว่า มันรู้สึกอับอายมากทำท่าหันหลังจะเดินหนี แต่ถูกพี่เทนรั้งตัวไว้

"ไปนะ กลับบ้านของเรานะจ๊ะ" เสียงออดอ้อน นั่นยิ่งทำให้ไอ้เจตน์อายเป็นทวีคูณ

"ไม่เอาละโว้ย บ้าไปคนเดียวเหอะ" ไอ้เจตน์ว่าให้แล้วสะบัดตัวออกจากพี่เทน แล้วเดินฝ่าไทยมุงออกไป โดยมีพี่เทนจ้ำอ้าวตามอย่างรวดเร็ว พร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ

ในที่สุดเขาก็ตามไอ้เจตน์ทัน

"ตามมาทำห่าไรวะ" ไอ้เจตน์ดุให้

"อ้าวก็เมียเดินหนีทำไมล่ะ" พี่เทนย้อนถาม

"ใครเป็นเมียวะ พูดดีๆนะพี่" ไอ้เจตน์หันมาตีหน้ายักษ์

"จำไม่ได้จริงอ่ะ งั้นมา เดี๋ยวพี่ทบทวนให้ สักดอกเดียวคงฟื้นความทรงจำได้แน่" พี่เทนทำท่าจะปล้ำไอ้เจตน์ แต่ครั้งนี้มันไม่ง่าย ไอ้เจตน์ถองเข้าให้ใต้ลิ้นปี่ จนพี่เทนจุก

"ไง พี่ เอาอีกดอกไหมละ " ไอ้เจตน์ถามลอยหน้า

พี่เทนยกมือห้าม "พอๆ ถ้าน้องเจตน์จัดมาอีกดอกพี่คงตาย ไอ้ซันมันสั่งให้พาน้องเจตน์ไปเก็บของใช้ที่บ้านแล้วไปส่งน้องเจตน์ที่บ้านน้องเฟย์ด้วย"