ผมไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยมาสองวันแล้ว เนื่องจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย เนื้อตัวร้อนรุมไปหมด หายามากินก็ช่วยให้อาการทุเลาลงไปบ้าง และดีขึ้นมาก
ผมโทรหาไอ้เจตน์ ...ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้น มันก็ยังไม่ยอมรับสายผม ผมเดาว่ามันคงรู้สึกแย่ (และเจ็บ) พอๆกับผม
พี่ซันก็โทรมาหาผมเหมือนกัน แต่ผมไม่ยอมรับโทรศัพท์ เขาจึงขับรถมาหาผม และตะโกนเรียกผมที่หน้าบ้าน แต่ผมก็นิ่งเฉยเสีย จนเขาขับรถกลับไป
ผมรู้สึกว่าโลกมันเคว้งคว้าง เงียบเหงา ถ้าพ่อกับแม่อยู่ด้วย ผมคงไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าทั้งสองคนรู้ว่าลูกชายตัวเอง ถูกผู้ชายด้วยกัน....ข่มขืน...ท่านคงเสียใจมาก
"เมี้ยวววววว" ไม่ใช่เสียงแมวที่ไหนหรอก เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น และคนที่โทรมาคือไอ้พี ผมกดรับโดยเร็ว
"ไงไอ้พี วันนี้นึกยังไงโทรมาหากูเนี่ย" ผมกรอกเสียงลงไป
"พวกมึงไม่สบายทั้งคู่เลยเหรอวะ ทั้งมึงทั้งไอ้เจตน์ ไม่มาเรียนกันสองวันแล้วนะโว้ย" ไอ้พีบอก
"ไอ้เจตน์ด้วยเหรอวะ" ผมทวนคำถาม
"ใช่ดิ เออ กูมีเรื่องพี่ซันจะเล่าให้มึงฟังว่ะ มึงรู้ข่าวที่พี่ซันไปมีอะไรกับไอ้แม็กซ์ในห้องกีฬาป่ะวะ"
"อืม" ผมตอบรับไปสั้นๆ แล้วลุ้นว่าไอ้พีจะเล่าอะไรต่อ
"พี่ซันแกตามหาตัวคนปล่อยข่าวว่ะ จริงๆแล้วไม่ใช่ใครหรอก ไอ้เหี้ยแม็กซ์อ่ะแหละเป็นคนปล่อยข่าวเอง มันอยากเป็นเจ้าของพี่ซันว่ะ แม่งจุดใต้ตำตอโคตร" ไอ้พี่เล่าอย่างออกรสออกชาด
"แล้ว...เกิดอะไรขึ้นวะ.." ผมถามและร่วมลุ้นไปด้วย
"พี่ซันซัดไอ้แม็กซ์ลงไปกองต่อหน้าคนเยอะๆด้วย แล้วก็บอกทุกคนว่าไอ้แม็กซ์ร่านไปให้เขาแทงเอง พร้อมกับขู่เขาสารพัด ตอนนี้นะไอ้แม็กซ์มันเป็นฝ่ายอายไปแล้ว คนที่ไม่ชอบในความหยิ่งของมันพากันสะใจมัน เพื่อนฝูงก็ห่างมันออกมา ไม่มีใครอยากคบไอ้แม็กซ์แล้วว่ะ" ไอ้พีเล่า
"แล้วพี่ซันเป็นยังไงบ้างกับ..เรื่องนี้น่ะ" ผมถามต่อ ใจก็เต้นโครมคราม
"ไม่อยากเชื่อว่ะ ตอนแรกแกป๊อบเฉพาะในหมู่สาวๆ แต่ตอนนี้แกป๊อบในหมู่เกย์ กะเทยไปด้วยแล้วว่ะ ฮ่าๆๆๆ" ไอ้พีเล่าพลางหัวเราะ
"แล้วมึงจะมามหาลัยเมื่อไรเนี่ย หยุดเรียนหลายวันไม่ดีนะ เดี๋ยวเรียนไม่ทัน มึงตามไอ้เจตน์ให้ด้วยนะ กูโทรไปมันก็ไม่ยอมรับสาย เดี๋ยวกูไปซื้อของกับแม่ที่ตลาดก่อนนะ มึงดูแลตัวเองดีๆแล้วรีบมามหาลัยล่ะ แล้วเจอกันว่ะ" มันพูดอยู่ฝ่ายเดียวแล้ววางสายไปเลย
นับตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนที่เกิดเรื่องผมก็ยังไม่ได้คุยกับไอ้เจตน์เลย ผมคิดว่าถ้าผมโทรไปอีก มันก็จะยังไม่รับสายอยู่ดี มีทางเดียวที่จะได้คุยกันให้ชัดเจนไปเลยคือ ผมต้องไปหามันที่บ้านเท่านั้น ผมตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัว จุดหมายปลายทางคือบ้านไอ้เจตน์...
"สวัสดีครับป๊า ผมมาหาไอ้เจตน์ครับ มันอยู่ไหมครับ" ผมยกมือไหว้ป๊าจอนพ่อของไอ้เจตน์ แก้ยิ้มให้ผม
"เจตน์ไม่สบายสองวันแล้ว ตอนนี้อยู่บนห้อง ยังไงลองไปดูมันหน่อยนะลูก ป๊าเป็นห่วงมัน เพราะมันกินข้าวอย่างกับแมวดมแค่นั้นเอง เดี๋ยวอาการจะยิ่งแย่ลงไปอีก"
ผมรีบเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องนอนของไอ้เจตน์นั่นเอง
"ก๊อกๆๆๆ" ผมเคาะประตู และรอสักครู่ ประตูก็ถูกเปิดออก ไอ้เจตน์มองผม
"มึงมาทำไม" เสียงมันบ่งบอกถึงความไม่พอใจเป็นอันมาก
"กูมาเยี่ยมมึง ไอ้พีบอกว่ามึงไม่ไปมหาลัยมาสองวันแล้ว มึงอาจจะไม่สบาย มึงเป็นไรมากป่ะวะ" ผมถามมัน ทั้งที่ผมรู้ดีว่าอาการของมันหนักไม่ต่างไปจากผม
มันหันมามองผม แววตาแค้นเคือง ไอ้เจตน์ไม่เคยมีปฏิกิริยากับผมแบบนี้เลย แต่วันนี้มันเปลี่ยนไป
"เพราะมึงแหละไอ้เฟย์ มึงทำให้กูต้องพบเจอกับเรื่องบ้าๆแบบนี้" มันเสียงดังใส่ผม
"กูเสียใจเจตน์ กูขอโทษ กูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเลวร้ายแบบนี้ แต่ทุกอย่างมันเป็นความเข้าใจผิดและคิดไปเองของพี่ซัน เขานึกว่ากูเป็นคนคายความลับของเขา เขาเลยทำแบบนี้ แล้วกู..." ผมละอายใจจนต้องก้มหน้า หลบจากสายตาของมัน "กูเสียใจที่มึงต้องติดร่างแหไปด้วย " น้ำเสียงผมสั่นเครือ
น้ำใสๆคลออยู่ที่สองตาของมัน ก่อนจะค่อยๆไหลรินร่วงลงมา "กูเจ็บ กูแค้น กู...กูโดน..."
"กูรู้เจตน์ กูก็เหมือนมึง...กูโดนพี่ซัน...ข่มขืน" มันพูดยาก ผมไม่อยากเอ่ยถึงคำนั้น แต่ก็ต้องพูดมันออกมา แม้มันจะสะกิดให้แผลใจเปิด แต่ผมก็ต้องพูด ผมรู้สึกผิดเหลือเกินที่ดึงไอ้เจตน์เข้ามาพัวพันและรับผลของการกระทำจากไอ้คนใจร้ายพวกนั้น
"มึงก็โดนด้วยเหรอ" มันถามซ้ำและจ้องผมตรงๆ มันเหมือนไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับผมและมันไปพร้อมกันอย่างนี้
ผมพยักหน้า "กู ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้นะเจตน์ กูไม่ได้อยากให้มึงมีชะตากรรมแบบนี้ แต่กูไม่ปฏิเสธว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของกู ถ้าวันนั้นกูไม่ไปรู้ไปเห็นเรื่องพี่ซันกับไอ้แม็กซ์วันนี้เราสองคนคงไม่มีสภาพแบบนี้ ฮือๆๆๆ" ผมร้องไห้ออกมายกใหญ่
ไอ้เจตน์นั่งนิ่ง แล้วจากนั้นมือของมันก็เอื้อมมาปาดน้ำตาให้ผม แต่น้ำตาเจ้ากรรมมันไม่หยุดไหล มันไหลออกมาเรื่อยๆแม้ผมพยายามสะกดกั้นมันเพียงใด
"อย่าร้องไห้นะ ไอ้เฟย์กูเชื่อมึง กูรู้จักมึง เราจะลืมเรื่องนี้ เราจะไม่ไปวุ่นวายกับพวกเขาอีก เราจะตัดขาดกับพวกเขา ในเมื่อสิ่งที่เสียแล้วมันกลับคืนมาไม่ได้ เราก็ต้องลืมมันแล้วเดินหน้าต่อไปนะ กูจะเป็นเพื่อนมึงตลอดไป" ไอ้เจตน์ปลอบผม
น้ำตาผมค่อยๆหยุดไหล "กูขอบใจเจตน์ ขอบใจที่มึงเข้าใจกู"
ไอ้เจตน์หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ผม "มึงนี่มันก็ขี้แยนะ เห็นกวนตีนแบบนี้ก็เหอะ เดี๋ยวกูไปหยิบผ้าเช้ดหน้าให้ มึงไปล้างหน้าในห้องน้ำกูก่อน เดี๋ยวป๊าเห็นมึงในสภาพนี้ มีหวังสอบสวนกันไม่จบไม่สิ้น" ไอ้เฟย์พูด
"อ๊ะ.." มันร้องหลังจากยันกายขึ้น ผมมองมันอย่างห่วงใย "กูไม่เป็นไรมากหรอก ดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้ก็ไปมหาลัยได้แล้ว แค่ยังเจ็บ...ตรงนั้น..นิดหน่อยว่ะ แหะๆ" ไอ้เจตน์กลับมาเป็นไอ้ทะเล้นคนเดิม ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจที่มันหักดิบความเศร้าได้รวดเร็วเช่นนี้
ผมล้างหน้าล้างตาเสร็จก็คุยกับมันอีกพักหนึ่ง และสัญญากันว่า พรุ่งนี้ต้องโผล่หน้าไปมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะเราหยุดมาสองวันแล้ว การเรียนคงเดินหน้าไปเรื่อย ๆ ถ้าเราหยุดนาน การเรียนอาจจะเสียหาย
ผมเดินลงมาโดยที่มีไอ้เจตน์ตามออกมาส่งหน้าร้าน ผมยกมือไหว้ป๊าจอน แกยิ้มเป็นเชิงรับ ผมจึงเดินทางกลับบ้าน
เช้านี้อากาศดีจัง ผมยืนรอไอ้เจตน์ที่หน้ามหาวิทยาลัย สักครู่ไอ้เจตน์ตาโตก็เดินยิ้มเข้ามาทักทายผม
"เฮ้อ หยุดไปตั้งสองวันคิดถึงมหาวิทยาลัยว่ะ" ไอ้เจตน์บอก
"ทีเมื่อก่อนกูเห็นมึงบ่นอิดออดว่าไม่อยากจะมาเล้ยยย ตอนนี้กลับรักมหาลัยซะงั้น"ผมว่ามันไป
"นี่ๆๆๆ ไอ้เฟย์ กูน่ะรักมหาลัยจะตาย แต่ที่บ่นๆน่ะ ก็แค่อยากระบายแค่นั้นแหละว่ะ" ไอ้เจตน์ตอบยิ้มๆ
"น้องเฟย์ หายป่วยแล้วเหรอครับ" เสียงคนคุ้นหูทักทายขึ้น ผมมองไปตามเสียงก็พบเข้ากับคนที่ผมไม่อยากเจอที่สุด ผู้ชายที่มันทำระยำตำบอนกับผม..... ไอ้พี่ซัน
เขาเดินเข้ามาใกล้ผม และยิ้มให้อย่างอ่อนโยน "เรียนตึกไหนครับ พี่เดินไปส่งนะ"
ผมนิ่ง ไม่ตอบโต้อะไร ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
"เจตน์ กูว่าเราเข้ามหาลัยเหอะว่ะ กูเหม็นอะไรแถวนี้ก็ไม่รู้ ได้กลิ่นแล้วกูจะอ้วก" ผมลากไอ้เจตน์ผ่านประตูมหาวิทยาลัยเข้าไป
หลังเลิกเรียน ผมนัดไอ้เจตน์ไว้ที่ม้านั่งข้างตึกวิทย์ (ก็ไอ้เจตน์มันเรียนวิทย์ และวันนี้มันเลิกทีหลังผม) ในมือผมถือนิยายแฟนตาซีอ่านฆ่าเวลาเล่มหนึ่ง เพื่อรอไอ้เจตน์
ม้านั่งตรงนี้เงียบสงบ อีกทั้งนักศึกษาส่วนใหญ่ก็ทยอยกลับกันจนจะหมดแล้ว จึงไม่มีใครค่อยเดินผ่านมาด้านนี้
เงาของใครคนหนึ่งทาบทับมาบนหน้าหนังสือ ผมเงยหน้าขึ้นมอง
ไม่อยากจะเชื่อ พี่ซันยืนยิ้มให้ผม "อ่านหนังสืออะไรครับ สนุกไหม แนะนำพี่หน่อยสิ"
ผมนิ่งไม่ตอบโต้ ไม่หันมามอง พยายามไม่คิดว่าเขามีตัวตนอยู่ตรงนั้น ผมอยากจะทดสอบความอดทนของเขาดู ว่าเขาจะอดทนต่อความนิ่งเฉยของผมได้นานแค่ไหน
แต่แล้ว...หนังสือของผมถูกกระชากจากมือ "มึงทำไมไม่พูดกับกู กูทำผิดไปแล้ว กูขอโทษมึงแล้ว ทำไมมึงใจแข็งนัก"
"พี่อยากอ่านหนังสือเหรอ เอาไปอ่านสิ นั่นคงทำให้พี่ฉลาดขึ้นนะ แล้วถ้าพี่กินปลาเสียบ้างอาจจะไม่เป็นไอ้หน้าโง่เหมือนวันนี้" พูดจบผมคว้าเป้ขึ้นมาสะพาย แล้วจะก้าวเท้าออกไปจากตรงนั้น
แต่ข้อมือของผมก็ถูกคว้าไว้อย่างทันควันจนผมต้องหันหน้ามาเผชิญกับเขา..!
"มึงอย่าทำให้กูโกรธ ถ้ากูโกรธมึงจะโดนแบบวันนั้น หรือมึงอยากโดนอีก มึงไม่เข็ดใช่ไหม รึอยากจะแกล้งยั่วกู มันได้ผลนะ ตอนนี้กู...มีอารมณ์แล้วสิ" เขากระซิบข้างหูผม
"ไอ้โรคจิต" ผมจ้องมองเขาตอบ ผมไม่หวั่นกลัวเขาเช่นเมื่อก่อน เพราะผมไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว
"แต่มึงก็ครางเพราะคนโรคจิต มึงรู้ไหม เวลามึงจะเสร็จเนี่ย เสียงครางของมึงโคตรเซ็กซี่เลยว่ะ"
ผมรู้สึกเหมือนโดนตบจนหน้าชา หน้าผมแดงไปด้วยความโกรธและความอาย สุดจะระงับใจตัวเองอยู่ ผมกระชากมืออย่างแรงเพื่อให้หลุด และมันก็หลุดแต่เขาพยายามจะจับผมไว้ ผมยกกระเป๋าเป้ฟาดใส่ แต่เขาก็หลบและใช้สองแขนโอบร่างของผมไว้ จมูกเขาชิดกับต้นคอผม เขาใช้จมูกโด่งนั้นกดลงมาบนแก้มผม
จังหวะนั้นเอง...!!!!!
"ว้ายยยยย พี่ซัน พี่ซันกับใครอ่ะ" เสียงเด็กกลุ่มหนึ่งตะโกนมา ผมคิดในใจ ฉิบหายล่ะ
เด็กกลุ่มนั้นรีบวิ่งเข้ามาใกล้ บางคนกดกล้องจากโทรศัพท์มือถือ บางคนกดถ่ายวีดีโอ ผมพยายามหลบหน้าไม่ให้ถูกถ่ายใบหน้าได้ ผมอาย ผมกลัว กลัวพ่อกับแม่จะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น
ผมยกประเป๋าเป้บังตัวเองไว้ พร้อมกับหันหน้าหลบไปทางอื่น
พี่ซันมองผม เขาเดินมาบังร่างของผมไว้เพื่อป้องกันการถ่ายรูปและวิดีโอจากเด็กกลุ่มนั้น
"ไม่ครับ ไม่ให้ถ่ายนะครับ ตอนนี้แฟนผมยังไม่พร้อมนะครับ อย่าเพิ่งถ่ายเลยนะครับ" เขาส่งเสียงห้ามเด็กๆ แล้วโอบใบหน้าผมชิดแนบกับแผงอกของเขา แต่เด็กกลุ่มนั้นก็ยังไม่ยอมหยุด
แปลกนะ ในเวลาแบบนี้ แทนที่ผมจะโกรธเขา ที่เขาแตะต้องผมจนใกล้ชิดขนาดนี้ แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นใจที่เขาเลือกที่จะปกป้องผมไว้ด้วยอ้อมแขนและแผ่นอกของเขา
"บอกว่าเป็นแฟนกันด้วย ไหนคะ ขอดูหน้าแฟนพี่ซันหน่อยสิคะว่า หล่อน่ารักขนาดไหน นะคะ" หนึ่งในเด็กกลุ่มนั้นทำท่าเหมือนจะก้าวเข้ามาใกล้ผม แต่...
"น้องครับพี่ขอร้องนะครับ แฟนพี่เขาขี้อายครับ เขาไม่อยากให้ถ่ายรูปนะครับ ถ้าน้องๆยังไม่หยุดได้เจอดีกันครับ"เขาพูดเสียงดังกึ่งตวาด
ได้ผล โทรศัพท์ทั้งหลายถูกเก็บลงกระเป๋าของเด็กพวกนั้น แต่ละคนหน้าตาซีด เพราะทุกคนรู้จักอำนาจของพ่อพี่ซันดีทั้งนั้น
เขากระซิบข้างหูผม "ถ้ามึงไม่อยากอับอายไปมากกว่านี้ก็มากับกู"
"แต่ผมนัดไอ้เจตน์ไว้ ถ้ามันลงมาไม่เจอผม เดี๋ยวมันจะรอเก้อ" ผมกระซิบตอบ
"ไปกับกูก่อน มึงไม่เห็นรึไง อีเด็กพวกนี้มันจ้องอยากจะเห็นหน้ามึง กูอยากจะช่วยมึงแต่มึงต้องร่วมมือกับกู เรื่องเพื่อนมึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูให้ไอ้เทนมารอมันเอง"
ผมหูผึ่ง เมื่อได้ยินชื่อพี่เทน ก็พี่เทนคนนี้แหละที่ทำระยำตำบอนกับไอ้เจตน์เอาไว้ มันคงจะอยากเจอหรอก
"ไม่เอาพี่เทน....... ขืนไอ้เจตน์เจอกัับพี่เทน ได้เป็นเรื่องอีกแน่ๆ"ผมบอก
"เออน่ะ อะไรจะเกิดต้องเกิดว่ะ เราไปกันก่อนที่อีเด็กเวรคนใดคนหนึ่งมันจะหยิบกล้องมาแอบถ่ายมึงกับกูไปมากกว่านี้" เขากึ่งประคองกึ่งลากผมไป ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของเด็กกลุ่มนั้น
ห่างออกมาพอสมควร ผมผละออกจากพี่ซันแล้วเดินจ้ำเร็วๆ เพื่อหนีห่างจากเขา
"มึงจะรีบไปไหนวะ" เขาถามไล่ตามหลัง และเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อตามผม
ผมเห็นอย่างนั้น ก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก จนกลายเป็นวิ่งหนีเขา ผมวิ่งเลี้ยวหลบตรงมุมตึกของคณะมนุษยศาสตร์ แล้วเดินฉิวเข้าไปหลบในห้องน้ำ
ผมเลือกห้องน้ำว่างๆห้องหนึ่ง ปิดประตูลงกลอน แล้วพยายามเงียบเสียงให้มากที่สุด
เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้องน้ำ เสียงพูดคุยอื้ออึงของเด็กกลุ่มนี้ดังได้สักพัก แล้วก็เงียบหายไป พร้อมกับการจากไปของพวกเขา
สักครู่เสียงคนเดินเข้ามาในห้องน้ำก็ดังขึ้นอีก เสียงนั้นเหมือนกับกำลังเดินสำรวจอะไรต่อมิอะไร และผมเองก็รู้สึกถึงการดันประตูของใครสักคน "เมี้ยวววววววว" เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ผมรีบกดปุ่มตัดสาย แล้วก็ได้ยินเสียงคนหัวเราะอยู่ตรงหน้าห้องของผม
"น้องเฟย์ครับ ออกมาได้แล้ว ถ้าไม่ออกมาพี่จะล็อกประตู้ด้านนอกห้องน้ำ แล้วปล่อยให้น้องดมกลิ่นขี้อยู่ในนี้ทั้งคืนเลยนะครับ" เสียงพี่ซันดังเข้ามา
ผมยังคงเงียบเฉย ไม่โต้ตอบใดๆออกไป จนครู่หนึ่งเสียงดัง แกร๊กกกกก ของประตู้ด้านนอกก็ดังขึ้น
"ตายละวา สงสัยไอ้พี่ซันมันล็อกประตูด้านนอกแล้วจริง ทีนี่จะกลับบ้านยังไงล่ะกู" ผมคิดในใจ
ผมค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำตัวเอง แล้วโผล่หน้าออกมา หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใคร จึงรีบเดินรี่ไปที่ประตูทางออก แล้วมันก็เหมือนผีหลอก ประตูห้องน้ำเปิดผลัวะ พร้อมกับร่างของพี่ซันที่ดันผมเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว
ผมโดนอ้อมแขนใหญ่คู่นั้นรัดจนดิ้นไม่ได้ ตอนนี้ต้นคอและใบหน้าของผมกำลังถูกจมูกโด่งกับริมฝีปากอุ่นชื้นนั้นนัวเนียอยู่
"เฮ้ย...ปล่อย...ปลอยสิวะ ไอ้พี่.."ผมเริ่มเสียงดัง
แต่มันไม่ได้ผล พี่ซันไม่ยอมหยุด มือของเขากอดรัดและเริ่มล้วงเข้ามาด้านในเสื้อเชิ้ตของผม มือหยาบให๋ญ่นั้นลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างด้านบนของผม
"มาทำแบบนี้ทำไมวะ..อย่าพี่...ปล่อยผมก่อน..ปล่อยผมแล้วมาคุยกันดีๆ"ผมอ้อนวอน
"ก็มึงหนีกูทำไมล่ะ กูอุตส่าห์พูดดีๆ มึงก็ไม่หายงอน กูก็ต้องลงโทษมึงสิ รึมึงอยากโดนแบบวันนั้น" พูดจบก็เอื้อมมือมาจับก้นผม
"อ๊ะ.."ผมร้องออกมา มันยังไม่หายระบมจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
พี่ซันเอ่ยถาม "นี่ยังไม่หายอีกเหรอ ตกลงของกูมันใหญ่ไป รึของมึงมันฟิตเกินมาตรฐานวะ" แม่งหน้าไม่อายว่ะ แต่ผมน่ะอายแทบแทรกแผ่นดินแม้จะไม่มีใครได้ยินก็เถอะ
"ถามจริงๆนะ กูเป็นคนแรกของมึงป่ะวะ" คำถามนี้เล่นเอาผมอายขึ้นเป็นทวีคูณ
นี่เขานึกว่าผมชอบทำตัวร่านเหมือนไอ้แม็กซ์คู่ขาของเขารึไง "นี่กูถามมึงอยู่นะ ถ้าไม่ตอบกูจะปล้ำมึงอีก" พูดจบเขาก็เอามือล้วงเขามาในเสื้อ แต่ผมดิ้นยุกยิก เขาจึงทำอะไรได้ไม่สะดวกนัก
"เปล่า...ผมมีคู่ขาเยอะแยะ พวกนั้นนะ ลีลาเจ๋งโคตรๆ พอเบื่อผมก็เขวี้ยงทิ้ง พี่ก็แค่ของสะสมรอวันที่ผมเบื่อแค่นั้นแหละ" ผมตอบยั่วโมโหเขา
"แล้วเลือด...."เขาจ้องผมแบบหาคำตอบ
"โหยยย พี่นี่อ่อนหัดว่ะ ผมคงเป็นแผลในกระเพราะมั้งพอโดน....เอ่อ....เลือดมันก็เลยไหล"ผมแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ
แต่ท่าทางเขาเหมือนจะรู้ทันผม "ไอ้โรคแผลในกระเพาะเนี่ย มันเลือดไหลหลังจากโดนเอาเหรอวะ ความรู้ใหม่นะนี่" เขาย้อนถามผม แต่แววตาของเขาเหมือนจะดีใจที่ได้รู้ว่าเป็นคนแรกของผม จะรู้ไหมว่าผมทั้งเขินทั้งอาย ที่ต้องมาตอบคำถามบ้าๆบอๆแบบนี้ เขาโน้มตัวเข้ามาแล้วบรรจงหอมแก้มผม ครั้งนี้มันเบาบางแต่ก็รู้สึกอบอุ่น
"ไปเหอะ กูจะไปส่งมึงที่บ้านเอง เรื่องเพื่อนมึงไม่ต้องห่วง กูให้ไอเทนไปเตรียมรับการลงโทษเรียบร้อยแล้ว หึๆ"
ผมไม่ยอมเดินไปกับเขา ผมกลัวว่าจะโดนหลอกเหมือนสองครั้งที่แล้ว และผมก็โง่ทั้งสองครั้ง ครั้งแรกผมเอาตัวรอดหนีมาได้ แต่ครั้งที่สองผมถึงขั้นเสียตัวและแค้นใจเลยทีเดียว
เขาหันมามองเหมือนจะอ่านความคิดผมออก "กูไม่ทำอะไรมึงหรอก กูจะไม่แวะที่ไหน จะขับรถพามึงตรงไปส่งถึงบ้านอย่างเดียวเลย แต่ถ้ามึงช้าอีกนาทีเดียว กูจะพามึงขึ้นสวรรค์ที่นี่แหละ"
เขาพูดจบ ผมก็เดินรี่ออกมาอย่างรวดเร็ว ...ไม่เอาแล้ว..หากเขาเกิดความโมโหเพราะผมขัดใจ ผมว่าเขาน่ะขึ้นสวรรค์ไปคนเดียว แต่ผมสิ ตกนรกแหงๆ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น