หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นไอ้แม็กซ์ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย (มีบ้างที่เห็นมันแว้บๆ แต่พอมันรู้ว่าพวกเราเห็น มันจะรีบหลบลี้หนีหายไปทันที) มันคงกลัวเรื่องที่มันทำระยำตำบอนไว้จะแพร่ขยายกระจายออกมา
ไอ้เจตน์บอกป๊ามันว่าจะหอบผ้าผ่อนมาอยู่กับผมสักระยะ ป๊าไม่ว่าอะไร แต่แกกำชับผมว่าให้ดูแลไอ้เจตน์ดีๆด้วย(เลยไม่รู้ว่าใครน่าเป็นห่วงมากกว่ากัน)
พี่ซันถูกพาไปตรวจร่างกาย ผลปรากฎว่ามีแต่รอยฟกช้ำจากการต่อสู้เท่านั้น ไม่มีอะไรหนักหนา น่าเป็นห่วง
รอยแดงจากฝีมือของไอ้แม็กซ์ที่ประทับไว้บนใบหน้าของผมเลือนหายไปหมดแล้ว ผมจึงมาที่มหาลัยได้ตามปกติ
วันนี้โต๊ะกินข้าวของผมมีสมาชิกอยู่สามคน ไอ้เจตน์กำลังซัดก๋วยเตี๋ยวด้วยความหิวโหย (ไม่รู้มันไปอดอยากมาจากไหน) ไอ้พีสวมแว่นตาหนาเตอะหมกมุ่นอยู่กับหนังสือเล่มหนึ่ง หลังจากมันกินอิ่มเรียบร้อยแล้ว
"น้องเฟย์ ไม่เจอกันตั้งหลายวันแน่ะ เป็นยังไงบ้างครับสบายดีไหม" เสียงคุ้นหูทักขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองดวงตาหยีคู่นั้น
"สบายดีครับ แล้วพี่เอล่ะครับ หายไปไหนมา" ผมย้อนถาม หลังจากส่งยิ้มกลับไปหาเขา
พี่เอนั่งลงข้างๆผม "ช่วงนี้ยุ่งๆน่ะครับ ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องกิจกรรม เยอะแยะไปหมด เหนื่อยจังเลยครับ" เขาตอบพร้อมกับจ้องเข้ามาในแววตาของผม
ผมยิ้ม แล้วเอื้อมมือไปจับมือเขาเพื่อเป็นการให้กำลังใจ "อดทนหน่อยนะครับ บางทีการทำอะไรเพื่อคนอื่นมันก็เหนื่อยและหนักใจแบบนี้ แต่สุดท้าย เมื่อเราได้รับคำขอบคุณจากพวกเขา เราจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากๆที่เราได้ทำ"
พี่เอเอาอีกมือของเขามากุมมือผมไว้ "ขอบคุณครับ ที่ให้กำลังใจพี่ แต่..มันจะเป็นการดีมาก ถ้าน้องเฟย์จะเป็นกำลังใจให้พี่ตลอดไป....ได้ไหมครับ.?"
ผมนั่งนิ่ง ไอ้เจตน์หยุดสวาปามก๋วยเตี๋ยวโดยฉับพลัน ไอ้พีขยับแว่นแล้วลดหนังสือลง พวกมันกำลังลุ้นอยู่ว่าคำตอบของผมจะออกมาเป็นแบบไหน
"ขอบคุณนะครับ ที่พี่เอ ให้เกียรติผมขนาดนี้ แต่ผมคงจะรับมันไว้ไม่ได้"ผมก้มหน้าตอบ รู้สึกผิด ทั้งๆที่พี่เอเป็นคนดี และคอยปลอบใจ ให้กำลังใจผมอยู่เสมอ แต่ผมกลับสนองตอบความรู้สึกของเขาไม่ได้
พี่เอามือมาจับไหล่ผม ผมเงยหน้าขึ้นและพบกับรอยยิ้มของพี่เขา รอยยิ้มที่อบอุ่นและเป็นมิตร "ไม่เป็นไรครับน้องเฟย์ น้องเฟยNไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้นนะครับ เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้ ...แต่ไม่ว่ายังไง เราก็ยังคงเป็นพี่น้องกันอยู่ใช่ไหมครับ...ถ้าน้องเฟย์มีปัญหาอะไร อยากปรึกษา หรือขอความช่วยเหลือ บอกพี่ได้นะครับ พี่ยินดีและเต็มใจครับ"
ผมมองพี่เอ ผมซาบซึ้งกับคำพูดของเขามันตื้นตันอยู่ในอก
"เดี่ยวพี่ไปเตรียมตัวเข้าเรียนก่อนนะครับ น้องเฟย์ก็ดูแลตัวเองดีๆนะครับ" เขาทิ้งรอยยิ้มไว้ให้ผม ก่อนจะเดินหันหลังจากไป
"อกหักแล้วสินะไอ้เอ ทั้งๆที่ห้ามใจตัวเองไว้แล้วแท้ๆ" พี่เอรำพึงกับตัวเองเบาๆ หลังเดินจากโต๊ะเฟย์มา รอยยิ้มเมื่อสักครู่จางหายไปแววตาเศร้าสร้อยผุดเข้ามาแทน
----------------------------------
ออดเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมรีบเดินออกมาจากห้องเรียน จนเกือบชนเข้ากับใครคนหนึ่ง
"พี่ซัน....."
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น "มารอรับเฟย์กลับบ้านน่ะ รึจะแวะกินอะไรก่อนดี เฟย์หิวไหมล่ะ" เสียงทุ้มนั้นถามขึ้นด้วยความห่วงใย
"อืม.." ผมพยักหน้า
"อะไรวะไอ้เฟย์ มึงจะสวีทหวานกันไปถึงไหนวะ กูยืนโด่อยู่นี่แท้ๆ ไม่สนใจกูมั่งเลยนะ" เสียงไอ้เจตน์พูดประชดขึ้นมา
"น้องเจตย์ครับ ไอ้เทนฝากมาบอกว่ามันรอที่โรงรถมันว่าจะไปร้านอาหารป๊าน้องเจตน์ ซื้อปลาสามรสไปฝากเจ้าสัวน่ะ" พี่ซันบอก
"นึกอะไรขึ้นมาอีกล่ะนี่ ไอ้พี่เทน" ไอ้เจตน์กลอกตาไปมาเหมือนมันกำลังประมวลผลข้อมูล
"สงสัยอยากเอาใจพ่อตามั้งครับ" พี่ซันแซวยิ้มๆ
"โหย..พี่ซัน อย่างไอ้พี่เทนอ่ะนะ จะดูซิว่าจะอดทนได้กี่วันจะแกล้งแผลงฤทธิ์ให้น่าดูเชียว งั้นกูไปก่อนนะไอ้เฟย์..พี่ซันฝากดูแลเพื่อนผมด้วยนะ" ไอ้เจตน์ว่าแล้วเร่งเดินจากไป
สวนกับไอ้พีที่เดินตรงเข้ามาหาผม "อ้าว เฟย์ กูกะจะมาชวนมึงกลับบ้านเสียหน่อย แต่มึงมีสารถีส่วนตัวแล้วนี่หว่า งั้นกูกลับก่อนละกัน" มันเห็นผมอยู่กับพี่ซัน แล้วทำท่าจะเดินจากไป
"น้องพี..." พี่ซันเรียก ไอ้พีหยุดแล้วหันกลับมา
"ไอ้โก้บอกว่าถ้าพี่เจอน้องพี ให้พี่บอกน้องพีว่ามันได้หนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหม่มาน่าสนใจมากๆน่ะ ถ้าน้องพีอยากอ่านก็ไปขอยืมมันที่บ้านได้เลยนะ"
"หืม..." ไอ้พีตาโต มันเป็นหนอนหนังสือตัวยง ยิ่งประวัติศาสตรต์นี่มันยิ่งชอบ ทีแรกผมนึกว่าไอ้พีจะลนลานรีบไปขอยืมหนังสือจากพี่โก้ แต่แล้วไอ้พีกลับเปลี่ยนใจทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยออกมา
"ไม่เอาดีก่า ระยะนี้พี่โก้ไม่น่าไว้ใจ ดูแปลกๆ มองพีทีนึงนะ ตาเยิ้มอย่างกะคนเมา ไม่รู้ไปแอบพี้กัญชามารึเปล่า" ไอ้พีทำหน้านิ่ว
พี่ซันยิ้ม "พี่ไม่รู้หรอก พีต้องไปถามไอ้โก้เองสิ ว่ามันเมาอะไร บางทีมันคงจะกำลังเมารักล่ะมั้ง" พี่ซันหยอก แต่ท่าทางจะไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะไอ้พีมันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
"น้ำเน่าน่ะ...ช่างพี่โก้เหอะ พีจะกลับบ้านละ ยังไงฝากเพื่อนพีด้วยนะพี่ซัน" พูดจบไอ้พีก็ยิ้มแล้วก็เดินจากไป
พี่ซันเอื้อมมือของเขามาสัมผัสมือของผม มันแข็งกระด้าง แต่ก็อบอุ่น ผมมองตาเขา และอีกครั้งที่ดวงตาของเราประสานกัน เขายิ้ม แล้วจูงมือผมไปที่รถ
เราแวะกินข้าวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศในร้านดูสบาย ตบแต่งด้วยไม้สนแห้ง กลิ่นไม้แบบธรรมชาติ พร้อมเสียงเพลงช้าๆเบา ทำให้บรรยากาศน่านั่งขึ้นเป้นทวีคูณ
กับข้าวสามสี่อย่างวางอยู่ระหว่างผมกับพี่ซัน "เราไม่เคยได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้วนะ ตั้งแต่กินข้าวบ้านเฟยืพร้อมพ่อกับแม่วันนั้นน่ะ" เขาเอ่ยขึ้น
ผมมองหน้าเขาแล้วยิ้ม "แล้วที่บ้านพี่กินข้าวพร้อมกันทีละกี่คนล่ะ"
แววตาเขาสลดลง "พี่กินข้าวคนเดียวทุกวันแหละ แม่พี่เสียไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ส่วนพ่อพี่ก็ยุ่งกับงานจนแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลย พี่ชายสองคนตอนนี้เรียนอยู่ต่างประเทศน่ะ" เขาก้มหน้าตอบ
ผมได้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ ค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสมือของเขา "ถ้าอย่างนั้น ....เรากินข้าวด้วยกันทุกวันเลยดีไหม"
จบประโยค พี่ซันเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แววตาเปลี่ยนจากเศร้าสลดมาเปล่งประกายเต็มที่ "ได้เหรอครับ ได้จริงๆนะ เรากินข้าวด้วยกันได้ทุกวันจริงๆนะ" เขาพูดออกมาเสียงดังจนแทบจะเป็นเสียงตะโกน จนคนในร้านเริ่มหันมามอง เมื่อรู้สึกตัวเขาจึงเก็บอาการและนั่งยิ้มอยู่อย่างนั้น...ผมหยักหน้ารับช้าๆ
พี่ซันแลดูเจริญอาหารเป็นพิเศษ เขากินทุกอย่างที่สั่งมาอย่างเอร็ดอร่อย ผมรู้สึกมีความสุขเกิดขึ้นเล็กๆภายในจิตใจ มันอบอุ่นและรู้สึกผูกพันกับเขามากขึ้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร...แต่มันชัดเจนเมื่อตอนที่เขาปกป้องผมจากเรื่องร้ายครั้งนั้น
วันนี้เรามีความสุขมาก เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่าทุกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าเรื่องยุ่งยากเรื่องใหม่กำลังตามเข้ามา
-----------------------------------------------------------------
"ครับท่าน....กำลังรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุขครับ...แต่ผมไม่เคยเห็นคุณซันมีความสุขแบบนี้มานานแล้วนะครับ..ครับ..ผมตามมาตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยแล้วครับ"
--------------------------------------------------------------
"นายปัญจมิตร โฆษิตวิริยกานนท์ ขอเชิญที่ห้องรับรองหนึ่งค่ะ" เสียงประกาศตามสายแว่วมาเข้าหู ในขณะที่ผมกับไอ้เจตน์นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินภายในมหาวิทยาลัย
"ไอ้เฟย์ เขาประกาศเรียกมึงแน่ะ มีเรื่องอะไรวะ ร้อยวันพันปีกูไม่เคยเห็นมึงมีธุระอะไรเลยนี่หว่า แล้วห้องรับรองหนึ่งน่ะ มันห้องรับรองแขกระดับวีไอพีเชียวนะ" ไอ้เจตน์ทำท่าสนอกสนใจ
"ไม่รู้ว่ะเจตน์ เดี๋ยวกูไปก่อนนะ มึงมีเรียนคาบต่อไปใช่ป่ะ" ผมถามพร้อมกับลุกขึ้นยืน
"อืม...แล้วยังไงเย็นนี้เจอกันนะ" ไอ้เจตน์ยิ้ม มันลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพาย แล้วเราก็เดินแยกจากกัน
ผมเดินตรงมาที่ห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง มองผ่านกระจกใสเข้าไป พบกับผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัย กำลังนอบน้อมคุยอยู่กับผู้ชายที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง
จังหวะที่ผู้อำนวยการหันมาทางประตูกระจก เขามองเห็นผมและรีบเดินมาเปิดประตูทันที
"ปัญจมิตรใช่ไหม รีบเข้ามาเลย ท่านมารออยู่ครู่หนึ่งแล้ว" ผู้อำนวยการรีบกุลีกุจอ ทำให้ผมรู้สึกเกร็งๆกับผู้ชายคนนั้น เขาคงจะยิ่งใหญ่มาก ถึงขั้นกับที่ผู้อำนวยการจะต้องมารับรองด้วยตัวเอง
"ผอ.ครับ ผมขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวหน่อยนะครับ" ชายคนนั้นบอกยิ้มๆ
"เชิญตามสบายครับท่าน" ผู้อำนวยการรับคำแล้วเดินออกไป
ในห้องรับรองขณะนี้ เงียบสงบ ผมนั่งก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา แต่ก็รู้สึกได้ว่า เขากำลังมองผมอย่างพินิจพิเคราะห์
"เธอ..ชื่อปัญจมิตรใช่ไหม" เขาถามย้ำ เมื่อความเงียบผ่านไปสักครู่
"ใช่ครับ" ผมตอบและค่อยๆเงยหน้ามองเขา ใบหน้าของเขาคุ้นตา แต่ผมกลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
"เธอคบอยู่กับลูกชายของฉันเหรอ" ประโยคนี้ทำให้ผม งง เป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ลูกชายของผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมเขาถึงถามแบบนี้
เขามองหน้าผม แล้วถอนลมหายใจ "ก็ซันเดย์ นายธโณทัย รัตนวชิรางกูร ยังไงล่ะ"
เท่านั้นเอง ใจผมแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาเป็นคุณพ่อของพี่ซัน...ท่านรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่
ผมยกมือสวัสดีท่าน ท่านพยักหน้ารับแล้วยิ้มตอบ
"คบกันมานานรึยังล่ะ"
"เอ่อ....ไม่นานครับ" ผมอึกอัก
"แล้วความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ว"
"..........." ผมเงียบได้แต่ก้มหน้า ไม่ได้ตอบอะไร
ท่านหยุดมอง แล้วถอนหายใจอีกครั้ง "ฉันจะพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมนะ ถ้าฉันจะขอร้องเธอ ไม่ให้เธอยุ่งเกี่ยวกับซันเดย์อีก มันพอจะเป็นไปได้ไหม"
เหมือนผมถูกตบหน้าแรงๆ ผมเพิ่งจะรู้สึกดีกับพี่ซัน เมื่อวานก็เพิ่งไปกินข้าวด้วยกันมา แต่วันนี้มีใครคนหนึ่งมาบอกว่า พวกเธอเลิกกันเถอะ นี่มันบ้าไปแล้ว....
"ซันเดย์ควรจะได้ดำเนินการสืบทอดธุรกิจของฉัน เขาเป็นคนฉลาด มีความอดทน แต่เธอ..เธออาจจะทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่ง บอกไว้เลยนะ ถ้าเขายังยืนยันจะคบกับเธอต่อ ฉันจะตัดสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่ง และสืบทอดกิจการของฉันทั้งหมด" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ แต่ก็ทำให้ผมรุ็สึกหวาดหวั่นใจอยู่
"ผม....ผม" มันรู้สึกปั่นป่วนในท้องยังไงบอกไม่ถูก
"เธอคงจะลำบากใจมากสินะ" เขาหันมามองอากัปกิริยาขอิงผมแว่บหนึ่ง...." เอ้านี่...เธอกรอกเลขลงไปได้ตามใจชอบ แลกกับอิสระภาพของลูกชายฉัน" เขายื่นกระดาษให้ผมแผ่นหนึ่ง...เช็คใบนั้นลงชื่อเขาไว้เรียบร้อย เว้นว่างไว้แต่จำนวนเงินที่ยังไม่ได้กรอกลงไป
ผมเคยได้ยินการใช้เงินซื้อคน และคิดว่า ผมไม่จำเป็นต้องได้มัน แต่วันนี้เงินจำนวนเท่าไรก็ได้ ถูกหยิบยื่นมาตรงหน้าผม แค่เพียงผมตัดสินใจหยิบมันมาและกรอกตัวเลขที่จะทำให้ผมมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายไปทั้งชาติได้
ผมมองกระดาษเช็คตรงหน้า ...หยิบมันขึ้นมา แล้วส่งคืนให้ชายสูงอายุ "เก็บมันไว้เถอะครับ ผมไม่ต้องการมันหรอก...ถ้าการที่ผมจะต้องเลิกกับพี่ซัน เพื่อให้เขามีอนาคตที่ดีกว่า..ผมจะเป็นฝ่ายไปเอง ท่านสบายใจได้ครับ ต่อแต่นี้ผมกับพี่ซัน...พี่ธโณทัย เราจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก" ผมบอก พร้อมๆกับปาดน้ำตาที่มันเริ่มรินไหลออกมา
"ฉันขอบใจ...ขอบใจเธอมาก ฉันหวังว่าการมาของฉันมันคงไม่สูญเปล่านะ" เขาพูดจบก็เดินออกไปจากห้องรับรองนั้น
ผมยืนทื่อ เหมือนไร้ชีวิต น้ำตาเจ้ากรรมมันรินไหล "ทำไม...ทำไมวะ...ไอ้เฟย์ ไอ้หน้าโง่ มึงรักเขารึไงวะ มึงเสียใจทำไมวะ โฮๆๆๆๆๆ" ผมสุดจะกลั้นอารมณ์ไว้ได้ น้ำตาเจ้ากรรมมันไหลออกมาเป็นสาย หัวใจผมแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ออดคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะม้าหิน ไอ้เจตน์เดินออกมาจากตึก
"ไงไอ้เฟย์ มีเรื่องดีๆป่ะวะ ใครจะให้ทุนมึง รึว่ามาทาบทามมึงไปเป็นดาราวะ" ไอ้เพื่อนหน้าทะเล่้นมันถามผม เมื่อผมหันไปมองมัน แล้วมันก็ผงะ
"ไอ้เฟย์ ทำไมมึงตาแดงแบบนี้ อย่างกะคนร้องไห้มาตลอดแน่ะ ใครทำอะไรมึงวะ ไอ้แม็กซ์รึว่าพี่ซัน" ไอ้เจตน์หน้าตาถมึงทึง กระฟัดกระเฟียด
ผมส่ายหน้า "เปล่า ไม่มีอะไรหรอกไอ้เจตน์"
ไอ้เจตน์มองผมแบบไม่เชื่อ มันจ้อง..จ้อง แล้วเอ่ยถาม "ไอ้เฟย์ กูเป็นเพื่อนมึงใช่ไหม เมื่อก่อนมึงมีอะไรมึงก็บอกกูทุกอย่าง แต่ตอนนี้มึงทำเหมือนไม่ไว้ใจกู มึงปิดบังอะไรกูอยู่ มันร้ายแรงถึงขั้นมึงเจ็บปวดแบบนี้ มึงจะให้กูเฉยได้ยังไง"
ผมยังไม่ทันตอบอะไรน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง "ไอ้เจตน์..วันนี้พ่อพี่ซันมาหากู"
ไอ้เจตน์ทำตาโต หน้ามันเหวอ "ท่านรัฐมนตรีอ่ะนะ"
ผมพยักหน้า "เขามาขอให้กูเลิกคบกับพี่ซัน"
"บ้าไปแล้ว...กูต้องไปคุยกับพี่ซันให้รู้เรื่อง ไป ไอ้เฟย์มึงลุก" ไอ้เจตน์ฉุดกระชากลากแขนผม แต่ผมไม่ยอมลุก
"ไอ้เจตน์ฟังกูก่อน กูว่าพ่อพี่ซันพูดถูกแล้ว พี่ซันควรจะได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ กูไม่คู่ควรกับเขา เขาบอกว่าถ้ากูกับพี่ซันไม่เลิกคบกัน เขาจะตัดสิทธิ์การดำเนินกิจการของพี่ซันออกจากมรดกด้วย"
"ไม่ยุติธรรมเลย เขาเป็นพ่อก็จริง แต่ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินการดำเนินชีวิตของใครแบบนี้นะ"
"พ่อแม่ทุกคนรักลูกทั้งนั้นแหละเจตน์...กูตัดสินใจแล้ว กูจะเลิกคบกับพี่ซัน"
"กูว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นแล้วสิ...พี่ซันไม่มีทางเลิกกับมึงหรอก ยิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมาด้วยกัน กูยิ่งแน่ใจว่าเขารักมึงมากแค่ไหน"
"เจตน์ มึงห้ามบอกพี่ซันเรื่องนี้นะ กูจะพยายามหาทางออกให้ดีที่สุด" ผมกำชับไอ้เจตน์ ยังไม่ทันที่มันจะรับปาก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"ทำอะไรกันอยู่ครับน้องๆ"
"พี่เอ....." ผมกับไอ้เจตน์ อุทานขึ้นพร้อมกัน
ผมมองพี่เอ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ "พี่เอครับ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม..." ผมเอ่ยขึ้น
"เฮ้ยไอเฟย์ มึงจะทำอะไรวะ" ไอ้เจตน์ขัดขึ้น ผมว่ามันพอจะเดาได้ว่าผมจะทำอะไร
"พี่เอครับ...ผมเป็นน้องพี่รึเปล่าครับ" ผมเอ่ยถามเสียงออดอ้อน
พี่เอพยักหน้า "ใช่ครับ มีอะไรหรือ" พี่เอมองหน้าผมสลับกับไอ้เจตน์
"พี่เอ เป็นแฟนกับผมนะ" ผมโพล่งออกไป
พี่เอทำท่าตกใจ "น้องเฟย์...ก็น้องเฟย์กับซัน..." เขาหันไปหาไอ้เจตน์เหมือนขอคำตอบ แต่ไอ้เจตน์เบือนหน้าไปทางอื่น
"พี่เอครับ...ผมจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟัง แต่พี่ต้องช่วยผมนะครับ เรื่องนี้จะมีแค่เราสามคนที่รู้คือ พี่ ผม แล้วก็ไอ้เจตน์ ถ้าไม่ใช่พี่เอ ผมคงลำบากแน่" ผมพูดเชิงขอร้อง
พี่เอพยักหน้า ผมจึงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้พี่เอฟัง
"พี่เห็นใจทั้งเฟย์แล้วก็ซันนะ แต่ทำแบบนี้ เฟย์เองก็ไม่มีความสุข ซันเองก็เป้นทุกข์ แล้วจะทนกันไหวไหมนี่" พี่เอถาม
"ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้ เมื่อเวลาผ่านไป พี่ซันคงจะค่อยๆลืมผมไปเอง" ผมบอก
"ไม่มีทางหรอกครับ ยิ่งผ่านเรื่องร้ายๆด้วยกันมา แบบที่น้องเฟย์เล่าเมื่อกี้ พี่ว่าอย่างไรซันก็ไม่มีทางลืมน้องเฟย์ได้ พี่ว่าเล่าเรื่องนี้ให้ซันฟัง แล้วให้ซันไปเคลียร์กับพ่อเขาดีกว่านะครับ"
"ไม่ได้นะครับพี่เอ ถ้าทำแบบนั้น มันจะยิ่งเป็นการเร่งให้พี่ซันโดนตัดอนาคตเร็วขึ้น ผมรู้นิสัยพี่ซันดี เขาเป้นคนมุทะลุ และใจร้อน ถึงเขาจะเป็นคนมีความอดทนสูง แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องนี้แน่ วิธีของผมน่าจะดีต่อทุกฝ่ายแล้ว ช่วยผมเถอะครับพี่ นะครับพี่ ช่วยผมด้วย" ผมขอร้องอ้อนวอน
พี่เอ พยักหน้า "เอาก็เอา...รับศึกใหญ่แน่งานนี้ ไอ้เอ เอ้ยยยยยยยย"
-------------------------------------------------
"เฟย์ พี่มารอเฟย์พักหนึ่งแล้ว วันนี้เราแวะซื้ออาหารทะเลตรงร้านที่เฟย์ชอบไปกินกันที่บ้านนะ" พี่ซันเดินยิ้มเข้ามาหาผม แววตาเขามีความสุข ผมเองก็รู้สึกมีความสุขที่เขาทำดีกับผมขนาดนี้ แต่มันคงถึงเวลาต้องหักดิบเสียที...
"พี่ซันครับ พอดีว่าผมนัดกับพี่เอไว้ว่าจะไปติวหนังสือก่อนสอบน่ะครับ อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้วก็ปิดเทอม ผมไม่อยากเสียโอกาสน่ะครับ เพราะช่วงนี้พี่เอว่างอยู่"
พี่ซันหน้าเจื่อน "เหรอครับ งั้นไม่เป็นไรนะ พรุ่งนี้เราค่อยกินข้าวด้วยกันก็ได้นะครับ"
ผมยิ้ม แล้วพยักหน้าตอบ ในใจของผมมันบอกว่า "คงไม่มีวันที่เราสองคนจะได้กินข้าวด้วยกันอีกแล้ว"
"เฟย์ ไปกันรึยังครับ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวกลับบ้านมืดนะ" เสียงพี่เอดังขึ้น พี่ซันกับผมหันไปทางเสียงนั้น พี่เอยืนคอยผมอยู่ ใบหน้าของเขาระบายไปด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
"ผมไปก่อนนะครับพี่ซัน" ผมพูดพร้อมกับเดินห่างออกมาจากพี่ซัน
"น้องเฟย์ครับ....ดูแลตัวเองดีๆนะครับ " ใบหน้าคมคายนั้นส่งรอยยิ้มมาให้ผม แต่แววตาของเขาก็บ่งบอกถึงความผิดหวัง แน่ล่ะ เมื่อวานผมให้ความหวังเขาตั้งมากมาย
ผมเดินมากับพี่เอ จนห่างสายตาของพี่ซันพอสมควร "พี่เอครับ เราแยกกันตรงนี้นะครับ ไอ้เจตน์มันรอผมอยู่"
"อ้าว น้องเฟย์ไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้านหรือครับ ให้พ่วงน้องเจตน์ไปอีกคนก็ได้นะ"
"ขอบคุณนะครับพี่เอ แต่ผมขอกลับกับไอ้เจตน์สองคนเถอะนะครับ" แววตาผมจ้องมองเขา พยายามเว้าวอน
พี่เอเผยรอยยิ้มบางๆ "ตามใจน้องเฟย์นะครับ กลับบ้านดีๆนะครับ แล้วอย่าคิดมากล่ะ"
พี่เอ เดินจากไปแล้ว ส่วนผมเดินแยกมาอีกทางหนึ่งที่นัดไอ้เจตน์ไว้ น้ำตาของผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมรู้สึกอึดอัดใจ มันทรมานเมื่อคิดว่าต่อแต่นี้ ผมคงไม่ได้เจอพี่ซันอีก เรื่องของเรากำลังไปได้สวย สิ่งดีๆ กำลังก่อตัวขึ้น แต่ผม...ผมกลับกำลังใช้เท้าลบมันทิ้งไป
"ไอ้เฟย์..กูรอ...เฮ้ย มึงเป็นอะไรเนี่ย ใครทำอะไรมึงอีกล่ะ" ไอ้เจตน์ตกใจเมื่อเห็นสภาพของผม ผมในตอนนี้คงเหมือนคนหมดสภาพ ไร้เรี่ยวแรง ไอ้เจตน์จับจ้องใบหน้าของผม แล้วแววตาโมโหของมันก็เปลี่ยนไป แววตาของมันแสดงออกถึงความเวทนา และเป็นห่วง มันจับไหล่ผมเบาๆ เมื่อมันพอจะเดาเรื่องราวออกได้
"เฟย์...มึงแน่ใจเหรอที่ทำแบบนี้ มึงรู้ตัวไหมว่าการที่มึงทำแบบนี้ มึงไม่ได้เจ็บคนเดียวหรอกนะ มึงคอยดูสิ เมื่อไรที่เรื่องแดงขึ้นมา พี่ซันเขาก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย ทำไมมึงถึงไม่แสดงความเห็นแก่ตัวออกมาบ้างวะ..มึงแบกรับความทุกข์อยู่คนเดียวทำไม มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก"
ผมเงยหน้ามองไอ้เจตน์ นัยน์ตาของผมเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ ผมห้ามมันไม่ได้ และผมไม่แคร์ถ้าไอ้เจตน์หรือใครจะมองเห็น "กูทำไม่ได้หรอกเจตน์ ในเมื่อกูรู้ว่าอนาคตเลวร้ายมันจะต้องเกิดขึ้นถ้ากูยังคบกับพี่ซัน กูก็จะต้องหยุดมันให้ได้ เจ็บปวดวันนี้ก็ยังดีกว่าเจ็บปวดตลอดไปนะ"
ไอ้เจตน์ส่ายหน้า "มึงน่ะมันดื้อรั้นเสียจริง กูหมดปัญญาจะเกลี้ยกล่อมมึงละ ไป..กลับบ้านกันเหอะ เดี๋ยวกูทำกับข้าวให้มึงกินเอง ท่าทางถ้าให้มึงทำ กูว่าต้องพามึงไปหาหมอด้วยแหงๆ"
ไอ้เจตน์โอบไหล่ผม เดินออกจากมหาวิทยาลัยไป
ผมเข้าห้องปิดประตู แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยให้ไอ้เจตน์แสดงฝีมือทำกับข้าวของมันไป
ในห้องเงียบๆ ผมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเป็นอิสระ "ฮือๆๆ ...." ผมได้ยินเสียงตัวเองร่ำไห้ ร้องไห้เสียให้พอ ร้องออกมามากๆ ให้สาสมกับความทุกข์ที่มันทิ่มตำอยู่ในอก ผมระบายความทุกข์ระทมอยู่เพียงคนเดียว จนรู้สึกเหนื่อยอ่อน และเผลอหลับไป
"เฟย์ ลงมากินข้าวกัน มึงจะนอนไปถึงไหนวะ" เสียงไอ้เจตน์เคาะห้องผม ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น
"เฟย์..เฟย์ มึงเป็นอะไรเปล่าวะ มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิดกูจะถีบประตูให้พังเชียว" เสียงมันดังขึ้น และจังหวะการทุบประตูก็ถี่ขึ้น
"กูตื่นแล้ว...รอแป๊บนึงนะ กูล้างหน้าก่อน" ผมส่งเสียงตอบมันออกไป นั่นทำให้มันหยุดการกระทำที่เริ่มจะรุนแรง
"งั้นกูไปรอข้างล่างนะ รีบลงมานะมึง ไม่งั้นกูกินหมดคนเดียวไม่รู้ด้วย"
ผมฟังมันพูดแล้วอมยิ้ม บางทีการมีเพื่อนอยู่ด้วยในยามที่เราเป็นทุกข์แบบนี้มันก็ดีไปอย่าง ถึงไอ้เจตน์จะดูบ้าๆบอๆ แต่มันเป็นคนจริงใจ พร้อมลุยทุกสถานการณ์ มันไม่เคยปฏิเสธการร้องขอความช่วยเหลือจากผม บางครั้งในความโชคร้ายผมก็ยังมีเพื่อนดีๆอยู่บ้าง.....
ผมนั่งกินข้าวกับไอ้เจตน์ มันทำกับข้าวอร่อยมากสมกับเป็นลูกเจ้าของร้านอาหาร ระหว่างกินข้าวมันก็ชวนผมคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางครั้งก็ยิงมุขตลกบ้าๆบอๆ ทำให้ผมคลายเครียดไปได้บ้าง
"เฟย์ คืนนี้กูนอนกับมึงนะ" มันหันมาบอกผม ในขณะที่เรากำลังนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน
ผมหันไปมองมัน ก่อนจะแซว "มึงคิดอะไรกะกูป่ะเนี่ย"
มันยิ้ม "คิด.."
ผมหันไปมองมันอีกครั้งเหมือนเป็นเชิงถามว่า...เมิงคิดอะไรของเมิงวะ
"คิดว่า..มึงอาจจะแอบทำอะไรบ้าๆ เช่น แอบเอายางหนังสติ๊กมารัดคอตัวเอง หรือเอาตะเกียบแทงจมูกให้หายใจไม่ออกตายไปน่ะสิ ฮ่าๆๆๆๆ" มันพูดจบก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา (มึงรู้ไหม กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้าคิดมุขควายๆแบบนี้ได้)
ผมอมยิ้ม แม้มันจะเป็นมุขที่แป้กนิดหน่อย แต่ทำให้ผมไม่เหงา ไม่ต้องโดดเดี่ยว แล้วไอ้เจตน์ก็เปลี่ยนโหมดมาพูดอะไรซึ้งๆ "เฟย์ กูเคารพการตัดสินใจของมึงนะ ไม่ว่ายังไงกูก็อยู่ข้างมึงเสมอ จำไว้นะเพื่อน"
"ขอบใจมากนะเจตน์" ผมหันไปมองมัน แล้วยิ้ม
ไอ้เจตน์จัดการหอบที่หลับที่นอนเข้ามาในห้องผม โชคดีที่เตียงในห้องของผมใหญ่ขนาดนอนได้ตั้งสาม คน ไอ้เจตน์เลยโยนตัวเองลงบนที่นอนอย่างลิงโลด เรานอนคุยกันไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องสาระและไร้สาระมากมาย จนต่างคนต่างผล็อยหลับไป
วันรุ่งขึ้น...ผมกับไอ้เจตน์กำลังเดินเข้ามหาวิทยาลัย
"เฟย์ เดี๋ยวเย็นนี้พี่รอกลับบ้านพร้อมเฟย์นะ" พี่ซันวิ่งกระหืดกระหอบมาจากไหนไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นเปื้อนยิ้มเต็มที่
"ผม...เอ่อ...ผมนัดพี่เอไว้น่ะครับ พอดีเมื่อวานยังติวไม่จบเลย ผมสมองทื่อน่ะครับ เลยใช้เวลาอธิบายแต่ละเรื่องกันนานมาก" ผมหาทางปฏิเสธออกไป
รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายนั้นค่อยๆจางหายไป "ว้า...แล้วเมื่อไรจะเสร็จเรื่องราวล่ะเนี่ย พี่ไม่อยากกินข้าวคนเดียวเลย"
ผมก้มหน้าต่ำลง พยายามซ่อนแววตารวดร้าวนั้น ผมรู้สึกผิด จนไม่อาจทนมองหน้าเขาได้
"โห...พี่ซัน อีกไม่นานหรอกน่า เดี่ยวไอ้เฟย์กับพี่เอก็ติวจบแล้ว คราวนี้พี่จะนั่งกินข้าวกับมันทั้งวันทั้งคืนก็ตามใจพี่เหอะ" ไอ้เจตน์ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น
พี่ซันยิ้มออกมา "อืม ก็ได้ ทนเหงาอีกพักเดียวเนอะ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ ไอ้โก้ กับไอ้เทนมันก็ไปหาชีทข้อสอบเก่าๆมาแบ่งให้พี่ด้วย" เขาเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม
"มึงเห็นเขาไหม เห็นรอยยิ้มเขาไหม เฟย์...มึงคิดจะยื้อเวลาไปนานเท่าไรวะ กูว่าเลิกเหอะ กูจะไปบอกพี่ซันเองว่าเกิดอะไรขึ้น" ไอ้เจตน์ทำท่าจะเดินไป ผมรีบจับแขนมันไว้
"อย่านะไอ้เจตน์...ถ้ามึงทำแบบนั้น มึงเลิกคบกับกูไปเลย ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกับกูอีก" ผมตวาด แววตาผมแข็งขืน
"โธ่เว้ย....." ไอ้เจตน์ทำท่ากระฟัดกระเฟียด เหมือนเด็กโดนขัดใจ
"เจตน์มึงใจเย็นๆ ต่อไปนี้กูจะพยายามหลบหน้าเขา คนเสน่ห์แรงอย่างเขามีคนชอบเยอะ เดี่ยวเขาก็จะลืมกูไปเองแหละ" ผมบอกเพื่อน
ไอ้เจตน์หันมามอง "ตามใจมึงละกัน...แต่อย่าให้กูหมดความอดทนล่ะ" พูดจบมันก็เดินลิ่วเข้ามหาวิทยาลัยไป ผมได้แต่มองตามหลังเพื่อน ก่อนจะก้มหน้าก้าวเท้าเดินตามมันเข้าไปเช่นกัน
หลายวันแล้วที่ผมพยายามหลบหน้าพี่ซัน เขามาหาผมที่ห้องเรียน ผมก็หลบ เขาดักเจอผมหน้ามหาวิทยาลัย ผมก็ออกอีกทางหนึ่ง เขาโทรศัพท์มา ผมก็ไม่รับ จนบางทีผมเห็นเขาขับรถมาหาที่บ้าน แต่ดีที่ไอ้เจตน์ช่วยโกหกเขาว่าผมไปติวหนังสือกับพี่เอ ยังไม่กลับมา
เย็นนี้ผมกำลังเดินเพลินๆ อยู่ เมื่อเลี้ยวตรงมุมตึก มือหนึ่งก็กระชากผมอย่างแรง
"พี่ซัน..." ผมอุทาน
เขาลากผมมาบริเวณที่ลับตาคน "เฟย์...ทำไมเฟย์ต้องหลบหน้าพี่ด้วย พี่ทำอะไรผิดหรือเปล่า "แววตาของเขามองมาเชิงคำถาม ผมปั้นหน้ายิ้มให้
"ไม่ได้หลบนี่ครับ ผมแค่ยุ่งๆเรื่องเตรียมตัวสอบ แถมต้องติวกับพี่เอบ่อยๆด้วย"
พี่ซันมองหน้าผม "พี่ว่า เฟย์กำลังหาข้ออ้างเพื่อหลบหน้าพี่มากกว่า...เอางี้นะ มาติวกับพี่ วิชาอะไรพี่ก็ติวให้ได้"
ผมรู้...พี่ซันเองก็เป็นคนที่เรียนดี ติดอันดับท็อปของรุ่นเสียด้วย ผมคิดไม่ออกจริงๆว่าจะยกเหตุผลข้อไหนมาหักล้างเขาได้
"หรือที่เฟย์ไม่อยากติวกับพี่ เพราะว่าเฟย์ชอบไอ้เอ" เขาเริ่มทำเสียงแข็ง
ผมนิ่ง...บางทีนี่อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็ได้
"ใช่...ผมชอบพี่เอ ผมกับพี่เอแอบคบกัน สมน้ำหน้าแล้วที่พี่โดนสวมเขา" ผมพูดไปแถมยิ้มเยาะออกมาให้เห็นจังๆ ทั้งที่ใจผมมันท่วมน้ำตาไปหมด
"เฟย์ พูดอะไรออกมานี่ รู้ตัวไหม" น้ำเสียงเขาตกใจมาก เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากผม
"รู้ตัวสิ ก็ผมเบื่อพี่แล้วไง พี่มาตามเอาใจผมทำไม ผมรำคาญ" ผมเริ่มเสียงดังใส่เขา
เขายืนมองผมนิ่ง "พี่ทำอะไรให้เฟย์โกรธหรือครับ พี่ทำอะไรไม่ดีหรือครับ เฟย์บอกพี่มาสิ พี่สัญญาว่าพี่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ที่ผ่านมาพี่รู้ว่าพี่ทำไม่ดีกับเฟย์หลายอย่าง พี่นึกว่าเฟย์จะให้อภัยพี่"
"พี่อย่ามาเรื่องเยอะได้ไหมครับ ผมก็บอกไปแล้วว่าผมรำคาญ เลิกตามรังควานผมเสียทีเถอะ" ผมพูดแล้วแสดงอาการหงุดหงิดให้เขาเห็น
"เฟย์ พี่ไม่เข้าใจก็เมื่อวันก่อนเรายังไปกินข้าวกัน เฟย์ยังบอกว่าจะกินข้าวกับพี่ เราจะกินข้าวด้วยกันทุกวัน ทำไมวันนี้..." พี่ซันเริ่มเสียงสั่น
"นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ก็คือตอนนี้ รู้ไว้ด้วยว่าพี่เป้นคนที่น่าเบื่อ ไม่รู้ทำไมใครก็มาหลงรักพี่ ต่อแต่นี้อยากจะคบกับใครก็เชิญพี่ตามสบายเลย แต่เลิกทำตัวเป็นหมาไล่ตามผมเสียที ผมเบื่อ ผมรำคาญ" ผมตวาดใส่เขาเสียงดัง
"เลว...ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้..." พี่ซันแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา
"ก็ใช่...ก็ผมมันเป็นคนแบบนี้แหละ ผมมันชอบมั่วกับคนไปทั่ว พี่ก็แค่เหยื่อที่หลงติดกับผม ดีใจไหมครับ ที่ได้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นของผม" ผมยังคงเล่นละครต่อไป ทั้งที่ในใจมันค้านเหลือเกิน...ผมรู้ตัว..รู้ตัวดีว่าผมรักเขา รักพี่ซัน
"เพียะ...." ผมหน้าหันไปตามแรงตบ น้ำตาแห่งความเจ็บปวดของเขาเอ่อท้น แล้วก็รินไหลออกมา เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น หลังจากที่เขาแสดงมันออกมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่เราพบเรื่องร้าย ๆ ด้วยกัน และทั้งสองครั้ง เขาก็เสียน้ำตา...เพราะผม...
เขาจ้องหน้าผมนิ่ง "มึงอย่าคิด...อย่าคิดว่าพวกมึงจะเสวยสุขกันได้ กูนี่แหละจะลากพวกมึงลงนรก ให้มึงเจ็บปวดไปตลอดกาลเลย" พูดจบเขาก็เดินจากผมไป
ผมทรุดตัวลง น้ำตาเจ้ากรรมมันไหลออกมาอีกแล้ว เรื่องมันเลวร้ายขึ้นแล้ว และตอนนี้ผมก็ดึงพี่เอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเต็มๆ
"ไอ้เฟย์ กูรอมึงตั้งนาน มัวทำอะไรอยู่วะ" ไอ้เจตน์เอ่ยถาม เมื่อเห็นผมเดินเข้ามาใกล้
ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน "กูเจอกับพี่ซัน" ผมเอ่ยบอกมัน
"แล้วเกิดอะไรขึ้น" ไอ้เจตน์ท่าทางตกใจ
"กูบอกเขาไปว่ากูคบกับพี่เอ"
ไอ้เจตน์ตะลึงอย่างคาดไม่ถึง "ฉิบหายละไอ้เฟย์ มึงรู้ตัวไหมว่ามึงลากพี่เอเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มๆแล้ว....เรื่องมันชักจะเลยเถิดแล้วนะมึง"
"เจตน์...กูจะทำยังไงดีวะ กูจะทำยังไงดี..."ผมทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะม้าหิน
"เล่าความจริงทั้งหมดให้พี่ซันฟัง นั่นแหละเป็นทางออกที่ดีที่สุด" ไอ้เจตน์แนะนำ
ใจผมอยากจะค้านมัน แต่เมื่อนึกถึงว่าพี่เอต้องลำบาก ตอนนี้ผมก็เหมือนกับคนกินไม่เข้าคายไม่ออก
"กูขอเวลาอีกสักพักนะเจตน์ ถ้ามันไม่มีทางออกจริงๆ กูจะเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังเอง" ผมหันไปมองเพื่อน ไอ้เจตน์พยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของผม
"ไป..เฟย์ กลับบ้านกันเหอะ กูหิวข้าวแล้ว"
------------------------------------------------------------
ผมนั่งรอไอ้เจตน์กับไอ้พีที่โต๊ะกินข้าวประจำของเรา เพื่อเป็นการฆ่าเวลาผมก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเรื่อยๆ
"ขอพี่นั่งด้วยคนนะครับ" เสียงทุ้มนั้นดังขั้น ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงแล้วยิ้มรับ
"เชิญสิครับพี่เอ ทำอย่างกับเป็นคนอื่นคนไกลกันไปได้" ผมกล่าว
พี่เอย่อกายลงนั่งตรงข้ามกับผม "น้องเจตน์กับน้องพีกินไปก่อนแล้วเหรอครับ"
"นั่งรอมันจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย ไม่เห็นโผล่มาสักที" ผมตอบยิ้มๆ
"แอบนัดชู้มากินข้าวที่นี่เองเหรอวะ.." เสียงเข้มคุ้นหูอีกเสียงดังขึ้น ผมจำได้ดี
"พี่ซัน...."
เขาเดินอาดๆเข้ามาที่โต๊ะผมกับพี่เอ โดยมีพี่โก้กับพี่เทนเดินตามมาด้วย
"อ้าว ซัน กินข้าวหรือยัง นั่งด้วยกันไหมล่ะ " พี่เอยิ้มทัก แล้วกล่าวชวน
"กูกินไม่ลงหรอก..จะให้กูมานั่งกินข้าวกับ "ของเก่า" พร้อมชู้ กูไม่มีกะจิตกะใจ" เขาพูดจากระแทกแดกดัน จนผมต้องหันไปมองเขาตาขวาง ประสานกับสายตาของพี่ซันอย่างจัง
"มองทำไมครับ..น้องเฟย์ พี่พูดอะไรผิดหรือครับ" เขายื่นหน้าเขามาถามเยาะเย้ย
"...พี่เอครับ เราไปนั่งที่อื่นดีกว่าครับ" ผมชวนพี่เอ พร้อมกับลุกขึ้นยืน เอากระเป๋าสะพายเฉียงร่าง
"รับความจริงไม่ได้ ถึงกับต้องเดินหนีกันเลยเหรอครับ คุณเอครับ กูจะบอกอะไรให้มึงฟังนะ ไอ้เฟย์น่ะ มันเป็นเมียกู มึงอยากกินของเหลือกากเหลือเดนจากกูหรือไง"
พี่เทนเดินเข้ามาใกล้ๆ แตะไหล่เพื่อน "ไอ้ซัน มึงใจเย็นๆสิวะ พูดกันดีๆก็ได้"
พี่ซันสะบัดตัว แล้วหันไปหาพี่เทน "เรื่องนี้กูจัดการเองไอ้เทน มึงอยู่เฉยๆเหอะ"
แล้วหันมาทางผมกับพี่เอ "มึงจะรีบพากันไปล่อที่ไหนล่ะ รอมืดค่ำหลังเลิกเรียนก่อนสิ"
"ซัน ผมว่าซันใจเย็นก่อนดีไหม แล้วก่อนพูดอะไรช่วยคิดก่อนนะครับว่าทำให้ใครเขาเสียหายบ้าง" พี่เอพูดขึ้น ผมเริ่มรู้สึกว่าพี่เอเองก็มีความโมโหเกิดขึ้นแล้ว
"มึงจะทำไม..มึงลักของกูไปกินแล้วมึงยังพูดแบบนี้อีกเหรอวะ..เสียหายอะไร กูสิ กูที่เสียหาย เมียก็ทรยศ" เขาหันมาทางผม น้ำใสๆคลออยู่ในตาของเขา เขารีบเบือนหน้าไปทางอื่น
"ไปกันเถอะครับพี่เอ พูดอะไรไปเขาก็ไม่เข้าใจหรอก" ผมพูดพร้อมกับจับมือพี่เอ เพื่อเดินออกไปจากตรงนั้น
พี่ซันหันมาพบภาพนั้นพอดี ภาพที่ผมจับมือพี่เอไว้
"เฟย์ มึงมาคุยกับกูให้รู้เรื่อง" เขาตรงดิ่งเข้ามากระชากตัวผมจากพี่เอ
พี่เอ เข้ามาขวางไว้ "ซัน ผมว่านายต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่อง ผมว่านายกลับไปก่อนดีกว่า ไว้ใจเย็นๆแล้วเราค่อยมาคุยกัน"
"กูไม่รอ กูไม่กลับ มึงอย่าแส่ กูจะคุยกับเมียกู" พี่ซันตวาด
ตอนนี้คนรอบๆข้างหันมามองเราบ้างแล้ว
"พี่เอครับ พี่เอไปก่อนก็ได้นะครับ เดี่ยวทางนี้ผมเคลียร์เอง" ผมบอกพี่เอ หลังจากเห็นว่าเรื่องชักจะบานปลายออกไปทุกที
"ไม่ครับ พี่จะอยู่กับเฟย์ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นพี่จะได้ช่วยเหลือเฟย์ได้"
"ไอ้เอ มึงนี่มันหน้าด้าน เมียกูไล่แล้วยังไม่ไปอีก" พี่ซันตะคอกเสียงดัง
"ผมน่ะเหรอหน้าด้าน ผมว่าคุณน่ะหน้าด้านกว่าอีก คนเขาหมดรักแล้วยังจะหน้าด้านตามเขาอยู่ได้" ขาดคำพี่เอ พี่ซันก็ปล่อยหมัดเข้าใส่พี่เอด้วยความโมโห
"ไอ้ซัน อย่า...." เสียงพี่โก้กับพี่เทนร้องห้ามดังลั่น
แต่ช้าไปแล้ว หมัดของพี่ซันถูกปล่อยออกมา เพื่อให้เข้าเป้าบนใบหน้าของพี่เอ
ผมตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ...ภาพพี่เอล้มกลิ้งลงไปอยู่บนพื้น ทำให้ผมร้องเสียงหลง
"พี่เอ...." ผมวิ่งเข้าไปประคองพี่เอ ในขณะที่พี่โก้ กับพี่เทนพากันรั้งร่างพี่ซันไว้
"ปล่อยกู ไอ้โก้ ไอ้เทน ปล่อยกู" พี่ซัน พยายามแข็งขืน ดิ้นรนให้หลุดจากการรั้งตัวนั้น
"พอได้แล้ว..." เสียงหนึ่งดังขึ้น ไอ้เจตน์นั่นเอง มันกับไอ้พี รีบเร่งมาหลังจากได้ยินข่าวว่าพี่ซันมีเรื่องกับพี่เอ ใบหน้ามันตกใจเมื่อพบว่าบนพื้นนั้นมีร่างพี่เอกองอยู่ โดยที่ผมเป็นคนประคองร่างพี่เอไว้
ไอ้เจตน์ เดินเข้ามายืนคั่นกลางระหว่างผมกับพี่เอ และพี่ซันกับพวก
"พี่ซัน พี่กำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว" ไอ้เจตน์บอก ผมรู้ว่าไอ้เจตน์กำลังจะพูดอะไร
"ไอ้เจตน์ มึงอย่า....."
"พอทีเหอะเฟย์ มึงก็รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้ว กูว่ามันจะดีกว่า ถ้าพี่ซันได้รู้ความจริง แล้วมันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเขาจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเองด้วย ที่ผ่านมามึงเป็นฝ่ายตัดสินใจแทนทุกคน แล้วดูสิ ผลลัพธ์มันเป็นยังไง มันแย่ลงเรื่อยๆแล้วนะ มึงจะปล่อยให้มันสายเกินที่จะแก้ไขอะไรได้เหรอ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพี่เอ พี่ซันก็พลอยแย่ไปด้วย มึงรับผิดชอบไหวไหม" ไอ้เจตน์หันมาบอกผม..
ผมนิ่ง ไม่ได้โต้ตอบอะไร ในเมื่อสิ่งที่ไอ้เจตน์พูดนั้นมันทิ่มแทงอยู่ในหัวใจของผม
พี่ซันเริ่มใจเย็นลง เขามองหน้าผมกับไอ้เจตน์ เหมือนต้องการคำอธิบาย
"ฟังให้ดีนะพี่ซัน ไอ้เฟย์กับพี่เอ ไม่ได้มีอะไรกันแบบนั้น เรื่องทั้งหมด มันเป็นการเล่นละครเท่านั้น" ไอ้เจตน์เริ่มอธิบาย
พี่ซันหันมามองผมกับพี่เอ สีหน้าของเขาดีขึ้น แทบจะเปลี่ยนจากบึ้งตึงเมื่อสักครู่ มาเป็นยิ้มได้ในทันที
"พี่รู้ไหม เฟย์มันแอบทุกข์ใจอยู่คนเดียวมานานแล้ว เพราะคุณพ่อของพี่มาขอพบมัน แล้วขอให้มันเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่ ไม่อย่างนั้นเขาจะตัดสิทธิ์ในการดำเนินงานของพี่ในทางธุรกิจทั้งหมด นั่นหมายความว่า ถ้าเฟย์ไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่ พี่จะไม่ได้อะไรเลย เฟย์มันไม่อยากให้พี่ลำบาก มันเลยจำเป็นต้องเดินออกมาจากชีวิตพี่ และขอร้องให้พี่เอช่วยเล่นละครเป็นแฟนมัน"
พี่ซันมองผม สายตาที่ดุดันเมื่อกี้กลายเป็นความเศร้าสร้อย เขาเดินเข้ามาหาผมที่กำลังประคองพี่เออยู่
เชาหยุดยืน แล้วย่อตัวลง สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นสำนึกผิด "จริงหรือวะเอ "
พี่เอพยักหน้าเป็นการยอมรับ
"เอ....ผมขอโทษนะ" เขากล่าวพร้อมกับมองหน้าพี่เอ
พี่เอยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอก นายไม่รู้ความจริงนี่นา ยังไงก็...เมื่อรู้ความจริงแล้ว ก็คุยกับน้องเขาให้รู้เรื่องนะ หวังว่าจะได้ยินข่าวดีนะเพื่อน...แต่หมัดนายนี่หนักเป็นบ้าเลย ขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่านะ" พี่เอพูดจบก็ลุกเดินออกไป แต่ก่อนไป เขาหันมากระซิบผมว่า "พี่คงต้องอกหักเป็นรอบที่สองสินะนี่"
พี่ซันมองหน้าผม ผมนั่งก้มหน้าไม่กล้ามองหน้าเขา เขาเอื้อมมือมาจับมือผม
"ทำไมเฟย์ถึงไม่บอกความจริงกับพี่ล่ะ เฟย์ก็รู้ว่าพี่จะต้องเลือกเฟย์..เลือกหัวใจของพี่โดยไม่ต้องสงสัย"
"ก็เพราะผมรู้น่ะสิ...ผมถึงต้องทำแบบนี้ ผมไม่อยากให้พี่สูญเสียทุกอย่าง" ผมยังก้มหน้าตอบ รู้สึกเหมือนนัยตาร้อนผ่าว กลัวน้ำตามันจะไหลออกมาอีก
ผมเงยหน้ามองเขา น้ำตาเจ้ากรรมไหลพรากออกมา..."ผมขอโทษ ..ขอโทษครับ ที่ทำให้เรื่องมันลุกลามจนเกือบจะสายไปแล้ว เป็นเพราะผมคิดเอง เออเองคนเดียว"
พี่ซันโน้มตัวมาใกล้ผม แล้วเขาก็โอบกอดผมไว้ โดยไม่แคร์สายตาผู้คนที่อยู่รอบข้าง
"ขอบคุณนะครับ ที่ทำเพื่อพี่ขนาดนี้ แต่น้องซันไม่ต้องเป็นห่วงไปนะครับ
เพราะเงินที่พี่ใช้จ่ายทุกวันนี้ พี่กับไอ้โก้ ไอ้เทน ร่วมหุ้นกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆขึ้นมา รายได้ดี เลี้ยงตัวเองได้
พี่ไม่ได้ใช้เงินของที่บ้านพี่มานานแล้วนะครับ
ถึงพี่จะถูกตัดสิทธิ์อะไรต่อมิอะไร พี่ก็ไม่ได้เสียใจเลย"
ผมกอดตอบเขา พร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลเอ่อออกมา..น้ำตาแห่งความสุข น้ำตาแห่งความรัก
หลายคนในที่นั้นอมยิ้ม เรื่องของเราคงเป็นที่กล่าวขานกันอีกนาน เราโชคดีที่เกิดมาในยุคนี้ ยุคที่ผู้ชายแสดงความรักต่อกันได้อย่างอิสระ มันจึงมิใช่เรื่องที่ใครจะมองว่าแปลกประหลาดอีกต่อไป
---------------------------------------------
พี่เทนไปส่งไอ้เจตน์ที่บ้านผมก่อน คาดว่าพี่เทนคงอบรมไอ้เจตน์เรื่องที่ไม่ยอมบอกความจริงแต่แรกจนไอ้เจตน์หูชาแน่ ส่วนพี่โก้ก็ลากไอ้พีไปช่วยงานที่ร้าน ไอ้พีพอได้ยินว่าจะได้ตังค์จากการช่วยงานก็รีบตามเขาไปเลยเชียว
ส่วนผมพี่ซันลากไปนั่งกินข้าวที่ร้านเดิม บรรยากาศสบายๆ กับเสียงเพลงเบาๆ
"วันนี้แลดูเจริญอาหารจังนะ" ผมแซวหลังจากนั่งมองเขากินอาหารไม่หยุด
"ก็อกขมตรมไหม้มาหลายวันนี่ กินอะไรก็ไม่ลง กลัวภรรยาไปมีชู้" เขาตอบกลับมาหน้าทะเล้น
"เพียะ..." ผมเอื้อมไปตีแขนเข้าให้ "พูดจาอะไรพี่ น่าเกลียด"
พี่ซันอมยิ้ม แล้วก็ตักข้าวกินต่อไป
ผมนั่งนิ่ง นัยตาเหม่อลอยออกไป ผมไม่รู้ว่าจุดจบเรื่องนี้จะเป็นยังไง เมื่อผมไม่ได้ทำตามที่พ่อของพี่ซันขอร้อง
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ "เขาพูดขึ้นเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร "พี่จะคุยกับพ่อให้เรียบร้อย ถ้าพ่อไม่ยอมรับเรื่องของเราสองคนพี่ก็จะออกมาดำเนินชีวิตเอง ทำงานหาเงินใช้เอง"
"แล้วใครจะดูแลคุณพ่อของพี่ล่ะ "ผมแย้ง
"อย่าห่วงไปเลย พ่อพี่มีคนคอยดูแล เอาอกเอาใจสารพัด"
"แต่มันไม่เหมือนกันนะพี่ ใครจะมารักพ่อแม่เรา อย่างจริงใจเหมือนเราล่ะ" ผมแย้งอีก
พี่ซันเงียบไป เขาจ้องผมสักครู่แล้วยิ้มออกมา "พ่อเนี่ยนะ ผ่านชีวิตมามากมาย ทำไมพ่อถึงมองไม่เห็นนะว่าพี่น่ะ หยิบเพชรเม็ดงามที่สุดมาไว้ในมือแล้วแท้ๆ ดันมาบอกให้พี่ทิ้งเพชรไปอีก"
ผมมองหน้าพี่เอ..."อะไรเหรอพี่"
"พี่หมายถึงว่า พี่น่ะมีเฟย์ที่แสนดี น่ารักอยู่แบบนี้ด้วยทั้งคน แต่พ่อกลับไม่รู้เลยว่าเฟย์น่ะแสนดีขนาดไหน"เขาตอบยิ้มๆ
ผมหลบสายเขา...ก็มันเขินนี่นา "พี่ซันก็พูดเกินไป ผมไม่ได้ดีเลิศอะไรแบบนั้นหรอกนะ ผมก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้าน่ะพี่"
พี่ซันนั่งมองผมแล้วเขาก็ยิ้มออกมา ผมหลบสายตาเขาอยู่อย่างนั้น คนบ้า...มานั่งจ้องทำไมก็ไม่รู้ เขินจะแย่...
"สัญญากับพี่นะ ว่าต่อไปนี้ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้น เฟย์ต้องบอกพี่ เราต้องตัดสินใจร่วมกัน เฟย์อย่าทุกข์อยู่คนเดียว พี่มีหน้าที่ดูแลและแบ่งเบาความทุกข์ของเฟย์" เขาบอกพร้อมกับจ้องตาของผม
ผมยิ้มแล้วพยักหน้า พี่ซันยิ้มตอบ
"ไง ซัน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สบายดีไหม"
เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นใกล้ๆโต๊ะเรา ผมกับพี่ซันหันไปมอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายยืนอยู่ข้างๆ เราไม่ทันสังเกตว่าเขาเข้ามาปรากฎตัวตั้งแต่เมื่อไร อาจเป็นเพราะเรามัวแต่ตักตวงความรู้สึกแช่มชื่นกันอยู่โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้าง
พี่ซันมองหน้าชายคนนั้นอย่างพินิจ "โตมร...." พี่ซันเอ่ยชื่อของชายคนนั้นออกมา
"น่าดีใจนะ ที่นายยังจำเพื่อนเก่าคนนี้ได้ ในขณะที่เพื่อนใหม่ของนายก็น่ารักมากๆ" เขาพูดพร้อมหันมายิ้มให้ผม แว่บหนึ่งผมเห็นแววตาแปลกๆจากนัยน์ตาของเขา
"จำได้สิ ไม่เคยลืม..ไม่ลืมเลย แต่ ขอโทษนะ ตอนนี้เราต้องการเวลาส่วนตัว" พี่ซันเอ่ยขึ้น ผมสัมผัสได้เลยว่าเวลานี้ บรรยากาศรอบๆตัวดูอึดอัด ถ้าไม่ทันสังเกตจะรู้สึกว่าทั้งสองคนพูดจาทักทายกันธรรมดา แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรรุนแรงมากกว่านั้น
"แหม..อย่าไปจำเรื่องอดีตอะไรที่มันผ่านไปแล้วเลยน่า ซันจะไม่แนะนำให้เรารู้จัก เพื่อนใหม่ของนายสักหน่อยเหรอ" เขาพูดพร้อมหันมายิ้มให้ผมแบบเป็นมิตร
"ไม่จำเป็น นายไม่จำเป็นต้องมารู้จักน้องเขา และขอร้อง อย่ามายุ่งกับเรา" พี่ซันพูดจาตัดบท และนั่น แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เริ่มปะทุขึ้น
"น้องครับ พี่ชื่อโตมรนะครับ เป็นเพื่อนเก่าของซัน แล้วน้องล่ะครับ น้องชื่ออะไรครับ" เขาหันมาถามผมโดยไม่สนใจที่พี่ซันบอกเมื่อสักครู่ แววตาของเขาทะเล้นน่ารัก ดูไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร
พี่ซันลุกพรวด จนผมตกใจ "เฟย์ กลับบ้านกันเถอะ พี่อิ่มแล้ว ถ้าเฟย์ยังไม่อิ่ม เดี๋ยวพี่แวะซื้ออะไรร้านสะดวกซื้อไปกินกันที่บ้านก็ได้" พลางฉุดร่างผมให้ลุกตาม
"ใจร้ายจังเลยนะซัน เจอหน้ากันไม่ชวนร่วมโต๊ะไม่ว่า แต่เล่นเดินหนีไปเลยแบบนี้มันดูไม่ดีนะ" เขาส่งเสียงมาคล้ายจะต่อว่า แต่ผมก็รู้ว่ามันก็แค่การเย้าแหย่ให้พี่ซันหันไปสนใจเท่านั้นเอง
พี่ซันนิ่ง เขายังคงฉุดมือผม ไปยังเคาน์เตอร์คิดเงิน แต่ก่อนจะออกจากร้านผมได้ยินพี่โตพูดตามหลังมาเสียงดัง
"แล้วเจอกันนะ ซัน"
ผมขึ้นนั่งด้านข้างคนขับ โดยที่พี่ซันรีบขับรถออกไปอย่างเร็วจากบริเวณนั้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เหมือนคนกำลังโกรธอะไรมากๆ แววตาของเขานิ่ง แข็งกร้าว
"พี่ซันครับ ขับช้าๆก็ได้ครับ ผมว่าพี่ขับรถเร็วเกินไปแล้วนะครับ" ผมบอก หลังจากรู้สึกว่าพี่ซันขับรถเหมือนคนกำลังหนีอะไรบางอย่าง บางทีอาจจะเป็นเพราะพี่โตมร เพื่อนเก่าที่พี่ซันไม่อยากเจอคนนั้น
ได้ผล รถนั้นลดความเร็วลงจนเป็นระดับปกติ
การที่เพื่อนเก่าของพี่ซันปรากฎตัวขึ้น และปฏิกิริยาของพี่ซันที่มีต่อเพื่อนคนนั้นมันออกมาในทางลบ ทำให้ผมมั่นใจว่า เขาสองคนคงต้องเคยมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่ไม่ดีต่อกันมาก่อนแน่ ผมอยากจะเอ่ยปากถามพี่ซัน แต่ก็ยั้งใจไว้ คิดว่าเวลานี้คงไม่เหมาะ ถ้าพี่ซันยังอารมณ์คุกรุ่นอยู่ คงได้เป็นเรื่องอีกแน่
"เขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกับพี่" พี่ซันเอ่ยขึ้น หลังจากเรานั่งเงียบกันมาสักครู่ และเขาก็ตอบคำถามที่ในใจผมมันอยากรู้เหลือเกินว่าทำไมพี่ซันถึงได้แสดงความโกรธใส่เพื่อนเก่าคนนี้จนออกนอกหน้าขนาดนั้น (อย่างกับเขาเข้ามานั่งอยู่ในใจของผมอย่างนั้น)
"เราสนิทกันมาก ไปไหนไปกัน เที่ยวด้วยกัน เรียนหนังสือก็คู่คี่กันมาตลอด ตอนนั้นพี่คบกับรุ่นน้องคนหนึ่งอยู่ โตมันก็รู้นะ มันเลยพยายามห่างจากพี่ไป เหมือนมันรู้ว่าพี่ต้องการเวลาส่วนตัวกับ..." เขาหันมามองผมแว่บหนึ่ง
ผมยิ้มให้เขา "ผมไม่ว่าอะไรหรอกน่า..เรื่องแฟนเก่าพี่มันเป็นอดีตไปแล้ว ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผลสักหน่อย"
เขายิ้มออกมาได้ "เฮ้อ...โล่งใจไปเปราะหนึ่ง....งั้นเล่าต่อละกัน พี่กับแฟนพี่ก็มีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่วันหนึ่งพี่ก็ได้รู้ว่า แฟนพี่กับไอ้โตมันแอบคบกันลับหลังพี่ พอพี่ถามไอ้โตก็บอกกับพี่อย่างเจ็บแสบว่า...พี่เป็นควาย มันกับแฟนพี่แอบคบกัน และมีอะไรกันมาตั้งนานแล้ว จริงๆมันเกลียดพี่ แม้พี่กับมันจะหน้าตา อืม..พอๆกัน เรียนก็ไม่ห่างกัน แต่มันก็ไม่เคยเหนือพี่สักครั้ง แค่แกล้งทำดี แกล้งทำเป็นเพื่อนกับพี่ แล้วแอบคบกับแฟนพี่เพื่อมันจะได้เอาชนะพี่สักเรื่อง แล้วมันก็ทำได้ เท่านั้นล่ะ พี่บอกกับมันไปว่า ตั้งแต่นี้ มันไม่ใช่เพื่อนพี่อีกต่อไป และพี่ก็เลิกกับไอ้แฟนหลายใจของพี่ด้วย ตอนนั้นพี่เสียศูนย์ไปพักหนึ่ง เพื่อนก็ทรยศ แฟนก็หักหลัง ไงล่ะ น้ำเน่าดีมะ"
"ไม่เลย.. ชีวิตของคนมันน้ำเน่ากันทั้งนั้นแหละพี่ ดูอย่างผมกับพี่สิ ผ่านเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกันมากมาย สุดท้ายเราก้ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ผมเชื่อว่าความเข้มแข็งจะเอาชนะทุกอย่างได้เสมอ" ผมบอกแล้วยิ้ม
"บอกตรงๆนะเฟย์ ตอนที่เฟย์กับเอเล่นละครหลอกพี่น่ะ พี่นึกในใจว่า พี่คงเป็นควายอีกแล้ว ถึงโดนหลอกซ้ำๆซากๆแบบนี้" เขาหันมาบอกผม
ผมยิ้ม แล้วเอื้อมมือไปจับมือพี่ซัน ที่กำพวงมาลัยรถอยู่ เพื่อเป็นการให้กำลังใจ และให้เขามั่นใจว่า ผมจะไม่ไปไหน เขาปล่อยมือออกมาข้างหนึ่งแล้วจับมือผมแน่น
เราแวะซื้ออาหารร้านสะดวกซื้อง่ายๆ แวะร้านเฟรชมาร์ท เพื่อกลับไปทำอาหารเองที่บ้าน
"โอ้โห ไอ้เฟย์ ซื้ออะไรมาเยอะแยะวะเนี่ย "ไอ้เจตน์อุทานหลังจากเห็นผมกับพี่ซันถือถุงอาหารเข้ามาในบ้าน
"ก็รู้ว่าพ่อครัวเจตน์อยู่น่ะสิ เลยซื้อมาเยอะเลย มึงอยากกินอะไรก็เลือกเลยนะ กูกับพี่ซันอิ่มกันมาแล้วล่ะ" ผมบอกมัน
"กูไปกินร้านป๊าดีก่า เพราะเมื่อกี้ป๊าเพิ่งโทรมาบอกว่า คนแน่นร้านเลย คนเดียวทำไม่ทัน เดี๋ยวสักสองสามทุ่มกูจะกลับมานะ ยังไงก็ฝากพี่ซันดูแลเพื่อนผมด้วยนะ" ไอ้เจตน์พูดพร้อมกับทำแววตาเจ้าเล่ห์
"รีบไปเลยครับน้องเจตน์ ไม่ต้องห่วงน้องซันนะ เดี๋ยวพี่จะดูแลอย่างดี" พี่ซันพูดยิ้มๆ เป็นเชิงเข้าใจความหมายของไอ้เจตน์
"แหมๆ รีบไล่เลยนะพี่ งั้นผมไปล่ะ ยังไงก็ดูก่อนนะว่าเตียงแข็งแรงไหม" ไอ้เจตน์พูดจาทะเล้นใส่
"ไอ้เจตน์ "ผมดุมัน พร้อมมองหาของใกล้มือเพื่อขว้างใส่มัน ไอ้เจตน์รู้ทัน รีบวิ่งออกไป พร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก
"กินอะไรดีล่ะพี่ซัน เดี๋ยวผมทำให้กิน" ผมถาม มือพลางหยิบอาหารถุงนั้นถุงนี้
พี่ซันค่อยๆโอบร่างผมไว้ในวงแขน ศรีษะของผมอยู่ใต้คางของเขา แถวๆท้ายทอยปะทะกับแผ่นอกล่ำนั้น
"พี่ซัน จะกินอะไรรึเปล่า เดี่ยวเฟย์ทำให้กิน" ผมยังคงถามต่อไป ทั้งๆที่ใจเต้นตูมตาม
"อยาก..กิน..เฟย์ ได้ไหมล่ะ" พูดพร้อมกับปล่อยลมหายใจอุ่นๆรดบริเวณต้นคอของผม เล่นเอาผมขนลุกขนชัน มือของเขาเลื้อยไปมาบนหน้าอกของผม เขาเขี่ยยอดอกของผมจากด้านนอกเสื้อเชิ้ตนั้น ด้านล่างของเขาสีอยู่กับก้นงอนของผม ผมรับรู้ถึงความแข็งแกร่งเป็นอย่างดี
เขาจับร่างผมให้หันหน้าไปหาเขา เรายืนเผชิญหน้ากัน ดวงตาของพี่ซันชุ่มฉ่ำหวานเยิ้ม ปากบางนั้นเผยอขึ้นด้วยแรงพิศวาส ร่างกายของผมเองก็ร้อนรุ่มไปด้วย เมื่อมือของเขาสัมผัสเข้ากับทุกส่วนของร่างกาย
มือของเขาล้วงเข้ามาในกางเกงของผมทางด้านหลัง ใบหน้าคมคายของพี่ซันซุกไซ้ไปมาบริเวณต้นคอ และซอกหูของผม ไรหนวดที่เพิ่งแทงขึ้นมา ทำให้สัมผัสนั้นยิ่งวาบหวามขึ้นไปอีก
"พี่ซัน หยุดก่อน....ตรงนี้ไม่ได้...ไปบนห้องผม" ผมบอกเสียงกระเส่า ก่อนที่บริเวณด้านล่างจะกลายเป็นสวนสวรรค์ของเราไปเสียก่อน
เขาหยุด แล้วรีบรั้งร่างผมขึ้นไปยังห้องนอนทันที
เมื่อประตูห้องนอนปิด ร่างของเราทั้งคู่ก็ล้มลงบนเตียงหนานุ่ม ปากอุ่นชื้นนั้น ประกบลงมาบนปากของผม "อืม..........." เสียงครางในลำคอ แสดงถึงความอิ่มเอมในรสชาติของจูบนั้น
มือของพี่ซันปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปทีละชิ้นจนร่างของเขาเปลือยเปล่า จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของผมออกจนหมดเช่นกัน
เขาหยุด แล้วจ้องมองร่างเปลือยของผม
"มองอะไรพี่ ผมอายนะนี่" ผมบอกไปแก้เขิน
"ก็ไม่เคยดูชัดๆสักที ขอชื่นชมภรรยาหน่อยไม่ได้เหรอครับ" เขาพูดจาออดอ้อน
"หืม...ใครเป็นภรรยา ผมไม่ได้ยินยอมเสียหน่อย" ผมท้วง
"พี่ขอโทษนะ ขอโทษที่ข่มเหงเฟย์ โดยที่เฟย์ไม่ได้เต็มใจถึงสองครั้ง งั้น...ครั้งนี้พี่ขอแก้ตัวนะ" พูดจบเขาก็โถมร่างเข้ามาหาผม
ผมไม่ทันพูดอะไร ปากบางสวยนั้นก็ประกบจูบลงมาอีกครั้ง มันนุ่มนวลต่างกับทุกครั้งที่ผ่านมา หวานและดื่มด่ำชุ่มชื่น มือใหญ่นั้นลูบไล้ไปทั่วเรืองร่างของผม โดยเฉพาะบริเวณบั้นท้าย และร่องหลืบนั้น
มือของผม กำอยู่กับน้องชายใหญ่โตของพี่ซัน น้ำใสๆจากเจ้าสิ่งนั้น เหนียวลื่นมืออยู่มากมาย
"อืมมมมมมมมม" เขาคราง พร้อมๆกับซุกไซ้ซอกคอขาวของผม แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาที่ยอดอก
"อาว์ววววววววว" ผมคราง เมื่อริมฝีปากของพี่ซันขบเข้ากับยอดอกของผม ร่างของผมเริ่มสั่น เมื่อความเสียวซ่านนั้นแผ่คลุมไปทั่วร่างกาย
มือของผมก็รูดแก่นกายของพี่เขาไม่หยุด จนพี่เขาต้องจับมือผมให้หยุด ผมมองหน้าเขา ดวงตาฉ่ำเยิ้มนั้นมองตอบกลับมา "อย่าเล่นของพี่เยอะสิครับ เดี่ยวพี่เสร็จก่อนก็แย่สิ" เขากระซิบเบาๆ แล้วหันมาสาละวนอยู่กับร่างกายของผม
ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้ม เหมือนกำลังล่องลอย เมื่อพี่ซันเริ่มใช้บางอย่างทาที่ร่องลับของผม จากนั้น นิ้วใหญ่ของเขาก็สอดเข้ามา
"อ่ะ พี่ซัน...." ผมร้องขึ้น เมื่อนิ้วนั้นสอดเข้ามาลึกขึ้น และเริ่มผวา
"ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรนะครับเฟย์ พี่ขอทดสอบแป๊บเดียวนะ..นะครับที่รักของพี่ ทนหน่อยนะ เวลาพี่ใส่เข้าไปจะได้ไม่เจ็บมากไง นะครับ..." เขากระซิบ พร้อมกับ ดึงนิ้วที่ยัดเข้ามาในช่องลับนั้นเข้า และออก เป็นจังหวะช้าๆ
ผมรู้สึกเจ็บในครั้งแรก...แต่เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ ผมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
"ดีครับ ดีครับ..ที่รักของพี่ อย่าเกร็งนะครับ ปล่อยตัวตามสบาย" เขาโน้มตัวเข้ามาแทรกกลางหว่างตัวผม และเมื่อเขาสอดแก่นกายกำยำนั้นเข้ามา...
"อึ้ก...พี่ซัน...เจ็บ.." ผมร้อง ฟันของผมกัดลงบนริมฝีปากจนเจ็บไปหมด
พี่ซันกอดผม พร้อมกับเริ่มบรรเลงเพลงพิศวาส เขาไซ้ตามซอกคอ ใบหู ใบหน้า เพื่อให้ผมผ่อนคลายมากขึ้น ในขณะที่เขาก็ค่อยๆดันมันเข้ามาช้าๆ และแช่มันไว้ เพื่อให้ร่างกายของผมยอมรับมัน
ผ่านไปสักครู่ เมื่อเขาเห็นว่าผมรู้สึกดีขึ้น การบรรเลงบทเพลงจริงจังจึงเริ่มขึ้น เขาใช้จังหวะนิ่มนวลและบางครั้งก็ดุดัน รวดเร็วแต่บางครั้งก็เนิบช้า
"เฟย์ครับ..เฟย์..พี่..อาว์....ถึงแล้วครับ ถึงพร้อมพี่เลยนะ" และในที่สุดเราทั้งสองคนก็ถึงสวรรค์ไปพร้อมๆกัน
พี่ซันซบร่างอยู่บนตัวผม "พี่ซัน ไปล้างตัวกันเถอะ" ผมเขย่าตัวเขา
"อืม....ขอนอนแป๊บนึงนะ" เขางอแงเหมือนเด็ก
"ไม่เอานะพี่...ไปอาบน้ำก่อน มัน....คาว น่ะพี่" ผมรู้สึกอายเมื่อต้องพูดคำนี้ออกมา
พี่ซันผงกหัวขึ้นมายิ้ม แล้วเริ่มเย้าผม "ทำไม กลัวท้องเหรอ พี่รับเป็นพ่อเองนะ" หน้าทะเล้นใส่ผมซะด้วย
"ตามใจ ถ้าไม่ไปอาบน้ำ ..คราวหน้าอด..."
เท่านั้นเอง เหมือนพี่ซันโดนไม้เรียวหวดแรงๆ เขาเด้งตัวขึ้นจากเตียง แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป ก่อนจะปิดประตูเขาหันมาทะเล้นใส่ผมอีก "ต้องรีบว่ะ เดี๋ยวงวดหน้า อด.." แล้วปิดประตูดัง ปัง...
ผมเดินไปหน้าห้องน้ำ "พี่ซัน ใจคอจะอาบคนเดียวรึไง" ประตูห้องน้ำเปิดออก เราจึงได้อาบน้ำด้วยกัน (แต่ไม่มีรอบสองนะครับ)
หลังอาบน้ำเสร็จ เราสองคนนั่งดูทีวีสักพัก ..พี่ซันต้องการอยู่เป็นเพื่อนผม จนไอ้เจตน์กลับมา
"ขอบคุณนะครับพี่ซันที่อยู่เป็นเพื่อน เพื่อนของผม ดูแลกันท่าไหนน่ะครับเล่นเอาเพื่อนผมยืนแทบไม่ได้เลย" ไอ้เจตน์พูดพร้อมๆอมยิ้ม
พี่ซันได้แต่ยืนยิ้ม เขินอาย "ก็หลายท่าน่ะครับ" ดูเขาสิ ตอบออกมาได้
ผมน่ะ หน้าแดงแปร๊ดเลยมั้ง ทั้งโมโห ทั้งอายไอ้เจตน์ ในขณะที่ไอ้เจตน์ปล่อยเสียงก๊ากดังลั่น
พี่ซันกล่าวลาผมกับไอ้เจตน์แล้วก็ขับรถกลับคอนโดไป
"เจตน์ นอนกันเหอะ กูง่วงมากเลย" ผมบอกพร้อมกับเดินนำไอ้เจตน์ขึ้นไปห้องนอน
"เพลียเหรอเพื่อน สงสัยจะโดนหนัก เห็นพี่ซันบอกว่า..หลายท่า..." ไอ้เจตน์ล้อผม นี่แหละผมยิ่งอายเข้าไปอีก ผมหันไปหามัน มันยังยืนยิ้มแฉ่ง
"เจตน์ กูมีอะไรจะบอกมึง" ผมหันไปบอกมันยิ้มๆ
"โอ้ยยยย เพื่อน อย่าเล่า...อย่าเล่าเรื่องสิบแปดบวกน่ะ เด็กและเยาวชนไม่ควรฟัง" ไอ้เจตน์ยังหน้าทะเล้น แต่แสร้งทำเป็นยกมือปิดหู ไม่อยากฟังเรื่องแบบนั้น
"แต่กูอยากบอกมึงจริงๆนะ มึงช่วยตั้งใจฟังหน่อยเถอะนะ" ผมอ้อนวอนมัน
ไอ้เจตน์มองผม มันยิ้ม "บอกอะไรวะ บอกมาเลยกูรอฟังอยู่ เห็นไหมหูใหญ่เท่าฝาหม้อแล้ว"
"กูอยากบอกมึงว่า...กูขอเตะมึงสักทีเหอะไอ้เพื่อนเวร" พูดจบผมก็ไล่เตะไอ้เจตน์เป็นพัลวัน มันหลบไปได้หวุดหวิด คืนนั้นเสียงหัวเราะของผมกับไอ้เจตน์ดังลั่นบ้านไปเลยทีเดียว
----------------------------------------------------
พี่ซันขับรถมารับผมกับไอ้เจตน์ที่บ้าน ไอ้เจตน์กุลีกุจอรีบวิ่งไปขึ้นรถอย่างรวดเร็วเหมือนกับมันไม่เคยนั่งรถมาก่อน
เมื่อถึงมหาวิทยาลัย รถจอดเข้าที่เรียบร้อย ไอ้เจตน์ก็เปิดประตูลงจากรถคนแรก
"สวัสดีครับน้องเจตน์ พี่มารอรับครับ" พี่เทนส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ยืนยิ้มเผล่อยู่
ไอ้เจตน์มองหน้าพี่เทน แล้วทำหน้ามุ่ย "มารับทำไมเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่ยักกะเคยเห็นมายืนรอรับ"
"ก็อยากเห็นหน้าแฟนแต่เช้านี่ครับ เลยมายืนรอ" พี่เทนยังไม่วาย
"งั้น...อ่ะ....พี่ถือกระเป๋าให้หน่อย วันนี้หนังสือหนาด้วยถือไม่ไหวอ่ะ" ไอ้เจตน์บอกพร้อมยื่นกระเป๋าให้พี่เทน พี่เทนรีบรับมาถือ แล้วแสดงอาการออกมาว่ากระเป๋าของไอ้เจตน์หนักจริงๆ
"รีบไปกันเหอะพี่ ผมมีเรียนนะคาบเช้าอ่ะ" พูดจบมันก็เดินลิ่วๆ นำหน้าที่เทนไป พี่เทนรีบก้าวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว
"มันจะไปกันรอดไหมน่ะพี่ซัน" ผมมองไอ้เจตน์กับพี่เทนอย่างเป็นห่วง
"ไม่ต้องห่วงน่าเฟย์ ไอ้เทนน่ะ เห็นมันทะลึ่งทะเล้นแบบนั้น แต่เชื่อเหอะมันรักใครรักจริงนะ ครั้งที่แล้วมันไปตามจีบน้องปีสอง ซื้อคาร์เนชั่นไปให้เขาหอบใหญ่ๆด้วยนะ แต่น้องคนนั้นไปรับรักคนอื่น ไอ้เจตน์ยืนกัดดอกคาร์เนชั่นจนเหลือแต่ก้านทั้งหอบ น่าสงสารก็น่าสงสาร น่ากลัวก็น่ากลัวนะ" พี่ซันพูดพลางยิ้มขำเพื่อนตัวเอง
"พี่ซันครับ งั้นเฟย์ไปก่อนนะ เฟย์มีเรียนคาบแรกเหมือนกัน แล้วยังไงเย็นๆเราค่อยเจอกันนะครับ" ผมบอกพี่ซัน แล้วรีบเดินไปที่ตึกเรียน
ระหว่างเดินอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"น้องเฟย์ใช่ไหมครับ"
ผมหันไปตามเสียงและก็พบกับผู้ชายคนนั้น พี่โตมร ผู้ชายที่ผมกับพี่ซันเจอที่ร้านอาหาร ผมมองเขาอย่างแปลกใจ ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
"แปลกใจเหรอที่เห็นพี่อยู่ที่นี่ พอดีว่าญาติลูกพี่ลูกน้องของพี่ทำงานอยู่ที่นี่น่ะ พี่แวะเอาของมาให้เขา แล้วก็เลยเดินเล่นในมหาวิทยาลัยที่นี่เสียหน่อย" เขาอธิบาย
"ครับ" ผมรับคำสั้นๆ ก่อนจะพาร่างเดินออกไปจากตรงนั้น
"เดี่ยวสิครับ" เขารีบวิ่งมาดักข้างหน้าผม ตัวเขาไม่หนาเท่าพี่ซัน แต่ก็สูงกว่าผมอยู่ดี "คุยกับพี่ก่อนสิครับ รีบอะไรนักหนาครับยังไม่ได้เวลาเรียนเสียหน่อย หรือไม่อยากคุยกับพี่ครับ"
ผมมองหน้าเขา อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า ผมรู้สึกรังเกียจเขา แม้สิ่งที่เขาจะทำกับพี่ซันมันจะเป็นอดีตไปแล้ว แต่มันก็คือความผิดอยู่ดี ผมขยะแขยงเขามากจนไม่อยากแม้จะเสวนากับเขาด้วยซ้ำ
"น้องเฟย์นี่ น่ารักจังนะครับ มีใครเคยบอกไหมว่าตาของน้องเฟย์สวยมากๆ แล้วก็ปากบางๆของน้องเฟย์นี่ ถ้าพี่มีวาสนาก็น่า...." เขาทำท่าจะก้มลงมาจูบผม ผมจึงก้าวถอยหลังหลบเขา
"พี่จะทำอะไร พี่ให้เกียรติสถานที่หน่อยครับ และกรุณาให้เกียรติผมด้วย" ผมพูดจา เสียงดุดัน
พี่โตมรยิ้ม "พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย แต่ถ้าให้บอกตรงๆล่ะก็ น้องเฟย์เนี่ยดู....ยั่วยวน..ชะมัดเลยล่ะครับ"
ผมเกลียดสายตาของเขาที่มองผมตอนนี้ เขามองผมเหมือนกับจะทะลุเสื้อผ้าให้ได้ยังไงยังงั้น ผมอยากจะเอาหมัดฟาดใส่หน้าเขาสักเปรี้ยงให้เขาได้รู้ว่า คนบางคนก็ไม่ได้ง่ายเหมือนใจเขาคิด
"ผมจะต้องไปเข้าเรียนแล้วครับ ไปช้าเดี๋ยวที่นั่งดีๆไม่มี ขอตัวนะครับ" ผมพูดแล้วเบี่ยงตัวหลบเพื่อเดินออกมา
จังหวะนั้นเองพี่โตมรเอาแขนของเขากระหวัดรัดร่างผมไว้ ผมตะลึงสักครู่ ก่อนที่จะดิ้นให้ตัวหลุดออกมาจากอ้อมแขนของเขา แต่ก่อนหน้านั้น เขากดจมูกของเขาลงบนแก้มของผมไปครั้งหนึ่งแล้ว
ผมยืนจ้องหน้าเขา "มันจะมากไปแล้วนะ ผมไม่ได้ง่ายเหมือน..." ผมชะงัก เกือบจะหลุดออกไปแล้วว่า ผมไม่ได้ง่ายเหมือนแฟนเก่าพี่ซันนะ แต่เหมือนเขาจะรู้
"ไม่ได้ง่ายเหมือนแฟนเก่าไอ้ซันหรือครับ โอ..น้องเฟย์ครับ คนแบบนั้น ได้ง่ายๆแบบนั้นมันไม่สนุกหรอกครับ ชั่วครู่พี่ก็เบื่อแล้ว แต่น้องสิน่าสนใจกว่า ยิ่งได้ยาก..พี่ก็ยิ่งอยากได้ ยิ่งเป็นของไอ้ซัน พี่ยิ่งอยากจะแย่ง"
"พี่นี่เลวสุดขั้วนะ แทบจะเรียกว่าชั่วเลยก็ได้ มีดีแค่หน้าตา กรุณารักษานิสัยเลวๆให้ดีเหมือนหน้าตาสักหน่อยเถอะครับ" ผมพูดจบก็เดินหนีเขาไปโดยไม่รู้เลยว่า แววตาของพี่โตมรที่มองผมนั้น เหมือนกับเสือที่หิวเหยื่อพร้อมขย้ำเหยื่อเนื้ออ่อนๆอยู่ตลอดเวลา
"ยิ่งได้ยากก็ยิ่งน่าแย่ง ไอ้ซัน..กูจะแย่งแฟนมึงให้ได้อีกครั้ง กูเกลียดมึง ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนกูก็ยังเกลียดมึง"
ผมรีบเดินเข้าไปยังห้องเรียน ใจนึกเคืองพี่โตมรที่ทำอะไรไม่ให้เกียรติผม พี่ซันอาจจะเป้นคนรุนแรงก็จริง แต่ไม่เคยทำอะไรเลวร้ายโจ่งแจ้งแบบนี้ ผมคงจะต้องระวังพี่โตมรเอาไว้ให้มากเสียแล้ว
ออดคาบสุดท้ายดังขึ้น ผมเก็บอุปกรณ์การเรียนทั้งหมดลงใส่กระเป๋า เพื่อนๆที่เรียนด้วยกันเดินออกจากห้องไปหมดแล้ว ผมเดินออกมาเป็นคนสุดท้าย และรีบก้าวเท้าให้ไวเพื่อไปยังที่จอดรถของพี่ซัน
"น้องเฟย์ครับ เลิกเรียนแล้วเหรอครับ" เสียงคุ้นหูเสียงเดียวกับเมื่อเช้าดังขึ้น
ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มบนใบหน้านั้นยืนอยู่บริเวณลานกว้างของตึก ถ้าใครหลงไหลรูปหล่อๆกับแววตาขี้เล่นนั้นคงได้กลายเป็นเหยื่อทุกข์ใจไปนานแน่ แต่ผมรู้ธาตุแท้ของเขาแล้ว แน่นอน..ผมจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของเขาเด็ดขาด
ผมทำทีเป็นไม่ได้ยิน รีบเดินออกไปจากตรงนั้น แต่....เขาไวกว่าที่คว้าข้อมือผมไว้ได้
"อย่าเพิ่งไปสิ แค่คุยกับพี่แป๊บเดียวเอง" เขาพูดในขณะที่ผมหันกลับมาเผชิญหน้าเขา
"พี่โตมร ปล่อยผม...ผมรีบ...ผมมีธุระ" ผมบอกเขาออกไป แต่ไม่ยอมบอกว่าผมจะรีบไปไหน
"รีบ?....มีธุระ?...กับซันเหรอครับ ไม่เอาน่า น้องเฟย์อย่าทำท่ารังเกียจพี่แบบนั้นสิครับ เราคุยกันแป๊บหนึ่ง เพื่อเราจะได้รู้จักกันได้ดีขึ้นนะครับ" เขาพยามใช้สองแขนดึงร่างผมเข้าไปกอดไว้ แต่ผมแข็งขืนตัวเต็มที่
"เฮ้ย..พี่โตมร พี่จะทำอะไรวะ พี่จะคุยก็คุยดิ แล้วจะมากอดมารัดผมทำไม" ผมใช้มือดันร่างเขาออก ในขณะที่เขาก็พยายามรวบร่างของผมเข้าไปไว้ในอ้อมกอดของเขา
"พี่ไม่อยากพูดตรงนี้น่ะครับ เราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีไหม" เขาค่อยๆคลายวงแขนออกเมื่อผมรับปากว่าผมจะคุยกับเขา
"ไม่เอา..ผมบอกตรงๆว่าผมไม่ไว้ใจพี่ ขนาดคนเยอะแยะพี่ยังทำกับผมขนาดนี้ ถ้าที่ลับตาคนพี่ไม่ทำมากกว่านี้เหรอ"
"น้องเฟย์กลัวพี่จะทำอะไรหรือครับ...พี่ไม่ทำอะไรหรอกครับ มาเถอะครับ" เขาพยามกระชากร่างของผมให้ตามเขาไป ผมเองก็พยายามแข็งขืนสารพัด และเกือบจะสู้แรงเขาไม่ได้
"เฟย์...." พี่เอราวัตรเรียกชื่อผมดัง ทำให้พี่โตมรหยุดการกระทำนั้น ผมเองก็รู้สึกดีใจที่พี่เอมาได้จังหวะเหมาะพอดี ผมดิ้นออกมาจากพี่โตมรได้สำเร็จ แล้วเดินลิ่วๆตรงไปหาพี่เออย่างเร็ว
"เป็นอะไรหรือเปล่าเฟย์ พี่มองอยู่ครู่หนึ่งแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น" พี่เอถามผม แต่ตาของเขาจ้องตรงไปที่พี่โตมร ที่ตอนนี้ยืนยิ้มมาทางเราเหมือนไม่รู้สึกละอายเลยสักนิด
"ไม่มีอะไรหรอกพี่เอ เราไปจากตรงนี้กันเถอะ ป่านนี้พี่ซันคงรอผมแย่แล้ว" ผมพูดพร้อมกับดึงมือพี่เอให้เดินไปด้วยกัน
พี่เอยอมเดินตามผมมา แต่ก็เหลียวกลับไปมองพี่โตมรเหมือนอยากจะเอาเรื่อง
"มันเกิดอะไรขึ้นน่ะเฟย์ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ดูจากเครื่องแบบก็ไม่ใช่เด็กมหาลัยเดียวกับเรา ทำไมเขามายุ่มย่ามกับเฟย์ได้ล่ะ" พี่เอถาม หลังจากเราเดินมาด้วยกันได้ครู่หนึ่ง
"เพื่อนเก่าพี่ซันน่ะ...ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าศัตรูเก่า" ผมตอบไป
"ศัตรูเก่า...อย่างนี้ก็แย่สิ เขาอาจจะคิดเล่นงานซันผ่านเฟย์ก็ได้นะ" พี่เอบอก
ผมมองหน้าพี่เอ "เขาจะเล่นงานเฟย์ยังไงล่ะพี่เอ"
"ก็ถ้าเขารู้ว่าซันรักเฟย์มาก เขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ซันเจ็บปวดใจน่ะสิ และถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับเฟย์ ซันต้องเจ็บเจียนตายแน่ เพราะการที่เกิดอะไรที่ไม่ดีกับคนที่เรารักน่ะ มันสาหัสยิ่งกว่าเกิดกับตัวเราซะอีก เฟย์ต้องระวังคนคนนั้นให้ดีๆนะ"
เราเดินคุยกันมาเรื่อยๆจนมาถึงที่จอดรถ พี่ซันยืนยิ้มรอผมอยู่
"วันนี้มีคนมาส่งด้วยนะแฟนเรา ไงเอ สบายดีไหม แล้วมาด้วยกันได้ไงเนี่ย"
"ไปเจอลูกแกะ จะถูกหมาป่าขย้ำน่ะสิ"พี่เอบอกพี่ซัน
พี่ซันทำคิ้วขมวด เหมือนไม่เข้าใจ
"พี่โตมรมาที่นี่น่ะพี่ ผมเจอกับเขา แล้วก็...." ผมหยุดเพื่อชั่งใจว่าจะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นดีหรือไม่
"เฟย์เกือบถูกไอ้บ้านั่นรังแกน่ะ" พี่เอราวัตรเป็นคนบอกเสียเอง
พี่ซันจากที่ยิ้มเมื่อกี้เปลี่ยนมาเป็นหน้าบึ้ง และกลายเป็นโกรธทันที "มันอยู่ไหน จะต้องจัดการมันเสียที" พูดจบก็ทำท่าจะเดินไปจากตรงนั้น แต่พี่เอรั้งเขาไว้
"อย่าเลยพี่ซัน อย่ามีเรื่องในมหาลัยนะ เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรหรอก เขาไม่ได้ทำอะไรเฟย์" ผมรีบบอกเขา เพราะกลัวเรื่องจะใหญ่โต
พี่ซันสงบใจลง แล้วหันไปหาพี่เอ "ขอบใจเอมากนะที่ช่วยเฟย์ แล้วพามาหาเรา"
พี่เอยิ้ม "นายต้องดูแลเฟย์ดีๆหน่อยนะ เพราะไม่รู้ว่าไอ้โตมรนั่นจะมาไม้ไหน เป้าหมายของมันตอนนี้คงกะหาทางเล่นงานเฟย์เพื่อทำลายนายแน่ๆ"
"ถ้ามันทำอะไรเฟย์มันตายแน่" พี่ซันพูด แววตาของเขาแข็งกร้าว ดุดัน
"ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกพี่เอ กลับกันเถอะครับ ไอ้เจตน์มันโทรมาบอกว่าเดี๋ยวพี่เทนจะไปส่งมันที่บ้าน" ผมรีบตัดบท เพราะรู้นิสัยพี่ซันดีว่าถ้าพี่ซันโมโหขึ้นมา ใครก็เอาไม่อยู่
"ไม่นะ พี่จะต้องจัดการไอ้โตซะก่อน" พี่ซันยังดึงดัน
"อย่าเลยซัน มีเรื่องในมหาลัยมันไม่ดีหรอก อีกอย่างหนึ่งตอนนี้ไอ้เจ้าโตอะไรนั่นมันคงไปไหนๆแล้วล่ะ เราว่านายรีบพาเฟย์กลับบ้านไปก่อนเถอะ" พี่เอช่วยพูด
นั่นทำให้พี่ซันสงบลง เขาหันมาเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่ง ผมมองพี่เอเป็นการขอบคุณแล้วรีบก้าวขึ้นรถตามพี่ซันไป
อีกมุมหนึ่งโตมรยังจับตามองอยู่อย่างเงียบๆ "นึกหรือว่าจะหนีพี่พ้นน้องเฟย์...ไอ้ซันกูจะทำให้มึงเจ็บมากกว่าครั้งที่ผ่านมาเสียอีก"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น