"เสร็จล่ะ คราวนี้หนีไม่รอดแน่ ไปเป็นเมียพี่ซะดีๆ" เขากระชากร่างผมให้ลุกขึ้น
"โอ๊ย..." ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด และร่างทรุดลงเช่นเดิม
"อย่ามาสำออยร้อยมารยา ลุกขึ้นมาเร็วๆ" เขาไม่วาย พยายามกระชากร่างผมให้ลุกตามไป
"ผมลุกไม่ได้ครับ ผมเจ็บขาครับ พี่ซันครับผมไปไม่ไหว" ผมร้องโอดครวญ พี่ซันมองหน้าผม เห็นทั้งเหงื่อที่ไหลออกมาเยอะมากๆรวมถึงน้ำตาแห่งความเจ็บปวดก็ไหลออกมาด้วย สีหน้าที่เจ็บปวดนั้นไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด
พี่ซันมองผม แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน "เฮ้อ...แทนที่จะได้นอนกกมึง กูต้องพามึงไปโรงพยาบาลแทนเหรอวะเนี่ย" พูดจบเขาก็ช้อนร่างของผมขึ้น และพาเข้าไปในรถของเขา
ผลปรากฎว่า กระดูกขาผมร้าว ต้องใส่เฝือกไว้ระยะหนึ่ง
ผมโทรหาไอ้เจตน์ ให้มันลามหาวิทยาลัยให้หน่อย ไอ้เจตน์ก็ตกใจ มันถามผมเสียงสั่น จนผมบอกว่าแค่กระดูกร้าวนะ ไม่ได้โคม่าปางตาย มันถึงได้สงบใจลงได้ และเย็นนั้นมันก็ดั้นด้นมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล
สีหน้ามันตกใจสุดขีดที่เห็นสภาพในตอนนี้ และก็ต้องตกใจเป็นสองเท่า เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงผมคือพี่ซันนั่นเอง มันยกมือไหว้ในขณะที่พี่ซันก็ยิ้มตอบ
"มึงเป็นไงมั่งวะเฟย์ กูไม่น่าทิ้งมึง ปล่อยมึงไว้คนเดียวเลยว่ะ"สีหน้ามันบ่งบอกถึงความรู้สึกผิด
"เฮ้ย คิดมากไปได้ มันเป็นอุบัติเหตุว่ะ แล้วกูก็ดันเซ่อด้วย ก็เลยซวยไปแบบนี้" ผมตอบยิ้มๆ
"หมอให้มึงกลับบ้านเมื่อไรวะ" ไอ้เจตน์ถาม
"กูขอกลับแล้ว เข้าเฝือกแล้ว กูไม่อยากอยู่โรงพยาบาล เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็มารับกูแล้ว"
ผมไม่ได้เอ่ยถึงพี่ซันว่าเขาเป็นตัวต้นเหตุหรอก กลัวเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่
"พี่บอกพ่อกับแม่ของเฟย์เรียบร้อยแล้วล่ะ ว่าพี่จะเป็นคนไปส่งเฟย์เอง" พี่ซันบอก ไอ้เจตน์หันไปมองหน้าพี่ซัน งงๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าผมเชิงคำถาม
ผมได้แต่นิ่ง ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร
"ญาติของคุณปัญจมิตร เดี๋ยวเชิญไปรับยาและชำระค่าบริการด้วยนะคะ" พยาบาลเดินเข้ามาบอก
พี่ซันรีบเดินตามพยาบาลออกไปเพื่อชำระค่าบริการต่างๆ
"พี่เขาดีกะมึงขนาดนี้ กูว่าเขาปิ๊งมึงแน่" ไอ้เจตน์ล้อผม
"ปิ๊งห่าอะไรล่ะ กูน่ะรำคาญจะตายแล้ว"ผมบ่น และผมก็เริ่มถามถึงเรื่องมหาวิทยาลัย ไอ้เจตน์บอกว่า หายแล้วเอาใบรับรองแพทย์ไปยืนยันก็แล้วกัน และเรื่องสัพเพเหระอีกมากมาย ยกเว้นเรื่องความลับของพี่ซันที่ผมไม่ได้บอกไอ้เจตน์
ไอ้เจตน์อยู่เป็นเพื่อนผมอีกครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับไปช่วยร้านขายของที่บ้าน มันสวนกับพี่ซันที่เดินเข้ามาพอดี มันยกมือไหว้ลาพี่ซัน พี่ซันยิ้มและบอกลาตอบไอ้เจตน์
พี่ซันมองหน้าผม ก่อนจะเอ่ยออกมา
"ต่อไปนี้กูจะไปรับมึงที่บ้านไปมหาวิทยาลัย และตอนเย็นกูก็จะขับรถไปส่งมึงที่บ้าน มึงจะไปไหนต้องโทรบอกกูให้กูไปด้วยเข้าใจ๋????"
"ไม่เข้าใจ" ผมตอบห้วนๆ "ผมดูแลตัวเองได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ และผมไม่ใช่นักโทษของพี่นะ"
"กูจะทำ...มึงต้องอยู่ในสายตากูตลอดเวลา เพราะหนึ่งกูทำให้มึงบาดเจ็บครั้งนี้ และสอง กูต้องป้องกันไม่ให้มึงเอาเรื่องของกูไปปูด"
"ใครเขาจะไปสนใจ เดี๋ยวนี้ผู้ชายฟันผู้ชายเรื่องธรรมดาจะตายไป ไม่มีใครเขาถือหรอก" ผมบอกไปอย่างรำคาญ
"ถ้ามันธรรมดา แล้วทำไมมึงไม่ยอมให้กูฟันมึงล่ะ"พี่ซันถามยิ้มๆ ผมไม่ตอบคำถาม แกล้งนิ่งเสียดีกว่า
พี่ซันพาผมกลับไปส่งที่บ้าน เขายกมือไหว้พ่อกับแม่ของผม พ่อกับแม่ยิ้มเชิญชวนเข้าบ้าน แต่เขาอ้างว่าติดธุระ เขาจึงต้องขอตัวกลับก่อน พ่อกับแม่ยิ้มและกล่าวขอบอกขอบใจเขาใหญ่ ท่านทั้งสองช่วยกันประครองผมเข้าบ้าน แต่พอเข้าไปข้างใน ผมโดนทั้งคู่บ่นเสียยกใหญ่ ได้แต่ก้มหน้านิ่งฟังคำบ่นเป็นกระบุงโดยนั้น ไอ้ตัวต้นเหตุมันก็ดันหนีไปเสียแล้ว...หูชาแน่งานนี้....เฮ้อ...........
รุ่งเช้า ผมแต่งตัวเตรียมจะไปมหาวิทยาลัย เมื่อเดินออกพ้นประตูบ้านมา รถเก๋งหรูสีขาวก็พุ่งปราดเข้ามาจอดตรงหน้า ประตูรถเปิดพร้อมกับร่างของพี่ซันเดินออกมา เขายิ้ม
"พร้อมไปมหาลัยยังมึง"ผมไม่ค่อยเข้าใจว่ามันถามรึมันดุผมกันแน่
ผมพยักหน้าและรีบคว้าไม้เท้ายันกายลุกขึ้น เดินกะเผลกๆไปอีกด้านของรถ แต่มันเปิดไม่ถนัด เพราะไม้เท้านั่นแหละ ถ้าผมเอื้อมมือตัวผมก็เซ พี่ซันวิ่งมาประคองผม
"ลำบากกูอีก ทำห่าอะไรเองไม่ได้เลย แค่ประตูรถยังไม่มีปัญญาเปิดเลยรึไง" พูดจบเขาก็เปิดประตูรถให้
ผมก้าวขาขึ้นไปนั่ง และจะดึงไม้เท้าขึ้นไปด้วย
"มึงจะเอาไปฟาดอะไรหน้ารถวะ เอามานี่ ไว้หลังรถนี่แหละ" พูดจบพี่ซันก็รวบไม้เท้า(รึไม้ค้ำยันวะ)ไปไว้หลังรถ ตัวเขาวิ่งอ้อมรถมาฝั่งคนขับ แล้วรีบขับรถไปมหาวิทยาลัย
ระหว่างทางเราไม่ได้คุยอะไรกันทั้งสิ้น จนมาถึงมหาวิทยาลัย รถพี่ซันเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถของมหาวิทยาลัย
ผมรีบเปิดประตูและจะก้าวออกมาจากรถ
"เฮ้ย...."ผมร้องลั่นและประคองตัวเองไว้ได้ก่อนจะหน้าคะมำไปบนพื้น เนื่องจากลืมไปว่าตัวเองกำลังเข้าเฝือกอยู่
พี่ซันรีบวิ่งจากอีกด้านมาหาผม และดุเสียงเข้ม "มึงจะรีบไปไหน เดี๋ยวก็พิการทั้งตัวหรอก" ทำตาดุใส่อีกด้วย
"ก็อยากแกล้งให้คนเอาใจมั่ง ไหนๆ ก็ไหนๆ ได้นั่งรถคนดังของมหาวิทยาลัยทั้งที แหม่ มันรู้สึกโก้ดีจริงๆ" ผมตอบยวนประสาท
สีหน้าพี่ซันตอนนี้ มองผมแบบโมโหโกรธา (ไม่รู้แกโมโหวันละกี่ร้อยเรื่อง ไอ้ความที่แกอาศัยอำนาจใหญ่โตของพ่อคงทำให้แกหลงระเริงตามไปด้วย ทั้งๆที่คงลืมไปว่าอำนาจมันไม่ใช่ของแก)
"เฮ้ยมามหาลัยได้แล้วเหรอวะ" เสียงดังขึ้น ทำให้ผมหันไปตามเสียง มาแล้วไอ้เพื่อนตาโตของผม
"ไอ้เจตน์ มาได้จังหวะพอดี มาช่วยพยุงกูหน่อยดิ "ผมหันไปอ้อนมัน
ไอ้เจตน์ยกมือไหว้พี่ซัน พี่ซันได้แต่ยิ้ม
ไอ้เจตน์เปิดประตูหยิบไม้เท้าของผมออกมา ผมรับไม้เท้าจากมือมัน แล้วก็ยันร่างขึ้น พยายามสาวเท้าเดิน แต่ผมยังไม่ชินกับการใช้ไม้เท้านัก ผมจึงกำลังเซไปข้างหน้า
พี่ซันรีบเข้ามารับร่างผมไว้ เขากอดผมเต็มๆร่าง ใบหน้าผมปะทะกับอกแกร่งของเขาอย่างจัง และแขนของเขาก็โอบร่างผมไว้อย่างแนบแน่น
"เอ้ยไอ้เฟย์เป็นไงมั่ง"ไอ้เจตน์เรียกสติผมกลับมา พร้อมๆกับเข้ามาสำรวจร่างกายของผม ผมเงยหน้ามองพี่ซัน ซึ่งตอนนี้เขากำลังหันหน้าหนีไปทางอื่น (รึว่าหัวกูเหม็น เมื่อเช้าก็สระแล้วนะ)
"เออ กูไม่เป็นไร" ผมดันตัวเองออกจากวงแขนของพี่ซัน
"มากูช่วย"ไอ้เจตน์บอก พร้อมทั้งพยุงผม ผมหยิบไม้เท้าขึ้นมา และพยายามกะเผลกไปอีกครั้ง และผมก็ไม่ล้มอีกเป็นครั้งที่สอง (เฮ้อ)
ซันเบือนหน้าหนีเฟย์ เพราะเขาไม่อาจทนสบตาของเฟย์ได้ สายตาคู่หวานนั้น ชวนให้เขาอ่อนระทวย หวั่นไหวไปเสียทุกครั้งที่ต้องปะทะกัน แต่เมื่อร่างของเฟย์ค่อยๆห่างออกไป สายตาของเขาก็ค่อยๆลอบมองร่างเจ้าเด็กนั่นอย่างแทบไม่วางตา
"วี้ดดดดด วิ้ว ไงวะไอ้ซัน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนจากลูกรัฐมนตรีมาเป็นคนขับรถเหรอวะ" เสียงพี่เทนเพื่อนในกลุ่มแซวออกมา
"กูว่าสงสัยจะหลงเสน่ห์ศัตรูหัวใจว่ะ" พี่โก้สำทับ
ซันหันไปมองสองคนยิ้มๆ "ศัตรูหัวใจอะไรของมึง" เขาแกล้งถาม
"สรุปที่มึงสงสัยว่าน้องเขารู้เรื่องมึงกับไอ้แม็กซ์อ่ะ น้องเขารู้ไหมวะ" พี่เทนถาม
"รู้ และ เห็นทั้งหมดด้วย กูถึงต้องตามปิดปากอยู่นี่แหละ กลัวจะไปพูดเรื่องนั้น กูน่ะไม่อายหรอก แต่คะแนนนิยมกูคงตกฮวบ พวกมึงก็อย่าเสือกปากโป้งนะโว้ย" ซันอธิบาย
"เฮ้ย กูไม่ขายเพื่อนกินหรอกโว้ย ว่าแต่ไอ้ตาโตนั่นน่ะ เพื่อนน้องเฟย์เหรอวะ น่ารักดีว่ะ"พี่เทนถาม
"น้องพอเจตน์น่ะเหรอ มึงชอบรึไงไอ้เทน"พี่ซันเย้าพี่เทน
" กูเห็นหลายครั้งแล้ว แม่งน่ารักว่ะ อยากจะลองจีบดูเหมือนกัน แต่กลัวโดนตีนว่ะ" พี่เทนอ้างขำๆ
"กูว่านี่มันก็ใกล้เวลาเรียนแล้วนะ เรารีบไปเหอะ เดี๋ยวจะเข้าเรียนไม่ทัน" พี่โก้เอ่ยชวน ก่อนที่ทั้งกลุ่มจะพากันเดินไปยังอาคารเรียน
ออดคาบสุดท้ายดังขึ้น นักศึกษามากมาย ทยอยกันกลับบ้าน
ผมเดินกะเผลกมาเรื่อยๆ โดยมีไอ้เจตน์คอยพยุงผมมาจนถึงจุดนัดพบกับพี่ซัน คนขับรถส่วนตัวของผม (แอบเรียกลับหลังนะ ถ้าเรียกต่อหน้ากลัวโดนตีน)และมันก็นั่งรอพี่ซันเป็นเพื่อนผม โดยมีขนมมากมายเป็นของขบเคี้ยวแก้เบื่อ
จนร่างสูงใหญ่ของพี่ซันปรากฎมาแต่ไกล ไอ้เจตน์หันไปมอง
"กูไปแล้วนะ พี่เขามาแล้ว ยังไงมึงดูแลตัวเองดีๆนะ" ไอ้เจตน์รีบลุกขึ้น แล้วเดินจากไป
"รอนานป่ะเฟย์ มึงหิวไหม" พี่ซันถามขึ้น
"ไม่หิวหรอก เมื่อกี้ไอ้เจตน์เอาขนมมาให้กินพุงกางแล้ว กินไหมล่ะ" ผมยื่นห่อขนมให้ ผมนึกว่าเขาจะปฏิเสธ แต่......
"กิน แต่มึงป้อนกูหน่อยสิ เมื่อกี้กูไปฉี่ในห้องน้ำ แล้วไม่ได้ล้างมือ" พี่ซันบอกยิ้มๆ
"สัปดนคนจริง บ้าป่ะพี่ ไปเยี่ยวไม่ล้างมืออีก งั้นก็หยิบเองกินฉี่ตัวเองไปเหอะ" ผมว่าให้
"ถ้ากูหยิบ ขนมทั้งถุงจะมีแต่กลิ่นฉี่และกลิ่น....กลิ่นอะไรนะ ที่วันนั้น..."เขาพูดไม่จบ ผมก็หยิบขนมอันหนึ่งเสียเข้าไปในปากเขาเสีย จะได้หยุดพูดทะลึ่งตึงตังเสียที พี่ซันนั่งเคี้ยวขนม ในขณะที่ผมก็หยิบขนมเคี้ยวด้วยเหมือนกัน แต่ผมมัวแต่มองหันหน้าไปทางอื่น ถ้าผมหันมามองพี่ซันสักนิด ผมอาจจะได้เห็นแววตาอันหยาดเยิ้มที่กำลังจับจ้องมายังดวงหน้าของผมในขณะนี้
ผมไม่ได้พิศวาสอะไรพี่ซันมากนักหรอก แต่คนที่พิศวาสน่ะเหรอ...ยืนอยู่ในมุมหนึ่งพร้อมสายตาเคียดแค้นชิงชัง....
"มึงไม่ยอมคบกับกู ไม่ยอมรักกู เพราะมึงรักไอ้เวรนั่นเหรอ...มึงกับกูจะได้เห็นกัน ในเมื่อกูไม่มีความสุข พวกมึงก็อย่าหวังจะได้มีความสุข" คน คนนั้นกล่าวอย่างเคียดแค้น
......................................
ระยะหนึ่งแล้วที่พี่ซันทำตัวเป็นสารถีขับรถรับส่งผมจากบ้านไปมหาวิทยาลัย และรับกลับจากมหาวิทยาลัยไปบ้าน จนพ่อกับแม่ของผมท่านคุ้นหน้าคุ้นตา ถึงขั้นชวนไปกินข้าวด้วยกันในบ้านเสียแล้ว
"กับข้าวฝีมือคุณแม่อร่อยจังครับ" ปากหวานจริงๆนะ ไอ้พี่ซัน
แม่ยิ้มแก้มแทบปริ "ลูกซันก็กินเยอะๆเลยนะ มาขับรถรับ ส่ง เฟย์ทุกวัน แม่เกรงใจจริงๆ"
คันปากขึ้นมาแล้วสิเรา "ไม่ต้องเกรงใจหรอกแม่ บ้านพี่ซันเขารวยล้นฟ้า ขับพาสาวไป...." พูดยังไม่ทันจบพี่ซันก็ตักกับข้าววางลงในจานผม พร้อมยิ้มให้ (แต่มันดูเป็นยิ้มปีศาจจริงๆ)
"น้องเฟย์ทานเยอะๆนะครับ อร่อยทั้งนั้น ถ้าทานอะไรไม่ถูกปากระวังจะปากเจ็บนะครับ" ว่าแล้วว่ารอยยิ้มไอ้พี่ปีศาจมันแฝงรอยพยาบาทไว้ด้วย
"แล้วเฟย์เอาเฝือกออกเมื่อไรล่ะลูก" พ่อผมถาม
"ก็พรุ่งนี้น่ะครับ" ผมตอบ
"อืม...เฟย์ พ่อกับแม่มีเรื่องจะบอกลูกน่ะ จริงๆเราควรจะบอกลูกตั้งแต่สาม สี่วันก่อนแล้ว แต่เราต่างก็แทบไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเลย เรากลับจากบริษัทลูกก็นอนแล้ว พอเช้ามา ลูกก็รีบไปมหาวิทลาลัยทุกวัน แต่...วันนี้พ่อกับแม่คงต้องบอกลูกเสียก่อน" พ่อเป็นฝ่ายเริ่ม
"บอกผม..บอกอะไรหรือครับ" ผมทำหน้า งง
"คือว่า...ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปพ่อกับแม่ต้องเดินทางไปร่วมสัมมนาอัญมณีโลกที่เบลเยี่ยม เลยไม่สามารถพาลูกไปเอาเฝือกออกที่โรงพยาบาลได้ แล้วก็อยู่ดูแลลูกไม่ได้เลย ทำยังไงดีล่ะเนี่ย"พ่อทำท่าหนักใจ
ผมสิตกใจยิ่งกว่า ทำไมผมไม่รู้เรื่องเลยล่ะ พ่อสังเกตเห็นและเริ่มอธิบาย
"ตอนแรกคนที่จะไปไม่ใช่พ่อกับแม่หรอกลูก แต่คนที่ถูกวางตัวไว้ในครั้งแรกเขามีโรคประจำตัวและอาการทรุดลงกระทันหันภรรยาเขาก็ต้องคอยดูแล บริษัทก็เลยส่งพ่อและแม่ไปแทนน่ะ" สีหน้าพ่อหนักใจ
"ไม่เป็นไรครับพ่อกับแม่ไปเถอะครับ เฟย์อยู่ได้" ผมพยายามทำให้พ่อกับแม่สบายใจ
"ผมจะดูแลเฟย์ให้ครับ" พี่ซันพูดขึ้น ผมมองพี่ซันเชิงคำถาม เขาแค่มองกลับมาและยักคิ้วให้ผมครั้งหนึ่ง
แต่นั่นก็ทำให้ทั้งพ่อและแม่ของผมยิ้มขึ้นมาได้ สีหน้าของพวกท่านดูสบายใจหายห่วงมาก แต่ผมสินึกห่วงตัวเองอยู่ลึกๆ นี่มันเหมือนกับล่ามโซ่ตัวเองไว้ในบ่อจระเข้ชัดๆ ไม่รู้จะโดนกินเมื่อไร
รุ่งเช้าพ่อกับแม่กำลังขนกระเป๋าขึ้นรถเพื่อไปยังสนามบิน เราสามคนกอดกันกลมดิก ผมเห็นแม่มีน้าตารื้นขอบตา
"ไม่ต้องห่วงครับ แค่สองอาทิตย์เอง ผมดูแลตัวเองได้" ผมบอก
แม่และพ่อยิ้มแล้วขึ้นรถขับออกไป สักครู่รถพี่ซันก็เข้ามา เขาเข้ามาพยุงผมและเก็บไม้เท้าขึ้นรถไปมหาวิทยาลัย
เย็นวันนั้น ผมไปถอดเฝือกออก โดยมีไอ้เจตน์ พี่เทน ไอ้พี พี่โก้ และพี่ซันไปด้วย
หลังถอดเฝือกออก ผมกลับรู้สึกแปลกๆ เหมือนเดินไม่ถนัด แต่คุณหมอก็บอกว่าช่วงแรกๆอาจจะฝืนๆไปบ้าง เพราะเราจะยังไม่ชินกับการถอดเฝือก แต่จะค่อยๆกลับสู่ปกติในไม่ช้า
เราแวะร้านอาหารของไอ้เจตน์ พวกเราสั่งอาหารมาเยอะแยะ โดยที่พี่ซันเป็นเจ้าภาพ แม้ลุงจอนพ่อไอ้เจตน์จะไม่คิดตังค์เราสักบาท แต่พี่ซันก็ยังยืนยันจะจ่าย ด้วยเหตุผลว่าของมีต้นทุน และเกรงใจพ่อเจตน์ด้วย ลุงจอนจึงยอมคิดค่าอาหารเพียงครึ่งเดียว ผมสังเกตว่าพี่เทนจ้องไอ้เจตน์ตาไม่กระพริบ แต่ไอ้เจตน์ไม่รู้ตัว บางปากของมันยิ้มร่าโชว์ฟันขาวเรียงสวย ตาโตแวววาวนั้นงดงาม ไรผมของผมสไตล์เกาหลีรับกับใบหน้าของมันมากๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าพี่เทนชอบไอ้เจตน์ มันจะออกมารูปไหน
หลังรับประทานอาหารเสร็จเราแยกย้ายกันกลับ พี่ซันขับรถไปส่งผม ส่วนไอ้พีกลับคนเดียว พี่เทนไปกับพี่โก้
"มึงยังจำสัญญาที่ให้กับกูได้ไหม"เขาเอ่ยขึ้นระหว่างทาง
"สัญญาอะไรพี่ ผมลืมไปแล้วว่ะ" ผมแกล้งทำเป็นอึน
รถเบรกเอี๊ยดกระทันหัน ตัวผมเซไปด้านหน้า ผมหันไปทางคนขับกะจะต่อว่าเรื่องขับรถ แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ
หน้าตาของพี่ซันดูดุดัน จ้องผมนิ่ง ผมเลิกล้อเล่นทันที
"โอ๊ย จำได้สิพี่ ผมไม่บอกใครหรอก ผมก็กลัวพี่ฆ่าผมตายหมกป่าเหมือนกัน แหะๆ" พยายามพูดติดตลกแต่อีกฝ่ายไม่ตลกด้วย ปากสวยของเขาขยับช้า แต่ชัดถ้อยชัดคำ
"ถ้ามึงผิดสัญญา มึงจะเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายอีก จำเอาไว้" แล้วก็กระชากรถออกไป ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ กลัวอะไรๆที่ไม่ดีมันจะเกิดขึ้นเสียจริงๆ
เย็นนี้ผมก็มานั่งรอพี่ซันที่เดิมเพื่อกลับบ้านอีกนั่นแหละ และไอ้เจตน์ก็ยังคงอยู่เป็นเพื่อนผมเหมือนทุกที
เรานั่งกินขนมไปพลางแล้วพูดคุยเรื่องต่างไปด้วย ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องวิชาเรียน สัพเพเหระต่างๆ
"เฟย์ ขอคุยอะไรด้วยหน่อย" เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง ผมกับไอ้เจตน์หันไปมองเจ้าของเสียง
แม็กซ์ยืนมองผมอยู่ เข้าเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าหวานนั้นมองแล้วชวนชื่นใจอยู่ ขนาดไอ้เจตน์ยังจ้องตาไม่กระพริบ
"ครับ มีอะไรหรือครับ" ผมถามออกไปหลังจากหายตะลึง เนื่องจากว่าผมได้ยินคำเล่าขานกันมาเกี่ยวกับเรื่องของแม็กซ์ที่ถือตัวว่าเป็นเดือนมหาวิทยาลัยก็เลยออกจะติดหยิ่งๆ ไม่ค่อยเสวนากับนักศึกษาในปีเดียวกัน แม้แต่เพื่อนในห้องของเขาเองก็ยังเข้าหน้าไม่ค่อยจะติด จริงๆแล้วผมเองก็เป็นตัวแทนคณะลงแข่งเดือนมหาวิทยาลัยกับเขาด้วย แต่ผมก็แพ้แม็กซ์ เพราะผมเป็นคนค่อนข้างนิ่งเกินไปนั่นเอง
"ผมบอกว่าขอคุยธุระกับนาย และใครที่ไม่ใช่นายก็ไม่จำเป็นจะต้องรับฟัง" เขาพูดแล้วปรายตามองมาทางไอ้เจตน์
ไอ้เจตน์ทำท่า งง (มัน งงอีกแล้ว) เพราะมันไม่อยากเชื่อว่าคนหน้าตาดีๆแบบไอ้แม็กซ์จะกล้าพูดจาแบบนี้ออกมา แต่มันก็ทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้น
"เจตน์ มึงไม่ต้องไป มึงอยู่ฟังกับกูก่อน" ผมห้ามไอ้เจตน์ทำให้เท้ามันชะงักทันที ก่อนจะก้าวกลับมายืนข้างๆผม แล้วมองไอ้แม็กซ์อีกครั้ง แต่คราวนี้แววตาของมันเปลี่ยนเป็นชิงชัง
ไอ้แม็กซ์ไม่พอใจ กำลังจะเอ่ยปากอะไรออกมาแต่ผมก็ขัดคอมันเสียก่อน "ถ้าอยากจะคุยอะไรกับผมก็เชิญว่ามาเลย ผมกับไอ้เจตน์เป็นเพื่อนสนิทกัน ผมไม่เคยมีอะไรปิดบังไอ้เจตน์"
"ก็ดี งั้นมึงก็จำใส่กบาลมึงไว้ว่า กูรักพี่ซัน แล้วกูก็มีอะไรกับเขาด้วย มึงจงรีบไสหัวไปไกลๆ" (พูดจาน่าถีบจริงไอ้ห่านี่)
ผมนิ่งไม่พูดอะไรจนไอ้เจตน์อดไม่ได้ "ถ้าพี่ซันชอบมึง เขาจะมาป้วนเปี้ยนกับเพื่อนกูทำไม นี่ไปรับไปส่งกันทุกวันเลยว่ะ กูน่ะอิจฉาว่ะ แต่ก็สงสารพวกหมาเห่าเครื่องบินฉิบหายที่ได้แต่เห่า ไม่มีวาสนาได้ขึ้นเครื่อง"
ไอ้แม็กซ์มองไอ้เจตน์อย่างโกรธแค้น แต่มันก็ยังไม่ละสงครามน้ำลาย "ก็เพื่อนมึงมันให้ท่าน่ะสิ แม่งสำออยทำขาเจ็บ มุกควายๆ เรียกร้องความสนใจ"
"ขนาดเพื่อนกูใช้มุกควายๆ พี่ซันยังหลงหัวปักหัวปำ น่าสมเพชอีพวกล่าผู้ชาย ที่เขาสะกิดด้วยตีนทิ้ง มาร้องแร่ประจานตัวเองว่ะ กูอยากขำให้โลกแตก" พูดจบไอ้เจตน์ก็หัวเราะใส่เสียงดังๆ
ไอ้แม็กซ์เห็นแล้วจะเข้ามาเล่นงานไอ้เจตน์ แต่ไม่ทันถึงตัว "พลัก.." ไอ้แม็กซ์กระเด็นไป
ใช่แล้ว ผมเป็นคนถีบมัน ตอนที่มันถลันจะเข้ามาเล่นงานเพื่อนผม ไอ้แม็กซ์ตัวงอ ผมเดินเข้าไปหามัน แต่มันก็กลับเดินถอยหลังพร้อมทั้งเอามือกุมท้อง ผมเดินเข้าหามันเรื่อยๆ แต่ไอ้เจตน์ก็รั้งผมไว้ เพราะเกรงว่าเรื่องจะลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้ เป็นโอกาสให้ไอ้แม็กซ์พูดก่อนมันเดินจากไป
"มึงจำไว้ กูจะทำให้พวกมึงเจ็บแทบกระอักเลยทีเดียว" พูดจบมันก็หันหลังเดินเร็วๆหนีไป
ผมนั่งก้มหน้าน้ำตาเล็ด มันรินไหลออกมา ชีวิตนี้ไม่เคยถูกใครด่าใส่รุนแรงเสียหายขนาดนี้ ถ้าไอ้เจตน์ไม่อยู่ด้วยผมคงซัดไอ้แม็กซ์หงายหลังแน่ ไอ้เจตน์ปลอบประโลมผม มันเอาผ้าเช็ดหน้าของมันซับน้ำตาให้ผม
"มึงเป็นตาแดงป่ะไอ้เจตน์ เดี๋ยวก็มาติดกูหรอก" ผมสัพยอกมันหลังจากรู้สึกดีขึ้น
ไอ้เจตน์ยิ้ม "กูไม่เป็นหรอกตาแดง กูน่ะมันพวกตาหวาน อิอิ" มันเย้าผม นั่นทำให้ผมยิ้มขึ้นมาได้
"เจตน์ กูขอร้องนะ เรื่องที่มึงได้ยินเมื่อกี้ทุกเรื่องมึงอย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ"
"แสดงว่าเรื่องที่ไอ้แม็กซ์พูดมันจริงเหรอวะ ที่มันว่ามึงใช้มุกควายๆหลอกพี่ซันน่ะ" ไอ้เจตน์ถาม
"ไอ้บ้า" ผมด่าให้ "กูเนี่ยนะ ต้องใช้มุกควายๆ กูหมายถึงเรื่อง...เรื่องเขากับไอ้แม็กซ์น่ะ"
"อ้อ" ไอ้เจตน์รับคำสั้นๆอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันมา "งั้นกูเองก็เข้าใจผิดด้วยนะสิ ว่าที่พี่เขาไปรับส่งมึงมาตลอดเนี่ยเพราะเขาชอบมึง จริงๆแล้ว..."
"ใช่" ผมพยักหน้า "เขาต้องการควบคุมให้กูอยู่ใกล้เขา เพื่อไม่ให้กูไปปูดเรื่องนี้กับใคร ถ้าเรื่องดังขึ้นเมื่อไร เขาอาจจะฆ่ากู"
ไอ้เจตน์ถึงกับตะลึง มันไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "ถึงขั้นฆ่าแกงกันเลยเหรอวะ" มันถามซ้ำ
ผมก้มหน้าไม่ยอมตอบอะไรทั้งสิ้น
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ พี่ซันกับพี่เทนนั่นเอง หน้าตาถมึงทึงมาเชียว ไม่รู้มีเรื่องอะไรกัน
พี่ซันหันมาทางผม น้ำเสียงเขาดูร้อนรนเหมือนข่มอารมณ์อะไรเอาไว้สักอย่าง "ขึ้นรถเหอะ กลับบ้านกันได้แล้ว" น้ำเสียงห้วนนั้น มันฟังไม่ปกติ แต่ผมก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ
ไอ้เจตน์เดินเข้ามา "ดูแลตัวเองดีๆนะเว้ยไอ้เฟย์..... เอ้าตายห่า ไอ้เฟย์กูลืมเลคเชอร์ไว้ในตึกวิทย์ แยกกันตรงนี้นะเว้ย" พูดจบมันก็วิ่งปรู๊ดไป โดยมีสายตาของพี่เทนมองตาม ผมหันมาและจังหวะเดียวกับที่พี่ซันพยักหน้าให้พี่เทน พี่เทนขยับขาไปตามทางที่ไอ้เจตน์เดินเมื่อครู่
รถแล่นออกไป พี่เทนขับรถนิ่ง สักครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้น
"เฟย์เดี๋ยวกูขอแรงมึงหน่อยสิ"
"จะให้ช่วยอะไรพี่ ว่ามาเลย"
"พอดีว่ากูจะไปเอาของที่คอนโดสองสามชิ้น แต่กูยกลงมาทีเดียวไม่หมด มึงขึ้นไปช่วยกูยกหน่อยได้ไหม"
ได้ยินคำว่าคอนโดทำเอาผมใจแทบหยุดเต้น ก็ครั้งที่แล้วที่เกือบเสียท่าก็เพราะไอ้คอนโดนี่แหละ วันนี้มันจะวนกลับมาอีกแล้วเหรอ
"มึงจะไม่ช่วยกูก็ได้นะ กูรู้ว่าเรื่องครั้งที่แล้วมันยังฝังใจมึงอยู่ กูไม่ฝืนใจมึงหรอก ถ้ามึงไม่อยากทำ"
จริงๆแล้วผมหวาดหวั่นว่าจะมีเหตุการณ์แบบครั้งที่แล้วเกิดขึ้น แต่ตั้งแต่วันนั้น พี่ซันก็ทำตัวปกติไม่ได้คิดทำร้ายผมอีก แถมยังมาดูแลผมทั้งไปรับ ส่ง แม้จะอ้างว่ามาเพื่อควบคุมผม แต่ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือผมทางอ้อม (ในการประกยัดค่ารถไปมหาวิทยาลัย)
"ใช้เวลานานไหมพี่" ผมถาม
เขาหันมามองแล้วยิ้มที่มุมปาก "เวลา...ไม่นานหรอก อยู่ที่ช้า...รึเร็ว"
รถเลี้ยวเข้ามาใต้ถุนคอนโด ตอนนี้มันเงียบเชียบมาก เพราะคอนโดนี้มีคนย้ายเข้าออกอยู่ตลอด หลังจากจอดรถเสร็จ ผมกับพี่ซันก็เดินตามพี่ซัน เขาพาผมขึ้นลิฟทืและตรงดิ่งไปที่ห้องของเขา
"ไหนอ่ะพี่ ของพี่อยู่ไหน แต่ขอถืออันเบาๆนะ หนักๆไม่ไหวน่ะ" ผมพูดติดตลก แล้วยิ้ม
เขายิ้มตอบ"อยู่ในห้องนอนแน่ะ"
ได้ยินคำว่าห้องนอน....ผมไม่อยากแม้แต่จะชะโงกหน้าเข้าไปดูเลย เหตุการณ์ครั้งที่แล้วยังฝังใจไม่ลืม
"ไม่กล้าเข้าเหรอ งั้นกูขนเองคนเดียวก็ได้ ถ้ามึงกลัวนักล่ะก็" เขาตัดความรำคาญเดินลิ่วเข้าห้องนอนไป
โคมไฟชิ้นแรกถูกขนออกมา และชิ้นที่สองก็เป็นโคมไฟอีกนั่นแหละ (จะซื้อไปถมที่รึไงวะ) จนเขาเข้าไปสักครู่ก็ตะโกนออกมา
"ไอ้เฟย์ หนักว่ะ กูยกไม่ไหว มึงเข้ามาช่วยหน่อยสิ" เขาร้องขอความช่วยเหลือ
ผมสองจิตสองใจ ใจหนึ่งกลัวเขาจะหลอกผมไปทำเรื่องไม่ไดีแบบครั้งนั้น แต่อีกใจหนึ่งคิดว่าเขาคงอยากขอความช่วยเหลือจริงๆ
เอาวะ! กูไม่ใช่คนไร้น้ำใจ มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก เขาก็สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรกู ถ้ากูไม่ไปโพนทะนาเรื่องความลับของเขา กูไม่ได้ทำผิดเสียหน่อย คิดแล้วก็ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน
"ให้ช่วยยกอะไรพี่" ผมถาม พลางสายตาก็กวาดตามองไปทั่วห้อง
"ตรงนั้นน่ะ" พี่ซันชี้ไปที่หัวเตียง ผมเดินรงไปยังจุดที่เขาชี้ และก้มลงมองหาของ
"ไม่มีอะไรนะพี่ ตรงไหน....."พูดยังไม่ทันจบประโยค ผมก็โดนรวบร่างลงบนที่นอน
"เฮ้ยยยยยยยย"ผมตะโกนลั่น.........
ย้อนไปก่อนที่ซันจะมาพบกับเฟย์ที่จุดนัดพบ นักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่เคยปลื้มซันก็เดินเข้ามาถาม "ซัน เธอไปแอบมีอะไรกับเด็กปีหนึ่งที่ห้องนักกีฬาเหรอ"
ซันเหวอไป ก่อนจะเอ่ยปากถาม "ไปได้ยินข่าวนี้มาจากไหน"
"ก็มีเด็กปีหนึ่งไปเล่าให้ใครต่อใครอีกหลายคนฟังน่ะสิ แหม ไม่อยากเชื่อเลยนะ" แม่สาวนั่นทำหน้าตาทะเล้น
"ไอ้เฟย์" ซันขบเขี้ยวด้วยความแค้น "เดี๋ยวเจอมันจะซัดให้ตาย สัญญากับกูแล้วมันผิดสัญญา"
"เฮ้ย ใจเย็นๆว่ะไอ้ซัน มันอาจจะไม่ใช่เฟย์ก็ได้นะที่ปล่อยเรื่องนี้ออกไปน่ะ"ไอ้เทนห้ามผม
"จะเป็นใครล่ะ นอกจากพวกมึง กับไอ้เฟย์แล้ว ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าไม่ใช่มันบอกก็คงเป็นมึงสิ" มันเริ่มพาล
"เฮ้ย ไม่ใช่นะเว้ย กูบอกแล้วว่ากูไม่ขายเพื่อน แต่มึงลองหาความจริงก่อนสิวะ ถ้ามึงไปทำร้ายน้องเขาแล้ว ความจริงปรากฎว่าน้องเขาไม่ได้ทำเลวแบบนี้ มึงจะแก้ตัวอะไรไม่ได้เลยนะเว้ย"ไอ้โก้ห้าม
"กูว่ามันนั่นแหละ มันคงรำคาญที่กูคอยควบคุมมัน มันเกลียดกูมันเลยทำลายกูด้วยวิธีนี้ ดูสิคนเกือบหมดมหาวิทยาลัยหันมามองกูกันหมด ในเมื่อกูอับอายขนาดนี้ กูก็จะทำให้มันอับอายยิ่งกว่า ไอ้เทน มึงไปจัดการไอ้ตาโต ส่วนไอ้ปากพล่อยตัวต้นเรื่องกูจะจัดการเอง"
"เฮ้ย น้องเจตน์ด้วยเหรอวะ" พี่เทนถาม
"เออ มันเป็นเพื่อนกัน มันต้องรู้เรื่องทั้งหมดนั่นแหละ มึงชอบมันไม่ใช่เหรอ คราวนี้มึงก็ทำให้สาแก่ใจมึงเลยสิ" พี่ซันว่า
"พี่เทนก้มหน้า "เอาวะ เพื่อเพื่อน เพื่อฝัน เพื่อวันอัยศว่ะ" เขาเอ่ยออกมา
ซันนึกถึงเรื่องทั้งหมดแล้วยิ่งแค้น ยิ่งเจ็บ เขาอุตส่าห์ไว้ใจไอ้เฟย์ แต่ในที่สุดมันก็หักหลังเขาจนได้ ทีแรกกะจะฆ่ามันให้ตาย แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว การทำให้มันอับอายสิ แย่ยิ่งกว่าตายหลายเท่า
"พี่ซัน เป็นบ้าอะไรวะ" ผมถามในขณะที่พยายามแกะมือใหญ่โตนั้นออกจากร่าง แต่ไม่เป็นผล เขาเบียดร่างให้ผมเป็นฝ่ายนอนหงาย ก่อนจะพาร่างใหญ่โตนั้นทับลงมาบนตัวของผม
"วันนี้คนทั้งมหาลัยรู้เรื่องของกูหมดแล้ว มึงเป็นคนบอกใช่ไหม" เขาตะคอก
"เปล่านะพี่ ผมไม่ได้บอกใครเลย ผมไม่รู้เรื่องนะพี่" ผมตอบออกไป ตกใจอยู่เหมือนกันที่ความลับนั้นหลุดออกมา แ
"โกหก กูไม่เชื่อมึงหรอก มึงมันพวกสับปรับ ในเมื่อมึงผิดคำสัญญากูก็จะฉีกสัญญาที่ทำกับมึงทิ้ง" เสียงดังฟังชัดเล่นเอาผมใจคอไม่ดี
"เดี๋ยวพี่ฟังผมก่อน วันนี้ไอ้แม...." พูดไม่ทันจบ ปากของพี่เขาก็ประกบลงมา มันอุ่น ชื้น และลิ้นนั้นก็ดันเข้ามาในปากผม ผมรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จะขาดใจตาย แต่แล้วพี่เขาก็ถอนปากออกจากปากของผม ผมฉวยโอกาสนั้นพยายามจะเล่าเรื่องราววันนี้อีกครั้ง
"พี่เชื่อผมเถอะครับ ผมไม่ได้บอก วันนี้ไอ้...อ๊ะ..." ผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อริมฝีปากของเขาขบเข้ากับยอดอกเม็ดเล้กๆของผม เสียงอืมม ในลำคอของเขาบ่งบอกว่าเขากำลังดืมด่ำกับความสุขจากร่างกายของผม
ผมพยายามดิ้นหนี มือที่เหลือสองข้างนั้น ทั้งผลักทั้งดัน ทั้งตบสะเปะสะปะไปทั่ว แต่แล้วมันก็โดนรวบเข้าด้วยกันจากมือใหญ่นั้น ไรหนวดบางๆกับจมูกโด่งๆของเขามันเลื้อยลามอยู่แถวซอกหูและต้นคอของผม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมเริ่มเคลิ้ม และ "อืมมมมมมมม" มีความรู้สึกกำหนัดมากขึ้นเรื่อยๆ
"อืมมมมมม" เสียงพี่ัซันครางออกมาจากลำคอ เขากำลังไล้จมูกและริมฝีปากลงมาถึงยอดอกอีกครั้งก่อนไล้วนเวียนมัน เขาขบแล้วปล่อยเป็นระยะ ก่อนจะลากลิ้นลงมาเรื่อยๆ
เขาปลดตะขอกางเกงของผมออก จนเหลือแต่ชั้นในตัวเล็กเท่านั้น มือใหญ่นั้นเริ่มคลายออกจากข้อมือของผม จากประสบการณ์ของเขาคงพอจะรู้แล้วว่าบัดนี้ผมไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืนเขาเสียแล้ว จมูกโด่งนั้นเลื้อยขึ้นมาไซ้ตามลำคอและใบหน้าของผมอีก ในขณะที่มือของเขาปลดเสื้อผ้าตัวเองหลุดออกไปหมดแล้ว
เขาค่อยๆดึงกางเกงชั้นในผมออก และ กลืนกินเจ้าส่วนนั้นเข้าไป ปากอุ่นชื้นนั้นช่วยกระตุ้นอารมณ์ผมอย่างมาก เขาเร่งฝีปากเร็วขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดผมก็ไม่สามารถสะกัดกั้นอารมณ์ตัวเองเอาไว้ได้
น้ำขาวขุ่นถูกปลดปล่อยออกมามากมาย พี่ซันมองแล้วยิ้ม "น้ำเยอะชิบหาย ท่าจะไม่ได้เอาออกนาน"
ผมนอนหอบเหนื่อย เหมือนไปวิ่งรอบสนามใหญ่ๆมาสักสิบรอบ อยากจะปิดเปลือกตาลง แล้วหลับไปเสียจริงๆ
...สวบ.....ผมตื่นจากภวังค์ด้วยความเจ็บปวด เมื่อเจ้าสิ่งใหญ่โตนั้นมันแทรกเข้ามาทางช่องลับของผม
"พี่ซัน ผมไม่พร้อม พี่เอาออกก่อน ผมเจ็บครับ" ผมพยายามใช้มือด้นร่างใหญ่นั้นให้พ้นไป แต่มันไม่ได้ผล เขาจับมือผมรวบไว้อีกครั้ง ผมพยายามดิ้นด้วยแรงเท่าที่มี แต่มันดูจะไร้ผลเพราะบัดนี้เจ้าสิ่งใหญ่โตนั้นมันขยายขนาดเต็มที่ในช่องลับของผม ผมรู้สึกเจ็บปวด ทรมาน จนร่างกายแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
"เป็นไง ทรมานมากมั้ย มึงมันรนหาที่เอง มึงโทษใครไม่ได้ มึงผิดสัญญา" น้ำเสียงเย้ยหยันนั้นมันเจ็บปวดสำหรับผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไมผมถึงโดนลงโทษแบบนี้ ผมไม่ได้ผิดสัญญา....
เขาค่อยๆ โยกตัวช้าๆในขณะที่ใบหน้าของเขาแนบลงบริเวณลำคอของผมเขาจูบไซ้เพื่อผ่อนปรนความเจ็บปวด แต่ของเขามีขนาดไม่ธรรมดา ไม่ว่าเขาจะพยายามใช้วิธีใดๆมาปรับให้ผมคลายเจ็บลง แต่ผมก็ยังคงส่งเสียงร้องแทนเสียงครางอยู่ดี
"โอ๊ยยยย..." ผมร้องทุกครั้งที่แรงกระแทกถูกส่งเข้ามา เขาเงยหน้ามอง แต่บนเบือนหน้าหนี น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและความแค้นใจมันไหลลงมารวมกัน ผมไม่อยากให้เขาเห็นว่าผมอ่อนแอแค่ไหน
เขากระทำกับผมเนิ่นนาน จนในตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกเหมือนร่างกายปรับสภาพได้ เริ่มเจ็บน้อยลง
"มึงหายเจ็บรึยัง" เขาหันมาถาม แต่ผมก็ยังคงนิ่ง เขาเลยกระแทกแรงๆครั้งหนึ่ง
"โอ๊ยยยยยยยยย" ผมร้อง
"อ้อ ยังไม่ตายนี่ อย่าเพิ่งตายนะเมีย ผัวยังไม่อิ่ม"
"มึงอยากทำอะไรกะกู มึงก็ทำไป กูสู้มึงไม่ได้อยู่แล้ว มึงมันอันธพาลไอ้..."พูดไม่ทันจบพี่ซันก็กระแทกผมแรงๆติดๆกัน
"ด่าผัวแบบนี้เหรอ กล้าพูดกับผัวแบบนี้เหรอ ในเมื่อเมียเปิดโอกาสแล้ว งั้นผัวจอสนองให้ถึงใจเลยเชียว" เขาแรกะแทกถี่ขึ้นและรุนแรงกว่าเดิม ไอ้ร้อนแผ่ซ่านออกมาปะทะทั้งร่างของผม
"ซี้ดส์..........."พี่ซันกระแทกรัวๆ พร้อมกับจับตัวผมลุกขึ้นจากเตียง เขากอดผมไว้แนบอก ก่อนจะแทงของลับเข้ามาอย่างแรง แล้วน้ำอุ่นๆ มากมายก็ฉีดพุ่งเข้าไปในตัวผม
น้ำตาผมไหล ไหลออกมามากมาย ทั้งเจ็บและแค้นใจสารพัด
พี่ซันค่อยๆปล่อยร่างผมลงบนเตียง ก่อนจะค่อยๆดึงแท่งทวนออกมา มันเต็มไปด้วยน้ำรัก และน้ำรักของเขาบางส่วนก็ไหลออกมาจากช่องลับของผม พร้อมเลือดอีกจำนวนหนึ่ง
พี่ซันมอง.."มึง...มึง...เจ็บมากป่าววะ" เสียงเขาอ่อนลง หลังมองเห็นเลือดจากช่องลับของผม
ผมลุกขึ้นั่งหันมามอง บนลำตัวของผมปรากฎรอยจ้ำสีชมพูเต็มไปหมด ผมตบหน้าพี่ซัน "เพียะ"
พี่ซันหนาหันตามแรงตบ ก่อนจะหันกลับมาจ้องผม แต่ครั้งนี้ผมจ้องกลับจนแววตาของเขาอ่อนลง
"มึงอย่าโทษกู มึงเป็นคนผิดสัญญา มึงทำให้กูอับอาย กูอุตส่าห์ไว้ใจมึง นี่ถือว่าเป็นการลงโทษ"
"กู...ไม่ได้ผิดสัญญา กูไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าว กู..."บ่อน้ำตาผมเริ่มแตก พี่ซันหันมามองผม แววตาเขาแลเป็นห่วงเป็นใย
ผมพยายามพูดต่อ "มึงรู้ไหม วันนี้ไอ้แม็กซ์คู่ขามึงมาพูดกับกู มันมาทวงมึงคืนจากกู และมันจะทำให้กูกับมึงอับอาย..มึงไม่ฟังกูเลย..."ผมพูดไปร้องไห้ไป
พี่ซันหน้าถอดสี เขาค่อยๆลำดับเรื่องราว จริงสิ ทำไมเขาลืมไอ้แม็กซ์ไปได้ ไอ้แม็กซ์อยากได้เขา อยากคบกับเขา คนอย่างไอ้แม็กซ์อาจจะเป็นคนที่ปล่อยข่าวเสียเอง
"เฟย์..."เขาเอื้อมมือเข้ามาใกล้ แต่ผมขยับตัวหนี "กูขอโทษ กูวู่วามเอง...." แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ "ฉิบหายแล้ว ไอ้เทน...."
พี่ซันกุลีกุจอวิ่งไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดโทรออก
"เลขหมายปลายทางที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้"
แม้จะกดสักกี่ครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม พี่ซันได้แต่นั่งกุมขมับ
"มึงจะทำอะไรอีก มึงทำอะไร"ผมมองท่าทีร้อนรนของพี่ซันแล้วใจไม่ได้
"เฟย์...กูขอโทษ สำหรับไอ้เจตน์เพื่อนมึงด้วยนะ กูให้ไอ้เทน.." คำพูดของเขาติดๆขัดเรื่องจากความละอาย
ผมตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ ไอ้พี่ซัน ไอ้สารเลวมึงทำลายกระทั่งเพื่อนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของกูเลยเหรอวะ
"ทำไมมึงมันเลวแบบนี้ ไอ้เจตน์มันไม่ได้ไปทำอะไรให้มึงเลย แค่มันเป็นเพื่อนกับกู มึงต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ"
ไอ้พี่ซันก้มหน้าเงียบ ตาของมันแดงก่ำ มันเองก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็พยายามสะกดน้ำตาไว้
ส่วนผม ผมหาทางช่วยไอ้เจตน์ไม่ทันแล้ว ผมได้แต่นั่งน้ำตาไหลเมื่อนึกถึงชะตากรรมของเพื่อน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น